โลกเศรษฐกิจบนสมรภูมิใหม่: สรุปสาระ World Economic Forum 2026 เมื่อภูมิรัฐศาสตร์ พลังงานสะอาด และ AI กำหนดทิศทางการค้าโลก
World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–23 มกราคม 2569 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กลายเป็นเวทีสำคัญที่สุดแห่งปีที่ผู้นำรัฐบาล นักธุรกิจ และผู้กำหนดนโยบายกว่า 3,000 คนจากทั่วโลก มาร่วมถกทิศทางเศรษฐกิจโลกภายใต้บริบทใหม่ที่ “เศรษฐกิจไม่อาจแยกขาดจากภูมิรัฐศาสตร์ได้อีกต่อไป”
ปีนี้ WEF จัดภายใต้ธีม “A Spirit of Dialogue” สะท้อนความพยายามฟื้นบทบาทการเจรจาและความร่วมมือ ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญแรงเสียดทานทางการค้า สงครามภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรง
“Great Power Politics” กลับมา เมื่อมหาอำนาจกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก
หนึ่งในสุนทรพจน์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในเวทีดาวอสปีนี้คือถ้อยแถลงของ Friedrich Merz นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่เตือนว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “Great Power Politics” หรือยุคที่การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจกลับมาเป็นตัวแปรหลักของระเบียบโลก
Merz ระบุว่าระเบียบเศรษฐกิจโลกหลังสงครามเย็นกำลังสั่นคลอนจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน และแนวโน้มชาตินิยมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก
นัยสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก คือบริษัทข้ามชาติเริ่มให้ความสำคัญกับ “ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์” ไม่ต่างจากความเสี่ยงด้านการเงิน ทำให้ต้นทุนการลงทุนสูงขึ้น และอาจเร่งการย้ายฐานการผลิตตามแนวคิด “friend-shoring” และ “near-shoring” มากขึ้นในระยะต่อไป
จีน–อินเดีย ชู “พลังงานสะอาด” เป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่
อีกหนึ่งแกนหลักของ WEF 2026 คือ “พลังงานสะอาด” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงวาระด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กลายเป็น สนามแข่งขันเชิงอุตสาหกรรมระดับโลก
จีนยืนยันบทบาทผู้นำพลังงานลม
จีนออกมาปกป้องยุทธศาสตร์พลังงานลมของตนเอง หลังถูกวิจารณ์จากผู้นำสหรัฐฯ โดยย้ำว่าจีนเป็นประเทศที่ติดตั้งกำลังผลิตพลังงานลมสูงสุดของโลกต่อเนื่องกว่า 15 ปี และพร้อมร่วมมือกับนานาชาติในการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของสหภาพยุโรปที่เริ่มสอบสวนการอุดหนุนอุตสาหกรรมพลังงานลมของจีน สะท้อนว่าพลังงานสะอาดกำลังเชื่อมโยงเข้ากับ “สงครามการค้าเชิงอุตสาหกรรม” มากขึ้น
อินเดียเปิดเกมดึงทุนพลังงานสะอาด
อินเดียใช้เวที Davos ประกาศโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดมูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมพลังงานแสงอาทิตย์ กรีนไฮโดรเจน และระบบกักเก็บพลังงาน โดยหวังดึงนักลงทุนทั่วโลกเข้าสู่ตลาดพลังงานแห่งอนาคต
ภาพรวมที่ชัดเจนจาก WEF 2026 คือ พลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือแก้โลกร้อน แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องมือการแข่งขันทางเศรษฐกิจ” ระหว่างประเทศอย่างแท้จริง
AI และหุ่นยนต์: เมื่อเทคโนโลยีไม่ใช่อนาคต แต่คือปัจจุบัน
ด้านเทคโนโลยี เวที Davos ปีนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “AI ในเชิงแนวคิด” สู่ “AI ในเชิงเศรษฐกิจจริง”
Elon Musk กล่าวบนเวทีว่า โลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ หุ่นยนต์จะมีจำนวนมากกว่ามนุษย์ในระบบเศรษฐกิจ จากการผสาน AI เข้ากับอุตสาหกรรมการผลิต โลจิสติกส์ และบริการ
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจมี 2 ด้านสำคัญ
- เพิ่มผลิตภาพ (productivity) และลดต้นทุนในภาคธุรกิจ
- สร้างโจทย์ใหญ่ด้านแรงงาน ทักษะ และความเหลื่อมล้ำ
หลายประเทศจึงเริ่มขยับจาก “นโยบาย AI” ไปสู่ “ยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI” เช่น ศูนย์ข้อมูล พลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ และกฎหมายกำกับดูแลเทคโนโลยี
ไทยบนเวทีโลก: จากผู้ตาม สู่ผู้สร้างโอกาสใหม่
WEF 2026 ยังเป็นเวทีที่ “ทีมไทยแลนด์” ใช้แสดงศักยภาพของประเทศในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของอาเซียน
ฝ่ายไทยเน้นการนำเสนอศักยภาพด้าน
- เศรษฐกิจดิจิทัลและ AI
- อุตสาหกรรมสีเขียวและพลังงานสะอาด
- อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ
- การเป็นศูนย์กลางซัพพลายเชนในภูมิภาค
เป้าหมายหลักคือ การดึง FDI คุณภาพสูง และยกระดับบทบาทไทยจาก “ฐานการผลิต” สู่ “ฐานเศรษฐกิจแห่งนวัตกรรม” ในทศวรรษหน้า
บทสรุป: Davos 2026 กับทิศทางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
WEF 2026 สะท้อนชัดว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่
- เศรษฐกิจเชื่อมโยงกับภูมิรัฐศาสตร์อย่างแยกไม่ออก
- พลังงานสะอาดกลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันระดับชาติ
- AI และ Robotics คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจ
- ประเทศที่ปรับตัวช้าจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับนักลงทุน นักธุรกิจ และผู้กำหนดนโยบาย เวที Davos ปีนี้ไม่ใช่เพียงงานประชุมระดับโลก แต่คือ เข็มทิศเศรษฐกิจ ที่ชี้ทิศทางโลกในทศวรรษต่อไปอย่างชัดเจน