“อนุทิน” บอกคลิปเสียงคล้าย "ศักดิ์ดา" รอเจ้าตัวแจง
“อนุทิน” บอกคลิปเสียงคล้าย "ศักดิ์ดา" รอเจ้าตัวแจง
วันที่ 1 ก.พ. 2569 ที่ ตลาดสามโคก จังหวัดปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจในการเลือกตั้ง สส.พรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี หลังมีหลายพรรคแข่งขันกันอย่างดุเดือด ว่า แข่งขันดุเดือดกันทุกพื้นที่ พรรคภูมิใจไทยคาดหวังพื้นที่นี้และทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เมื่อถามว่า ได้ติดตามกรณีคลิปเสียงคล้ายนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย สนทนาอยู่กับผู้ที่คาดว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่นกาญจนบุรี โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีโอกาสที่พรรคสีน้ำเงินจะได้จัดตั้งรัฐบาลและไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้น แต่ถ้าเป็นสีส้มตั้งรัฐบาลจะเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ขณะที่พรรคสีแดง มีโอกาสไม่ได้ตั้งรัฐบาลเพราะนายใหญ่ยังถูกคุมขังในเรือนจำ หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า มีคนส่งมาให้ฟังแล้ว มันก็ย้อนแย้งในตัวของมันเอง รอให้เจ้าของคลิปชี้แจงเอง เพราะตนฟังดูก็ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม มีการบอกว่าตนนั้นใจดำ ก็ยังงงอยู่เลย เอาไว้ตนเจอนายศักดิ์ดาก็จะถาม แต่ตอนนี้เขายังอยู่ในระหว่างการหาเสียง ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก็เป็นแบบนี้ พรรคภูมิใจไทยต้องอยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้ เหมือนเดิมตามสไตล์พรรคภูมิใจไทยเมื่อถามว่าช่วง 7 วันสุดท้าย จะมีอะไรเข้ามาโจมตีพรรคภูมิใจไทยอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงสัปดาห์ปล่อยของ แต่ไม่ต้องห่วงพรรคภูมิใจไทยไม่มีเรื่องพวกนี้ เรายืนหยัดพูดแต่เรื่องนโยบายของพรรค พูดแต่เรื่องที่เราจะทำให้พี่น้องประชาชน ไม่พาดพิง ไม่ด้อยค่า ไม่วิพากษ์วิจารณ์พรรคอื่น ไม่กังวลเพราะภูมิต้านทานของเราคือประชาชน
ไม่กลัวเสียงตกหล่นคนจำเบอร์พรรคได้หมด
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าวันนี้ค่อนข้างที่จะมีปัญหา กังวลว่าจะกระทบฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และไม่กังวลว่าเสียงจะตกหล่น เพราะประชาชน เข้าถึงและเข้าใจว่าจะเลือกตั้งอย่างไร พรรคภูมิใจไทย จับได้เบอร์ 37 และไม่เคยมีใครเข้ามาถามว่าคุณเบอร์อะไร ทุกคนที่เข้ามาหาก็บอกว่าเบอร์ 37 ทันที ก่อนหน้านี้ตนเคยกังวลเรื่องนี้ แต่เจอปรากฏการณ์แบบนี้ก็ไม่กังวลแล้ว เมื่อถามว่า กังวลเรื่องการซื้อเสียงหรือไม่ เนื่องจากตอนนี้มีเรื่องนี้ผุดขึ้นมา นายอนุทิน ตอบว่า ไม่กังวล ทุกคนก็พยายามพูดสาดโคลนและป้ายสี เป็นเรื่องธรรมดาของสัปดาห์สุดท้าย เรื่องของผู้ที่คิดว่าตัวเองไม่สามารถเอาชนะได้
