โลกพัฒนาไปไกล รับมือภัยพิบัติได้ดีขึ้น แต่คนจนยังตายมากกว่าคนรวย
ในอดีต ภัยพิบัติทางธรรมชาติถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการสูญเสียชีวิตมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ภัยแล้ง พายุ แผ่นดินไหว หรือการระบาดของโรคร้าย เหตุการณ์เหล่านี้มักคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมหาศาล และมนุษย์แทบไม่สามารถป้องกันหรือรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนกลับจากข้อมูลในปัจจุบัน จะพบว่าโลกในศตวรรษที่ 21 ได้กลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยกว่าสำหรับมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจาก HumanProgress.org ชี้ให้เห็นว่า โอกาสที่มนุษย์จะเสียชีวิตจากภัยพิบัติทางธรรมชาติลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยตั้งแต่ทศวรรษ 1920–1930 เป็นต้นมา อัตราการเสียชีวิตจากภัยพิบัติลดลงเกือบร้อยละ 99 แม้ว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความก้าวหน้าของมนุษยชาติไม่ได้ทำให้โลกอันตรายขึ้นเสมอไป หากแต่ช่วยเพิ่มความสามารถในการป้องกันและลดความสูญเสียจากภัยธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกปลอดภัยขึ้นคือความเจริญทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ประเทศที่มีรายได้สูงสามารถลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง อาคารที่ออกแบบให้ทนต่อแผ่นดินไหว ระบบระบายน้ำที่ลดความรุนแรงของน้ำท่วม รวมถึงระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่อาศัยดาวเทียมและแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ ล้วนช่วยลดการสูญเสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งและการเฝ้าระวังโรคยังช่วยให้โลกสามารถรับมือกับการระบาดใหญ่ได้ดีกว่าในอดีต
อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียมกันทั่วโลก สถิติในช่วงปี 1996–2015 ระบุว่า ราวร้อยละ 90 ของผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติยังคงอยู่ในประเทศยากจนหรือกำลังพัฒนา ตัวอย่างเช่น สึนามิในมหาสมุทรอินเดียปี 2004 แผ่นดินไหวในเฮติปี 2010 หรือไซโคลน Nargis ในเมียนมา ล้วนสร้างความสูญเสียมหาศาล ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วบางแห่งสามารถเผชิญกับพายุหรือภัยธรรมชาติรุนแรงโดยแทบไม่มีผู้เสียชีวิตเลย ความแตกต่างนี้ตอกย้ำว่าความมั่งคั่งและการบริหารจัดการมีบทบาทสำคัญต่อความปลอดภัยของมนุษย์
ในด้านเศรษฐกิจ แม้มูลค่าความเสียหายจากภัยพิบัติจะดูเพิ่มสูงขึ้นในตัวเลขสัมบูรณ์ แต่เมื่อเทียบกับขนาดของเศรษฐกิจโลกหรือ GDP แล้ว ความสูญเสียเหล่านี้กลับลดลง นั่นเป็นเพราะความมั่งคั่งของมนุษย์เติบโตเร็วกว่าความสามารถของภัยธรรมชาติในการทำลายทรัพย์สิน กล่าวได้ว่า โลกอาจมีทรัพย์สินให้สูญเสียมากขึ้น แต่ก็มีศักยภาพในการฟื้นฟูและรับมือสูงขึ้นเช่นกัน
ภาพของโลกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตรายอาจไม่สะท้อนความเป็นจริงทั้งหมด แม้ภัยพิบัติจะยังคงเกิดขึ้น แต่โอกาสที่มนุษย์จะเสียชีวิตจากภัยเหล่านี้ลดลงอย่างมาก ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการจัดการ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้โลกในปัจจุบันปลอดภัยกว่าที่เคยเป็นมา อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ยังคงอยู่คือการทำให้ความปลอดภัยนี้เข้าถึงทุกประเทศและทุกกลุ่มคนอย่างเท่าเทียม เพื่อให้โลกที่ปลอดภัยขึ้นเป็นจริงสำหรับมนุษยชาติทั้งมวล ไม่ใช่เพียงบางส่วนเท่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- โลกร้อนพุ่งไม่หยุด! “ม่านมลพิษ” หาย โลกอาจเดือดแตะ 2°C ก่อน 2050
- 2026 โลกเดือดเกินควบคุม อุณหภูมิพุ่ง พายุแรง หากนโยบายช้า เสี่ยงหายนะทั้งระบบ
- ไฟป่า “ออสเตรเลีย” ลามหนัก เผาผลาญไปแล้วกว่า 2 ล้านไร่
- โลกร้อนเปลี่ยนเกมอสังหาฯ ชาวอเมริกันคิดหนักขึ้นตอนซื้อบ้าน เลือก “ความปลอดภัย” ก่อนทำเล
- ปัญหาสิ่งแวดล้อม โจทย์ท้าทาย พรรคการเมืองไทย