ชงศาลยึดทรัพย์ ชนนพัฒฐ์158ล. พ่วงบิ๊กเนมเพียบ
"ปปง." ลุยยึดทรัพย์ 1,148 ล้าน รวม 47 คดี ชงอัยการร้องศาลสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน "ชนนพัฒฐ์" 158 ล้าน พันพนันออนไลน์ "อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง-อดีตพระอลงกต" ปมยักยอกเงินวัด
เมื่อวันที่ 14 มกราคม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ สรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้
1.ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 16 รายคดี ทรัพย์สิน 974 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 252 ล้านบาท โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ อาทิ
คดีพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือนายอลงกต กับพวก กรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ มีพฤติการณ์กระทำความผิดร่วมกับนายเสกสันน์ หรือหมอบี ซึ่งแสดงตนเป็นตัวแทนของวัดในการรับบริจาคเงิน เปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ออกใบอนุโมทนาบัตรของวัด แต่ใช้เงินบริจาคบางส่วนเพื่อการส่วนตัว อันเป็นกรณีความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตฯ และความผิดฐานฟอกเงิน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 20 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ สินค้าแบรนด์เนม และที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท (คำสั่ง ย.6/2569)
คดีนางสาวสุพิชฌาย์ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยงกับกรณีพฤติการณ์กระทำความผิดของนายธนวันต์ หรือหมอดูตี่ลี่ ฮวงจุ้ย อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 369 รายการ (เช่น เครื่องประดับ วัตถุมงคล สินค้าแบรนด์แนม ยานพาหนะ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 124 ล้านบาท (คำสั่ง ย.7/2569)
2.ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 17 รายคดี ทรัพย์สินกว่า 492 รายการ มูลค่าประมาณ 769 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ อาทิ
คดีพระธรรมวชิรานุวัตร (แย้ม) กรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง กับพวก มีพฤติการณ์ทุจริตเบียดบังเงินของวัดเป็นของตนเอง โอนเงินไปยังผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ และนำไปซื้อทรัพย์สินจำนวนมาก คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 205 รายการ (เช่น ที่ดิน ยานพาหนะ เครื่องประดับ วัตถุมงคล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท (คำสั่ง ย.279/2568)
คดีกลุ่มบุคคลที่ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน รายนายทวีศักดิ์ กับพวก กรณีการหลอกลวงผู้เสียหายเชื่อมโยงกันหลายคดี มีข้อมูลเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับบุคคลสัญชาติจีนที่ถือหนังสือเดินทางกัมพูชา รวมถึงมีธุรกรรมทางการเงินเชื่อมโยงกับนายพัด สุภาภา หรือลี ยงพัด กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (เพิ่มเติม) จำนวน 11 รายการ (เช่น ห้องชุด ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 350 ล้านบาท (คำสั่ง ย.270/2568)
คดีกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์ www.gimi88.com และเว็บไซต์อื่นๆ รายนายชนนพัฒฐ์ กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 69 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ ที่ดิน เงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 158 ล้านบาท (คำสั่ง ย.286/2568)
3.ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืน หรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 14 รายคดี ทรัพย์สิน 179 รายการ มูลค่าประมาณ 127 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ อาทิ
คดีนายสุรเชษฐ์ กับพวก เป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักทรัพย์ฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 1 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 58 รายการ มูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท (คำสั่ง ย.220/2568).