“อนุทิน” ปราศรัยใหญ่อ้อนชาวปทุม ขอต่อสัญญาเป็นนายกฯ เลือกภท. บอก 4 เดือน ยังทำได้ขนาดนี้ แล้ว 4 ปีจะขนาดไหน บุคลากรมืออาชีพ มีกึ๋น มีพร้อมแล้ว ลั่นถ้าทำงานครบ 12 เดือนทำให้พี่น้องปชช.ไม่ได้ ไม่ต้องไล่เดี๋ยวออกเอง ไม่อยู่เปลืองภาษีปชช.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.ปทุมธานี ทั้ง 8 เขต โดยมีนายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีต นายก อบจ.ปทุมธานี มาด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มการปราศรัยในเวลา 18.00 น. นายอนุทิน พร้อมแกนนำพรรค รวมถึงผู้สมัคร สส.ปทุมธานี ทั้ง 8 เขต ได้ร่วมยืนตรงเคารพเพลงชาติ จึงเริ่มการปราศรัย
โดย นายอนุทิน กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ต้องขออภัยที่เสียงอาจไม่ใสเหมือนปกติ เพราะเป็นฤดูกาลที่ต้องไปพบปะปราศรัยกับประชาชนทั่วประเทศ วันนี้ตนเป็นคนขอนายกฯ ชาญ มาพบกับพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานี สถานที่แห่งนี้ตนเคยมาเมื่อการเลือกตั้งปี 62 วันนี้ขอมาอีกครั้งด้วยความมั่นใจ ว่าพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานีจะให้โอกาสพรรค ภท. เข้าไปทำงานรับใช้ทุกท่าน ซึ่งจะดีกว่านี้ถ้าทุกคนให้พรรค ภท. กลับเข้ามาทำงาน ให้ตนเข้าเป็นนายกรัฐมนตรี ไปเป็นรัฐบาลให้กับทุกคน ตอนนี้ขอติดไว้ก่อนแล้วอีก 2 สัปดาห์จะกลับมาขอบคุณ พ่อค้าแม่ค้าจะได้ติดป้ายคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ไม่ต้องเอาออก ซึ่งโครงการนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดรายจ่าย เกิดการหมุนเวียนของเงิน และสร้างการจับจ่ายใช้สอยกันทั่วประเทศ นี่คือสิ่งที่พรรค ภท. นำมาเสนอให้กับประชาชนทั่วประเทศ ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อที่จะเติบโตไปด้วยกัน
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เมื่อสักครู่พวกเราร้องเพลงชาติไทยไปด้วยกัน รู้สึกหรือไม่ว่าช่วงนี้เพลงชาติไทยเพราะกว่าปกติที่พวกเราเคยได้ยินมา ฟังแล้วรู้สึกรักชาติปลาบปลื้มใช่หรือไม่ มีใครเอามือไขว้หลังแล้วยืนเฉย ๆ หรือไม่ ตนแอบดูอยู่ปรากฏว่าพี่น้องชาวปทุมธานี ยืนตรงไม่มีคนเอามือไขว้หลังเลยสักคน เพลงชาติไทยคนไทยร้องเพราะที่สุด คนไทยฟังแล้วเพราะที่สุด เพราะเป็นเพลงชาติของเรา