โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นักวิเคราะห์คาด ปี 2026 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตชะลอ ที่ 4.2% ประเมินจะยังผ่อนคลายนโยบายการเงิน มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีก

BTimes

อัพเดต 20 ม.ค. เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. เวลา 03.30 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปี 2025 เศรษฐกิจจีนเติบโตอยู่ที่ 5% ตามเป้าหมายของทางการจีน ได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากภาคการส่งออกที่เติบโตดีกว่าคาดการณ์ แม้การส่งออกจากจีนไปสหรัฐฯ จะหดตัวอยู่ที่ -20% จากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของทางสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนเม.ย.2025 แต่การส่งออกไปอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม และไทย รวมถึงการส่งออกไปยุโรปที่เติบโตดีช่วยหนุนการส่งออกจีนปี 2025 ให้เติบโตได้อยู่ที่ 5.5%

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศยังส่งสัญญาณอ่อนแอ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4/2025 ที่เศรษฐกิจจีนเติบโตอยู่ที่ 4.5% ต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2022 โดยมี 2 ปัจจัยกดดันสำคัญ ดังนี้

1. การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรหดตัวอยู่ที่ -3.8% โดยการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเริ่มส่งสัญญาณหดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ได้รับปัจจัยกดดันจากการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัวต่อเนื่องอยู่ที่ -17.2% และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่หดตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ -2.2%

2. ช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ตัวเลขยอดค้าปลีกเติบโตชะลอลง โดยไตรมาส 4/2025 เติบโตเพียง 0.7%YoY ต่ำกว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ที่เติบโตเฉลี่ยราว 4% ส่งผลให้ยอดค้าปลีกทั้งปีเติบโตอยู่ที่ 3.7% สะท้อนกว่าผลของมาตรการของเก่าแลกของใหม่ (Trade-in Program) หนุนการใช้จ่ายในประเทศได้จำกัด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2026 ทางการจีนจะยังผ่อนคลายนโยบายการเงินผ่านการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย (7-days revese repo rate) และสัดส่วนสำรองเงินตามกฎหมายของธนาคารพาณิชย์ (Reserve Requirement Ratio) โดยล่าสุดวันที่ 15 ม.ค.2026 ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดดอกเบี้ยเฉพาะภาคส่วน (Relending และ Rediscount Rate) ลง 0.25% อีกทั้งฝั่งนโยบายการคลังคาดมีการผ่อนคลายต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปี 2026 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากปี 2025 โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 4.2%

โดย มี 4 ปัจจัยสำคัญที่น่าจับตา ดังนี้

1. ภาคอสังหาริมทรัพย์จะยังเป็นปัจจัยกดดันหลักสำคัญของเศรษฐกิจต่อเนื่องจากในปีก่อน แม้ปี 2026 ทางการมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งยังมีแนวโน้มเผชิญปัญหาสภาพคล่อง ซึ่งคาดว่าจะยังเป็นปัญหาสำคัญที่จะยังเกิดขึ้นตลอดทั้งปี 2026

2. ปัญหาหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่นจีนจะส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินกระตุ้นทางการคลัง แม้ทางการจีนจะมีแนวโน้มผ่อนคลายมาตรการทางการคลัง แต่เม็ดเงินบางส่วนคาดถูกนำมาใช้ในการจัดการปัญหาหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่น ทำให้วงเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจมีจำกัด (รูปที่ 4)

3. ในระยะสั้นมาตรการ Anti-Involution ที่ทางการจีนจะนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาสงครามราคา และกำลังการผลิตส่วนเกินอาจทำให้เกิดการควบรวมกิจการ และลดการผลิต ซึ่งหากไม่มีมาตรการมารองรับเพียงพอจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในประเทศ ซึ่งจะกดดันต่อเนื่องถึงการใช้จ่ายในประเทศ ทั้งนี้ ในปี 2026 ทางการจีนได้เริ่มปรับเกณฑ์ใหม่ในรถยนต์ Hybrid ที่จะเข้าเกณฑ์นำมาลดหย่อนภาษี โดยให้มีระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 100 กิโลเมตรจากเดิมที่ 43 กิโลเมตร เพื่อสนับสนุนให้อุตสาหกรรมรถยนต์ผลิตรถยนต์คุณภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ทางการจีนยังได้ปรับลดมูลค่าลดหย่อนภาษีของรถไฟฟ้าสูงสุดต่อคันลง

4. สงครามการค้าระหว่างจีน และสหรัฐฯ รวมถึงประเทศอื่น ๆ ที่ยังมีความไม่แน่นอนจะกดดันการส่งออกของจีนในปี 2026 แม้ว่าข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะสิ้นสุดในเดือนพ.ย.2026 แต่คาดว่าระหว่างทางยังมีความไม่แน่นอนสูง อีกทั้งความไม่แน่นอนทางการค้าของจีนกับชาติอื่น ๆ คาดมีเพิ่มขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...