อัศจรรย์แห่งธรรม … “พึ่งตน-พึ่งธรรม”!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อกล่าวถึง “ธรรม” คนส่วนใหญ่จะสำคัญมั่นหมายว่า รู้จัก เข้าใจ คุ้นเคย.. แต่เมื่อถามลงไปในรายละเอียด กลับพบว่ายังไม่เข้าใจแม้จะอ้างว่า รู้จัก.. คุ้นเคย…
แท้จริง.. ธรรม.. เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด แต่กลับดูเหมือนว่าห่างไกล ดังคำว่า “ยิ่งใกล้.. กลับยิ่งไกล” .. คนเราจึงมีปัญหาในการบริหารชีวิตเพื่อการเข้าถึงคุณประโยชน์และความสุขแท้จริง.. ด้วยอาการหลงทางจิตที่มึนงงอยู่กับ สภาวธรรม อย่างเข้าไม่ถึงความเป็นจริงของ “ธรรม” จึงเข้าไปยึดถือในประโยชน์และความสุขปลอมๆ ที่ ปรุงแต่ง (คิดนึก) เอาเองอย่างขาดความเข้าใจใน ธรรม ที่เรียกว่า อาการวิปลาส (ธรรม)..
เมื่อวันที่ ๘-๙ มกราคม ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี ในโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นโครงการของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย โดยกระทรวงมหาดไทย จึงได้เห็นความพร้อมเพรียงของข้าราชการทุกหมู่เหล่า นำโดย ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อบูชา ทศพิธราชธรรม น้อมถวายเป็นพระราชกุศล
จ.นครศรีธรรมราช ได้จัดงานดังกล่าวที่ หอประชุมรื่นฤดี กองทัพภาค ๔ ซึ่งเป็นการเข้าไปจำวัดครั้งแรกของพระสงฆ์ในบ้านรับรองกองทัพภาค ๔ ที่จะได้สะดวกต่อการปฏิบัติศาสนกิจ และที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้เข้าพักที่บ้านรับรองของ กองบินที่ ๗ กองทัพอากาศ จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้เห็นสภาพภูมิประเทศในเขตทหาร ตลอดจนถึงสภาวธรรมโดยทั่วไปที่แสดงออกถึง ความเป็นเขตทหาร…
มีคำถามว่า.. ทำไมไม่ไปพักวัดหรือสถานปฏิบัติธรรมต่างๆ ที่มีมากมายในแต่ละจังหวัด และสามารถเข้าพักได้ด้วยการประสานงานของสำนักพุทธฯ ในพื้นที่..
เรื่องดังกล่าวได้อธิบายเสมอว่า… เพื่อความสะดวกของพระสงฆ์ประมาณ ๑๐ รูป ในการเดินทางไปร่วมโครงการฯ เพื่อการบิณฑบาตและการเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งพระสงฆ์จะต้องมีการซักซ้อมเตรียมตัวต่อการทำหน้าที่ โดยจะมีญาติโยมติดตามไปถวายอุปัฏฐากบ้างตามเหมาะควร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพระสงฆ์ ที่สำคัญยิ่ง คือ การเป็นพระปฏิบัติที่ต้องมีความสำรวมระวังและต้องปฏิบัติตรงตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด จึงยากต่อการเข้าไปพักร่วมกับหมู่คณะที่ไม่ประพฤติตนแน่วแน่มั่นคงต่อพระธรรมวินัย ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่ามีมากขึ้น.. แม้ว่า จะมีพระภิกษุที่ทรงไว้ซึ่งพระธรรมวินัย แต่มีเพียงส่วนน้อย.. ในเมื่อไม่สามารถจะเลือกได้ว่าควรเข้าพักที่ไหนดี เพราะไม่มีความคุ้นเคยใกล้ชิด พระสงฆ์จึงตัดสินใจพักเป็นส่วนเฉพาะของคณะ.. ตามที่จังหวัดจัดหาให้ได้ โดยจะขอเป็น ที่พักในสวนป่า.. วนอุทยาน เป็นส่วนใหญ่ เพื่อการเจริญภาวนาตามวิสัยพระป่า จะมีบ้างที่เป็นบ้านพักอาคารของราชการ ดังที่มีการจัดบ้านรับรองของทหารถวาย…