เราต้องเคารพ ต้องให้เกียรติทุกครั้งที่เคารพธงชาติ เราจึงต้องลุกขึ้นยืน เป็นการเคารพบรรพบุรุษ ศาสนา และสถาบันสูงสุด รวมถึงเคารพผู้ที่ปกป้องแผ่นดินไทยที่ทำให้เราอยู่สุขสบายทุกวันนี้ นี่คือความหมายของการเคารพธงชาติ จะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าเรามองว่าเป็นการเคารพผ้าหนึ่งผืน แต่ถ้าผืนนั้นมีสีแดง ขาว น้ำเงิน บ่งบอกว่านี่คือประเทศไทยที่กว่าจะมาถึงวันนี้ บรรพบุรุษได้ปกป้องบ้านเมือง สละชีวิต และจิตวิญญาณ
ดังนั้น วันนี้พี่น้องเห็นไหมว่า ทำไมเรารู้สึกว่า ทำไมเราฟังเพลงชาติแล้วไพเราะ เพราะเรารู้สึกว่าเราถูกรังแก ถูกคุกคามแผ่นดิน เราจึงหวงแหนแผ่นดิน เราไม่เคยวุ่นวายกับแผ่นดินอื่น แต่ถ้าใครเข้ามาวุ่นวายกับแผ่นดินของเรา เราก็มีความจำเป็นต้องปกป้องต่อสู้ ไม่ให้มีใครมารุกราน นี่คือคนไทย
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พรรค ภท. เข้ามาเป็นรัฐบาลช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา พบกับสถานการณ์เช่นนี้พอดี ตนได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร ไม่ว่าพรรค ภท. จะเข้ามาเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แล้วบอกว่าอยู่เพียง 4 เดือน แต่เมื่อประเทศชาติมีภัย ถูกคุกคาม ถูกล่วงล้ำอธิปไตยเมื่อไร รัฐบาลที่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลได้ทำอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องบ้านเมืองของเราให้มีความปลอดภัยจากการถูกคุกคามของคนต่างชาติ
ดังนั้น วันนี้เราเชื่อมั่นว่ามีความปลอดภัย จะไม่มีใครเข้ามาคุกคาม รังแก ล่วงล้ำอธิปไตยได้ ประชาชนทุกคนสามารถที่จะวางแผนทำทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ตั้งใจไว้ รับรองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ด่านชายแดนพวกเราจะไม่มีวันเปิด ปิดมันอยู่แบบนี้ เพราะปิดแล้วเกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากมาย ไม่มียาเสพติด ไม่มีข้าวเถื่อน มันสำปะหลังเถื่อน ไม่มีแรงงานเถื่อนลักลอบเข้ามาช่องนั้น ไม่มีสิ่งที่ทำให้มากดราคาพืชไร่ทางการเกษตร คิดว่าสิ่งนี้ถูกต้องใช่หรือไม่ ใครไม่ให้เปิดด่านปรบมือดัง ๆ ให้ฟังหน่อย
