คนอื่นกลัวเศรษฐกิจพัง แต่ 3 ธุรกิจนี้โตสวนกระแส ทางรอด SME ไทยยุคสงคราม
ใครว่าสงครามมีแต่เรื่องแย่? ในมุมของธุรกิจและการลงทุน ท่ามกลางความวุ่นวายและซัพพลายเชนโลกที่กำลังปั่นป่วน “ประเทศไทย” มักจะเป็น Safe Haven หรือหลุมหลบภัยชั้นดีที่เม็ดเงินและออเดอร์มหาศาลไหลเข้ามาเสมอ
ถ้ามองเกมขาด นี่คือ “นาทีทอง” ของ SME ไทยที่เตรียมตัวมาดี มาวิเคราะห์เจาะลึกกันว่า 3 กลุ่มธุรกิจไหนที่จะรับอานิสงส์และได้ผลดีที่สุดในสภาวะนี้
- ธุรกิจอาหารและการแปรรูป (Food Security & Processing)เวลาเกิดสงคราม สิ่งแรกที่ทุกประเทศทำคือ “กักตุนอาหาร” ประเทศไทยในฐานะครัวของโลกจึงเนื้อหอมสุดๆ แต่งานนี้ไม่ใช่แค่ขายของสด เพราะระบบขนส่งโลกมีปัญหา สินค้าที่รวยจริงคือสินค้าที่ “เก็บได้นานและพร้อมทาน”
ตัวอย่างธุรกิจ
อาหารแปรรูป/อบแห้งผลไม้อบแห้ง อาหารกระป๋องพร้อมทาน (Ready-to-eat) อาหารกลุ่มนี้ออเดอร์ส่งออกจะพุ่งกระฉูด
อาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food)แม้โลกจะวุ่นวาย แต่คนก็ไม่ยอมให้ลูกรักสี่ขาอดตาย ธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ในไทยตอนนี้โตสวนกระแสและเป็นที่ต้องการของตลาดโลกมาก
ธุรกิจฐานการผลิตและโกดังสินค้า (Relocation & Logistics Hub)เมื่อแบรนด์ใหญ่ๆ ทั่วโลกไม่กล้าเสี่ยงตั้งโรงงานในพื้นที่ขัดแย้ง การย้ายฐานการผลิต (Relocation) มายังประเทศที่เป็นกลางอย่างไทยจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างธุรกิจ
โรงงานรับจ้างผลิต (OEM)โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บรรจุภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนยานยนต์ จะได้รับออเดอร์เสียบแทนโรงงานในประเทศที่มีข้อพิพาท
โกดังสินค้าและโลจิสติกส์การเช่าพื้นที่จัดเก็บสินค้าเพื่อรอระบาย หรือศูนย์กระจายสินค้าในภูมิภาค จะเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะทุกคนต้องการสต็อกของไว้ให้อุ่นใจ
ธุรกิจพลังงานทางเลือกและเทคโนโลยีลดต้นทุน (Green Energy & Cost Reduction)ผลกระทบที่หนีไม่พ้นจากสงครามคือ “น้ำมันและก๊าซแพง” ทำให้ต้นทุนโรงงานพุ่งทะลุเพดาน ธุรกิจที่เข้ามาช่วย “หั่นต้นทุน” ตรงนี้ได้ จะกลายเป็นฮีโร่ที่ทุกบริษัทต้องง้อ
ตัวอย่างธุรกิจ
1.รับติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับ SME และโรงงานไม่ใช่แค่เทรนด์รักษ์โลก แต่เป็น “ทางรอด” ของโรงงานที่สู้ค่าไฟไม่ไหว ใครทำธุรกิจรับติดตั้งพร้อมวางระบบคำนวณจุดคุ้มทุนให้ลูกค้าได้ งานล้นมือแน่นอน
2.ธุรกิจคัดแยกและรีไซเคิลวัสดุ (Circular Economy)เมื่อของนำเข้าแพง การนำขยะอุตสาหกรรมหรือวัสดุเหลือใช้ในประเทศมาหมุนเวียนรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบใหม่ จะช่วยลดต้นทุนให้โรงงานอื่นๆ ได้มหาศาล
มุมมองถึงผู้ประกอบการ.ในวิกฤตมีความท้าทาย แต่ก็มี “ช่องว่าง” ขนาดใหญ่ซ่อนอยู่เสมอ คีย์เวิร์ดสำคัญคือ “ความยืดหยุ่น” ใครที่ปรับตัวไว หันมาใช้วัตถุดิบในประเทศ และทำสินค้าที่ตอบโจทย์การลดต้นทุนหรือแก้ปัญหาปากท้องได้ โอกาสโตระดับสิบเท่ารออยู่ข้างหน้าแน่นอน!.
เพื่อนๆ คิดว่ามีธุรกิจแนวไหนอีกบ้างที่น่าจะรุ่งในยุคนี้? คอมเมนต์มาแชร์ไอเดียกันได้เลย