เรื่องดังกล่าว ถ้ามองแต่เพียงภายนอก ก็อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากลงไปในรายละเอียด ก็จะเห็นถึงความเป็นจริงที่ไม่เล็กน้อยเลย.. จึงไม่แปลก หากจะเห็นปฏิปทาของหลวงปู่มั่น.. ครูบาอาจารย์สายปฏิบัติ ท่านจะเดินผ่านวัดในพื้นที่เข้าไปสู่เสนาสนะป่า.. เพื่อความสะดวกสบายต่อการวิเวกที่เหมาะควรแก่การภาวนา.. และไม่กระทบต่อกันด้วยข้อวัตรที่เคร่งครัดต่างกัน…
นอกจากเหตุผลดังกล่าว ก็ยังมีประเด็นทางจิตใจในอีกหลายประการ โดยเฉพาะการเดินทางไปร่วมปฏิบัติศาสนกิจในโครงการฯ ที่เป็นของส่วนราชการระดับจังหวัด ที่มุ่งเน้นไปในการเข้ารับฟังธรรมในเชิงการบริหารพัฒนา.. อันเป็นไปตามหลักทศพิธราชธรรม จึงเป็นความเจาะจงต่อพระสงฆ์ที่เข้าร่วมโครงการ ที่ต้องรู้หน้าที่ บทบาท เพื่อความเหมาะสม เหมาะควร ต่อการเข้าร่วม จะได้สนับสนุนให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ต่อโครงการฯ เพื่อการประกาศราชธรรมทั้งแผ่นดิน ซึ่งต้องได้รับการอบรมอย่างดีก่อนการเข้าร่วมประกอบศาสนกิจ ทั้งบิณฑบาต เจริญพระพุทธมนต์ ด้วยความสำรวม กาย วาจา และใจ… ตามฐานะของพระสงฆ์
จึงได้เห็นการจัดงานตามโครงการฯ ดังกล่าว เป็นไปด้วยความเรียบร้อยในทุกจังหวัด โดยมี จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดที่ ๒๒ และ ๒๓ ซึ่งต้องชื่นชมกับการเตรียมงานเข้าร่วมโครงการฯ ของทั้งสองจังหวัด โดยเฉพาะ จ.สุราษฎร์ธานี ที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนข้าราชการและประชาชนเข้าร่วมตามสมควรจนเต็มหอประชุม.. ที่สำคัญยิ่ง มีความตั้งใจ..ในการฟังธรรม ที่มุ่งตรงต่อการกล่อมเกลา.. ขัดเกลาจิตใจของทุกคน ในฐานะนักบริหาร ผู้นำ ผู้ปกครอง ขององค์กรในสังคมประเทศชาติ ให้ต้องตระหนักรู้ในธรรม.. ต้องเข้าใจในธรรม.. เพื่อความเคารพ เชิดชู ยกย่อง นอบน้อม ต่อธรรม..
การเรียนรู้ธรรม.. เพื่อความเป็นธรรม.. มีธรรม ที่จะนำไปสู่ การสร้างธรรม ให้เกิดขึ้นในองค์กร.. สังคมประเทศชาตินั้น จึงเป็นเรื่องที่จะต้องตั้งใจ ใส่ใจ ในการศึกษาปฏิบัติ เพื่อพัฒนาจิตใจให้เข้าถึงภาวะความ สะอาด สงบ และสว่าง จะได้มีศักยภาพในการควบคุมอารมณ์ความรู้สึกให้อยู่ภายใต้เหตุผล (สติปัญญา) เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพการทำงานตามหน้าที่ให้ยิ่งขึ้น ซึ่งสมรรถภาพ คุณภาพที่ดีในการทำงาน จะเกิดขึ้นได้นั้น ต้องขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการควบคุมอารมณ์ (จิตใจ) เพื่อไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกเหนือเหตุผล จนเข้าไม่ถึง ธรรม .. ด้วยอาการหลงของจิตที่เรียกว่า วิปลาสธรรม
ดังนั้น การอบรมสั่งสอนให้คนเรารู้จักการ พึ่งตน-พึ่งธรรม จึงเกิดขึ้นในพระพุทธศาสนา ด้วยการยึดหลัก สติปัฏฐานธรรม เป็นแนวทางการพัฒนาที่เป็นเรื่องสำคัญยิ่งของทุกคน โดยเฉพาะผู้นำ ผู้ปกครอง.. องค์กร สังคม ประเทศชาติ
ในพระพุทธศาสนา มีหลักฐานยืนยันชัดเจนจากคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ว่า การเจริญสติปัฏฐาน ๔ จักทำให้บุญเจริญยิ่งขึ้น.. คุณความดีเจริญยิ่งขึ้น มารอะไรขวางไม่ได้ และเป็นวิธีทำบุญถูกต้องในพระพุทธศาสนา.. เป็นวิธีผ่านพ้นอุปสรรค ผ่านพ้นมารทั้งปวงได้อย่างแท้จริง.. และมีจุดมุ่งหมายสูงสุด คือการเข้าถึงพระนิพพาน.. (ปรากฏในมหาปรินิพพานสูตร)
จึงแสดงความเป็นจริงของประโยชน์ที่ได้รับจากการพึ่งตน-พึ่งธรรมในพระพุทธศาสนา ที่จะนำไปสู่ความเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ..