“ถือเป็นฉันทานุมัติว่า เรื่องเปิดด่าน ถ้า ภท. เป็นรัฐบาล ไม่มี ไม่ต้องโทรศัพท์พูดคุยกันทั้งสิ้น ประชาชนสั่งมาแล้ว นายกฯ หัวหน้ารัฐบาลที่มาจากพรรค ภท. ถ้าประชาชนให้โอกาสกลับเข้าไปอีก ไม่มีเปิดด่าน สบายใจได้” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า จ.ปทุมธานี เป็นจังหวัดสำคัญ ความเจริญก็คือกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของปริมณฑล วันนี้เราต้องช่วยกันผลักดันให้จ.ปทุมธานีมีความเจริญก้าวหน้าในทุกด้านให้มากกว่าเดิม ลดความแออัดในกรุงเทพฯ ด้วยการกระจายความเจริญให้มากกว่านี้ ซึ่งตนมีความใกล้ชิดติดตามการเจริญเติบโตของจ.ปทุมธานีมาโดยตลอด ตนสนิทกับนายกชาญ เป็นสิบ ๆ ปี ตั้งแต่ตนยังไม่ได้เข้าการเมืองมากขนาดนี้ รู้จักหลายคนในปทุมธานี รู้จักนายก อบจ.ปทุมธานี นายกแจ๊ส พี่แจ๊ส พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ก็เป็นเพื่อนตน ตนไม่มีปัญหากับใครในจ.ปทุมธานี และตนเชื่อว่าสามารถที่จะเชื่อมพลังสามัคคีให้เกิดขึ้นในจ.ปทุมธานีได้ เพื่อที่เราจะได้พัฒนาปทุมธานีไปด้วยกัน
นายอนุทิน กล่าวว่า เที่ยวนี้ขอให้พรรค ภท. เข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ดูสักครั้ง เข้ามา 4 เดือนก็ทำคนละครึ่งเรียบร้อย ในเวลานิดเดียว ทุกคนมีความสุข ตนพูดตรง ๆ ตอนเดินหาเสียงก็ไม่เดินแห่ ใครถือป้ายก็ขอให้เก็บ ตนขอเดินไม่เกิน 3-4 คน ไม่ต้องตามให้ก็เกะกะ ตนถึงบอกว่าขบวนพวกนี้ไม่จำเป็น เพราะตนไม่กลัวหรอกว่าใครจะจับไปเรียกค่าไถ่ ไม่คุ้ม เพราะกินจุ กินทุกวัน เจอเฟซบุ๊กก็จะเห็นหมด แต่สิ่งที่ตนได้จากการเดินตลาด เดินตามถนน เดินตามแหล่งชุมชน คือข้อมูล เรื่องคนละครึ่งที่ทุกคนขอเฟส 2 โดยที่ประชาชนไม่ขอมากกว่านี้ เพราะไม่อยากรบกวนบ้านเมือง ไม่รบกวนวินัยการคลังของประเทศ ซึ่งประเทศไทยต้องมีเงินไปใช้ทำอย่างอื่นด้วย ให้พวกเราแค่นี้พอแล้ว เราโอเค เรารู้สึกว่าได้ช่วยประเทศ เพราะต้องใช้ครึ่งหนึ่งของเราเหมือนกัน ตนบอกว่าเอาเงินหมื่นมาแจกเอาไหม ชาวบ้านบอกไม่เอา วุ่นวาย จริง ๆ พอได้มาเจ้าหนี้มายืนรอเอาคืนหมด ยังไม่ทันได้ใช้แม้แต่บาทเดียว รอหน้าตู้เอทีเอ็มเลย ไปพูดเรื่องนี้ตรงไหน เหมือนจี้ใจดำ ซึ่งตรงนั้นดอกอย่างเดียว เงินต้นยังอยู่ ตนจึงหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ว่าต้องจัดการปรับโครงสร้างหนี้ให้ประชาชน ให้ทุกคนไม่มีหนี้นอกระบบ ที่บอกเอาเงินมาแจกเพื่อไปลดหนี้ไม่มี แต่เราจะมาปรับโครงสร้างหนี้ให้ท่าน
ถ้าท่านจ่ายร้อยละ 2 ต่อวันได้ ตนขอร้อยละ 2 ต่อเดือนได้ไหม เพราะธนาคารก็ได้ด้วย ครอบคลุมความเสี่ยงได้ มีหลักประกันมากเพียงพอ เงินไม่หายไปไหน มีเงินหมุนเวียนทุก ๆ เดือน ขอให้จ่ายดอกเบี้ยได้ เราก็พร้อมที่จะยืดเวลาชำระเงินต้นได้ ซึ่งตรงนี้ต้องจากรัฐ เพื่อไม่มีความเหลื่อมล้ำอีกต่อไป เพราะฉะนั้น ตรงนี้อย่าบอกว่าเอาคนละครึ่งมาให้ แล้วหนี้ยังอยู่ เรื่องหนี้พรรค ภท. ก็จะแก้ให้
