โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลฎีกาชี้ชะตาวันนี้ คดีประวัติศาสตร์ “สุรพล” ฟ้อง กกต. 70 ล้าน ปมแจกใบส้มพลาด

Thaiger

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 04.23 น. • Thaiger ข่าวไทย

ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษา 10 มี.ค. 69 คดีประวัติศาสตร์ นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคเพื่อไทย ฟ้องแพ่ง กกต. เรียก 70 ล้านบาท ปมแจกใบส้มผิดพลาดในการเลือกตั้ง 62

วันนี้ (10 มีนาคม 2569) แวดวงการเมืองและกระบวนการยุติธรรมต้องจับตาไปที่ ศาลจังหวัดฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีกำหนดนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีประวัติศาสตร์ ที่ นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคเพื่อไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวกรวม 14 คน เป็นจำนวนเงิน 70 ล้านบาท โดยคาดว่าจะทราบผลชี้ขาดอย่างเป็นทางการในช่วงบ่ายของวันนี้

ย้อนรอยจุดเริ่มต้น จากชัยชนะสู่ “ใบส้ม” ปริศนา

เรื่องราวทั้งหมดสืบเนื่องมาจากการเลือกตั้ง ส.ส. ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 นายสุรพลสามารถคว้าชัยชนะในพื้นที่เขต 8 เชียงใหม่ ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 52,165 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งในอันดับสองกว่า 25,000 คะแนน

แต่ผ่านไปเพียง 1 เดือน กกต. กลับมีมติแจก “ใบส้ม” (ระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งชั่วคราว) แก่นายสุรพล ส่งผลให้ต้องมีการจัดเลือกตั้งใหม่ในเขตดังกล่าว นอกจากนี้ กกต. ยังได้ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อดำเนินคดีข้อหาทุจริตการเลือกตั้ง และเรียกร้องค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ด้วย

ซองทำบุญ 2,000 บาท ต้นเหตุแห่งคดี

สาเหตุหลักที่นำมาสู่การแจกใบส้ม มาจากการที่นายสุรพล ใส่ซองทำบุญจำนวน 2,000 บาท ถวายพระในงานวันเกิด ซึ่งต่อมาพระรูปดังกล่าวได้นำเงินไปสมทบเข้า “กองผ้าป่าของชุมชน” เพื่อระดมทุนซื้อเครื่องแบบให้ชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.)

มุมมองของ กกต. มองว่าการถวายปัจจัยในงานที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาร่วมงาน ย่อมส่งผลต่อคะแนนนิยม ประกอบกับข้อความหน้าซองที่ระบุว่า “ท่าน ส.ส. สุรพล 2,000 บาท” ทำให้ชาวบ้านอาจเข้าใจว่าเป็นการบริจาคเพื่อจูงใจ จึงสรุปว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง และดำเนินการออกใบส้มอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือนหลังวันเลือกตั้ง

จุดพลิกผัน ศาลฎีกาชี้ “ไม่ผิด” นำสู่การฟ้องกลับ

ต่อมาในเดือนกันยายน 2563 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้มีคำพิพากษา “ยกคำร้อง” ของ กกต. โดยชี้ชี้ชัดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การซื้อเสียงหรือทุจริตการเลือกตั้งแต่อย่างใด

เมื่อพ้นมลทิน นายสุรพลจึงเดินหน้าฟ้องกลับ กกต. ในคดีแพ่ง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและค่าชดเชยรวมประมาณ 70 ล้านบาท โดยครอบคลุมการประเมินความเสียหายจาก เงินเดือนและสวัสดิการที่ควรได้รับในฐานะ ส.ส. ตลอดวาระ, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเพื่อต่อสู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ และค่าเสียเวลา และค่าเสื่อมเสียเกียรติยศ

กกต. แพ้รวด 2 ศาล สู่การชี้ชะตาในชั้นฎีกา

การต่อสู้ในชั้นศาลที่ผ่านมา ฝ่าย กกต. เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำถึง 2 ครั้งติดต่อกัน

  • ศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดฮอด): พิพากษาให้ กกต. ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่นายสุรพล

  • ศาลอุทธรณ์ภาค 5: พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น แต่ปรับลดวงเงินค่าเสียหายลงเหลือ 56.7 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

ทำให้ กกต. ตัดสินใจยื่นฎีกาเพื่อต่อสู้คดีในศาลสูงสุด ซึ่งนำมาสู่วันนัดอ่านคำพิพากษาชี้ขาดในวันนี้

ผลกระทบหาก “กกต.” แพ้คดีในชั้นฎีกา

หากศาลฎีกามีคำพิพากษายืนให้ กกต. แพ้คดี จะมีผลสืบเนื่องระดับโครงสร้างตามมาทันที สำนักงาน กกต. จะต้องนำเงินสะสมของหน่วยงานที่เหลือจากการบริหารจัดการเลือกตั้งมาจ่ายชดเชยให้แก่นายสุรพล และกระทรวงการคลังจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน “ความรับผิดทางละเมิด” เพื่อหาตัวบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจผิดพลาด ให้มารับผิดชอบชดใช้คืนเงินงบประมาณของรัฐ

นายสุรพลเคยเปิดเผยความรู้สึกอย่างเจ็บปวดว่า กกต. ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงในการพิจารณาให้ใบส้ม แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอนาคตทางการเมืองและการเสียโอกาสในการทำหน้าที่ ส.ส. ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 8 นั้นมหาศาลอย่างประเมินค่าไม่ได้

คดีนี้นับเป็น “คดีประวัติศาสตร์” คดีแรกที่ผู้สมัคร ส.ส. สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจาก กกต. จนดำเนินมาถึงชั้นศาลฎีกา ผลของคำพิพากษาที่จะออกมาในช่วงบ่ายวันนี้ จะกลายเป็น “บรรทัดฐานสำคัญ” ในการตรวจสอบการใช้อำนาจและดุลยพินิจของ กกต. ในการแจกใบส้มแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งต่อไปในอนาคต

หมายเหตุ: เนื้อหาข่าวอัปเดตสถานการณ์ถึงช่วงเช้าวันที่ 10 มี.ค. 69 โดยผลคำพิพากษาศาลฎีกาอย่างเป็นทางการคาดว่าจะทราบผลในช่วงบ่ายวันนี้

แหล่งอ้างอิง

ภาพจาก : พรรคเพื่อไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...