สำหรับในการบรรยายธรรมในวิถีทศพิธราชธรรมในสองจังหวัดดังกล่าว ได้มีการบรรยายถึง ธรรมิกราชินีในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงแสดงไว้เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติพระองค์ด้วยความเคารพบูชาธรรม.. ดังได้รับทราบเรื่องราวจากพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ทรงสร้างสรรค์ให้กับแผ่นดินไทยมายาวนาน อันมีคุณค่ายิ่งต่อจิตวิญญาณของชาวไทย ที่ควรช่วยกันเผยแพร่พระเมตตาคุณ พระกรุณาคุณ.. ของพระองค์ที่มีต่อปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด.. อย่างยากที่จะหาผู้ใดมาเสมอได้ในฐานะ “แม่แห่งแผ่นดิน”.. ดังที่ทราบกันดี
เมื่อเสร็จสิ้นงานใน โครงการร้อยใจไทยฯ จากภาคใต้ จึงได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ แวะพัก วัดป่าอารยวังสาราม (ธ) อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อโปรดญาติโยมทั้งโดยทั่วไปและเฉพาะเจาะจง ที่กำลังเผชิญกับ มรณภัย เพื่อได้ให้โอกาสคนเหล่านั้นได้ประกอบคุณความดี สร้างกุศลกรรมอย่างถูกต้อง จะได้เป็นที่พึ่ง เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า…
เรื่อง บุญกุศล.. ในพระพุทธศาสนา หากปฏิบัติอย่างเข้าใจด้วยสติปัญญา.. ย่อมมีคุณอันใหญ่หลวงจริงๆ ดังที่เห็นในญาติโยมบางรายซึ่ง ประสบโรคภัยเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย แพทย์ลงความเห็นว่าอยู่ได้อีกไม่เกิน ๖ เดือน.. แต่สามารถต่ออายุขัย.. อายุกรรมมาได้ จนเข้าสู่ปีที่สองแล้ว ที่จะต้องเติมพลังบุญกันอยู่ตลอดเวลา.. นับเป็นปาฏิหาริย์ที่สัมผัสได้ด้วยตนเองจากการ พึ่งตน-พึ่งธรรม จริงๆ.. ซึ่งแม้ต้องยอมรับการวินิจฉัยของหมอว่าถูกต้องตามหลักวิชาการของแพทย์แผนปัจจุบัน.. แต่สิ่งที่นอกเหตุเหนือผลของทางโลก.. คือ อัศจรรย์แห่งธรรม ที่ได้พบเห็นมา (บ่อยครั้ง) ดังในญาติโยมท่านนี้ที่มีอายุจะครบ ๙๐ ปี.. เผชิญโรคร้าย (มะเร็ง) ขั้นสุดท้าย แต่ก็สามารถค้ำถ่อสังขารให้ทรงอยู่ได้จนถึงวันนี้ อย่างถึงพร้อมด้วยบุญกุศล (สติปัญญา) .. จึงนับเป็นเรื่องที่ควรนำมาเผยแพร่ถึงวิธีการปฏิบัติตนตามแนว พึ่งตน-พึ่งธรรม ในโอกาสต่อไป.. เพื่อประโยชน์ของสาธุชนที่สนใจ!!.
เจริญพร
dhamma_araya@hotmail.com