นายอนุทิน กล่าวว่า เราเลือกคนเข้ามาทำงานแบบมืออาชีพ วันนี้ทุกคนให้ความสำคัญกับประเทศไทย คำว่าไทยแลนด์ไม่เคยหลุดจากปากประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนไหนมาก่อนเลย แค่ 3-4 เดือนนี้ นายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พูดคำว่าไทยแลนด์หลายครั้งแล้ว และพูดว่าด้วยว่านายกฯ ไทยเก่ง เราสามารถนำเอาประเทศไทยกลับเข้ามาในจอเรดาร์ให้โลกทั้งใบนี้มองว่าประเทศไทยมีความสำคัญ ไม่สนใจไม่ได้ เขาขายของ เขามีข้าว มีอาหาร สินค้าที่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ทิ้งประเทศไทยไม่ได้ ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ต้องทำตัวให้เขามองว่าเขาต้องเลือกประเทศไทย วันนี้โลกตั้งกติกามาใหม่ ห้ามใช้แรงงานเถื่อน ห้ามใช้แรงงานเด็ก ห้ามใช้แรงงานจากการกดขี่ข่มเหง เราไม่ทำอยู่แล้ว ต่อให้ไม่มีกติกานี้ ประเทศไทยไม่มี ตนไม่ยอมให้เกิด และต้องใช้พลังงานสีเขียว สิ่งแวดล้อมต้องดี
นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งหมดพรรค ภท. เข้าใจ และตั้งแต่ตนเข้ามาเป็นรมว.มหาดไทย ตนก็ใช้นโยบายในการผลักดันให้เกิดสิ่งเหล่านี้ เพื่อจะทำให้คนไทยสามารถส่งสินค้าไปขายต่างประเทศได้ โดยไม่มีการกีดกันทางการค้า
ทั้งนี้ พรรค ภท. เรามีบุคลากรที่พร้อมแล้ว มีบุคลากรที่เดินทางไปทั่วโลก สมัยก่อนไม่มีใครกล้าไป เพราะไปแล้วไม่รู้ว่าตัวเองมีดีอย่างไร ไม่มั่นใจคุณศุภจี ถึงบอกไง จะไปขายข้าวให้เมืองนอก ฉันต้องรู้ว่าฉันมีข้าวสต๊อกอยู่ เพราะถ้าเดินไปปุ๊บเขาบอกจะซื้อเท่านี้ ฉันสต๊อกไว้ 1 ล้านตัน ถ้าเขาซื้อ 7 แสนตัน บอกพรุ่งนี้ส่งเลย เขาก็จะซื้อเรา ในขณะที่บางพรรคบอกไม่จำเป็นต้องสต๊อก เสียของ ไปขายก่อน รับออเดอร์มาแล้วค่อยมาผลิต เวียดนามแย่งเราไปหมดแล้ว ขายไม่ทันเขา นี่ไงครับ ความแตกต่างของคำว่าประสบการณ์ ความแตกต่างของคำว่ากึ๋น ความแตกต่างของคำว่าเขี้ยว คำว่าเขี้ยว คือทันคน ไม่ให้ใครเอาเปรียบ ฉกฉวยจังหวะที่ทำแล้วดีกับบ้านเมือง พรรค ภท. มีคนเหล่านี้อยู่เต็มพรรค 4 เดือนยังทำได้ขนาดนี้ แล้ว 4 ปีจะขนาดไหน
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนทำงานมีความสุข ที่เห็นประชาชนตอบรับว่า ขอบคุณมาก คนละครึ่ง ขอบคุณปิดด่าน ขอบคุณเอาดินแดนคืนมา ตรงนี้เอาเงินร้อยล้านมาให้ ยังแลกไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น เงินเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายอะไร ที่เขาบอกว่ามาทำธุรกิจทางการเมือง ไม่ใช่หรอก การยอมรับจากประชาชน สำหรับตน 5 แสนล้าน ไม่มีใครจ่ายตนได้ และยังน้อยไปเลย ไม่มีใครจ่ายตนให้ได้รับการยอมรับ ให้ตนรู้สึกภาคภูมิใจรับใช้ประเทศและพี่น้องประชาชนได้ แค่คำว่าขอบคุณพอแล้ว
นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องบอกว่าเมื่อไรจะได้คนละครึ่งเฟส 2 เพราะมันจะมาเอง มันจะมาจากหัวใจ จะมาจากความตั้งใจ พ่อแม่พี่น้องไม่ต้องมาบีบบังคับ ถ้าออกมาจากหัวใจ ทำแล้วเป็นประโยชน์ให้กับประชาชน ตนทำทุกเรื่อง และหาคนที่ถูกต้อง ถูกงาน มาทำให้ท่าน
“พูดแล้วมันคึก พูดแล้วโมโหเหมือนกันนะ นึกถึงภาพ เราต้องไป ถูกเขารังแก เราต้องไปยอมเป็นน้ำใต้ศอกเขา อยากได้อะไรก็บอก ไม่ได้ อยากให้อะไรกูยังไม่ให้เลย อยากได้อะไรจะบอกได้อย่างไร มันคนละประเทศกัน มีแต่พี่น้องชาวไทยเท่านั้น อยากได้อะไรบอกมา อย่างนี้ให้หมด ดังนั้น วันที่ 8 ก.พ.ให้ตนผ่านทดลองงาน 4 เดือน ครบทดลองงานแล้ว ต่อสัญญาให้หน่อยได้ไหม แล้วถ้า 12 เดือนผ่านไป ทำแล้วดัชนีทุกอย่างตก ค่า KPI ตก ไม่มีปัญญาทำให้กับพี่น้องได้ ไม่ต้องไล่ ออกให้เอง ไม่อยู่ให้เปลืองภาษีพี่น้อง ไม่อยู่ให้เปลืองข้าวสารพี่น้อง แล้วบอกว่าจะกล้าออกหรือ เข้ามาแล้ว ก็เขาบอกให้ยุบสภา 31 ม.ค. พอพูดกันไม่รู้เรื่อง 8 ธ.ค.ก็ยุบแล้ว ทำมาแล้ว ไม่ได้ยึดติด ถ้าไม่มีประโยชน์ไม่ต้องเก็บเอาไว้ แล้วผมไม่ต้องรอให้ประชาชนประเมิน ผมประเมินตัวเองได้ทุกวัน คนที่ทำงานให้บ้านเมืองแล้วมันรู้ มันมีสัญชาตญาณเหมือนกัน ว่าตื่นมาวันนี้แล้วกูไม่มีค่าต่อไปให้คนไทย จะอยู่หรือ ก็ไม่อยู่ อยู่ไม่ได้” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าพ่อแม่พี่น้องเชื่อว่าตนทำงานมา 3-4 เดือน แล้วเข้าตาพ่อแม่พี่น้อง อย่างน้อยสิ่งที่ควรได้ทำก็ทำไปครบทั้งหมด รักษาศักดิ์ศรี รักษาเกียรติภูมิของประชาชนของประเทศไทยไว้ ก็ขอให้ผ่านงานทดลองงานต่อปีๆก่อนก็ได้ครับ แล้วมาถามพ่อแม่พี่น้องโอเคไหม ถ้าไม่ผ่านก็เอาใบลาวางให้พ่อแม่พี่น้องแค่นั้นเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอนุทิน ปราศรัยช่วงนี้ ได้มีประชาชนตะโกนว่า “อยู่ยาวๆ อยู่ยาวไป ปทุมธานีอยากได้ไฟสว่าง” นายอนุทิน กล่าวว่า ตนพูดแล้วทำ ขออะไรให้มันยากกว่านี้หน่อยได้หรือไม่ ดูถูกกันมากเลย นายกฯและรมว. มหาดไทยนะเนี่ย กำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้พ่อแม่พี่น้องนะ น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีเงินใช้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการปราศรัย นายอนุทิน นายชาญ พวงเพ็ชร์ และผู้สมัคร สส.ปทุมธานี พรรคภท.ได้เดินตลาดนัดสามโคก ทักทายประชาชน โดยมีประชาชนเข้ามาขอเซลฟี่และมีแม่ค้าบอกขนลุกดีใจได้เจอนายอนุทิน เพราะชอบและปลื้ม