โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คิวต่อไป คิวบา ทรัมป์เล็งยึดแต่จะใช้สันติ อ้างวิกฤตสิทธิมนุษยชน

Amarin TV

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 06.49 น.
ทรัมป์ประกาศจะยึดคิวบาอย่างสันติ เนื่องจากคิวบาไม่มีอะไรเหลือแล้ว อย่างไรก็ต้องเจรจากับสหรัฐฯ ทรัมป์ใช้ปัญหาสิทธิมนุษยชนสร้างความชอบธรรม

เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า คิวบามีวิกฤตด้านมนุษยธรรม แต่สหรัฐฯ กำลังช่วยอยู่ ด้วยการยึดครองอย่างสันติ

ทรัมป์กล่าวว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กำลังจัดการเรื่องนี้อยู่

“เขากำลังจัดการเรื่องนี้ อาจจะเป็นการเข้ายึดครองอย่างเป็นมิตร หรืออาจไม่เป็นมิตรก็ได้ ไม่สำคัญอะไรนักหรอก เพราะพวกเขามาถึงจุดที่… เขาเรียกว่าอะไรนะ สิ้นเนื้อประดาตัว พวกเขาไม่มีทั้งพลังงาน ไม่มีเงิน” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ด้านคิวบาออกมากล่าวว่า ยังไม่มีการเจรจาระดับสูงใด ๆ กับสหรัฐฯ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อาจกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการกับ ราอูล กิลเลอร์โม โรดริเกซ คาสโตร หลานชายของอดีตประธานาธิบดี ราอูล คาสโตร แห่งคิวบา

ในสหรัฐฯ กลุ่มผู้อพยพและผู้พลัดถิ่นชาวคิวบารวมตัวกันหนาแน่นในเมืองไมอามี พวกเขามีความมุ่งมั่นยาวนานที่จะโค่นล้มรัฐบาลคิวบา หรือได้เห็นรัฐบาลล่มสลายลง ในอดีตพวกเขาเคยต่อต้านรัฐบาลที่ก่อตั้งโดย ฟิเดล คาสโตร ผู้นำการปฏิวัติผู้ล่วงลับ

ปัญหาสิทธิมนุษยชนในคิวบา

ตามรายงานของ Amnesty International ปี 2024 คิวบามีการจำกัดการแสดงออก มีการควบคุมและคุกคามเสรีภาพของนักกิจกรรม ผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน นักข่าว และผู้ประท้วง รวมถึงมีการเลือกปฏิบัติต่อคนดำ และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ

มีการเปลี่ยนแปลงด้านบริการสาธารณสุข และนโยบายเศรษฐกิจ ลดการอุดหนุนจากรัฐบาล ทำให้มีการขาดแคลนทั้งอาหารและเวชภัณฑ์ เช่นเดียวกันกับไฟฟ้าและเชื้อเพลิง เกิดเหตุไฟดับครั้งใหญ่หลายครั้งใน 1 ปี

ทำให้ระหว่าง 2 ปีที่ผ่านมา ประชากรชาวคิวบาลดลงถึง 18% สาเหตุหลักมาจากการอพยพออกนอกประเทศ ซึ่งมักใช้เส้นทางที่อันตราย

เมื่อเดือนตุลาคมปี 2567 มีการเริ่มบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการสื่อสารทางสังคม ซึ่งจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกมากขึ้น ตีตรานักกิจกรรมและนักข่าวว่าเป็น "อาชญากรทั่วไป ทหารรับจ้าง และสายลับต่างชาติ" และเรียกสำนักข่าวอิสระ นักข่าว และผู้มีอิทธิพลที่วิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐว่าเป็น "ผู้ก่อการร้ายทางสื่อและการเงิน"

มีการจับกุมหรือกักขังศิลปิน ปัญญาชน และเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื่น ๆ ไว้ในบ้าน นอกจากนี้ ยังมีการจับกุมผู้ประท้วงในการประท้วงเดือนพฤศจิกายน 2567 อีกด้วย

Amnesty รายงานว่า มีการคุมขังผู้เห็นต่างจากรัฐบาล และมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายการซ้อมทรมาน มีรายงานการถูกทุบตีอย่างทารุณจนเกิดผลต่อร่างกายอย่างเห็นได้ชัด อาทิ ผู้นำฝ่ายค้าน โฆเซ ดาเนียล เฟรรี หรือนักโทษที่เห็นต่างกับแนวคิดรัฐอย่าง โลเรโต เอร์นันเดซ และ เปโดร อัลเบิร์ต

แนวโน้มทรัมป์จัดการคิวบา

รายงานจากสำนักข่าว Euro News เผยว่า เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ทรัมป์รวมตัวผู้นำละตินอเมริกาที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกันประมาณ 15 ประเทศ ณ เมืองไมอามี เพื่อเปิดตัว "โล่แห่งอเมริกา" (Shield of the Americas)

ทรัมป์กล่าวว่า พันธมิตรครั้งนี้มีจุดประสงค์คือ เพื่อ "กำจัดกลุ่มค้ายาเสพติด" ให้หมดสิ้นไปจากโลกตะวันตก ทรัมป์ระบุว่า มี 17 ประเทศเข้าร่วมอย่างเป็นทางการแล้ว

งานนี้ยังเป็นโอกาสที่ทรัมป์รับรองรัฐบาลเวเนซุเอลาของเดลซี โรดริเกซ อย่างเป็นทางการ และประกาศจะเจรจากับคิวบา ในหัวข้อนี้ ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ยาวนาน ระบุว่า เกาะคิวบาเดินทางมาถึง “ปลายทาง” แล้ว

ทรัมป์ย้ำว่า รัฐบาลคิวบาจะไม่สามารถอยู่รอดได้อีกต่อไปเมื่อขาดการสนับสนุนทางเศรษฐกิจที่เคยได้รับจากเวเนซุเอลา จึงจำเป็นต้องหาทางออกร่วมกับสหรัฐฯ สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า รัฐบาลคิวบาถูกส่งตัวแทนเข้าร่วมโดย ราอูล โรดริเกซ คาสโตร หลานชายของ ราอูล คาสโตร ผู้ทรงอิทธิพลของระบอบปกครองนี้

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่25 กุมภาพันธ์ ทรัมป์ดำเนินการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของคิวบาและสหรัฐฯ เข้าด้วยกัน ด้วยการอนุญาตให้มีการส่งเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ เช่น ดีเซล ให้กับภาคเอกชนบนเกาะ แม้ว่าสหรัฐฯ จะคว่ำบาตรคิวบามานานกว่า 6 ทศวรรษก็ตาม และดูเหมือนว่า เป็นแนวทางการเข้าควบคุมทางเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...