โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตาตะวันออกกลาง! ‘พาณิชย์’ เร่ง 6 มาตรการคุมราคา–พยุงผู้ส่งออก รับมือค่าขนส่งพุ่ง

SMART SME

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘พาณิชย์’ ประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมออก 6 มาตรการเชิงลึกดูแลสินค้า-ช่วยเหลือผู้ส่งออก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมประเมินสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมว่า แม้ผลกระทบทางตรงระหว่างไทยกับประเทศคู่ขัดแย้งจะยังอยู่ในระดับจำกัด แต่สถานการณ์ที่ขยายวงในภูมิภาคตะวันออกกลางมีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและการค้าโลก โดยเฉพาะด้านพลังงานและการขนส่งทางเรือ ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

“ในด้านผลกระทบทางตรง ไทยมีสัดส่วนการค้าโดยตรงกับประเทศคู่ขัดแย้งไม่สูง โดยในปี 2568 ไทยส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางมูลค่า 12,475.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 3.67 ของมูลค่าการส่งออกรวม จึงยังไม่พบสัญญาณการยกเลิกหรือชะลอคำสั่งซื้อในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ”

อย่างไรก็ดี ผลกระทบที่มีนัยสำคัญจะอยู่ในระดับภูมิภาคตะวันออกกลางและภาพรวมเศรษฐกิจโลก ซึ่งขณะนี้มีความตึงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่ต้องพึ่งพาการขนส่งสินค้าทางเรือผ่านเส้นทางหลักในภูมิภาคดังกล่าว สถานการณ์ความไม่ปลอดภัยและข้อจำกัดด้านเส้นทางเดินเรือได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าทางเรือโดยตรง ทำให้สายเรือหลายรายต้องปรับเส้นทางเดินเรือ เพิ่มระยะเวลาเดินทาง ส่งผลให้ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และต้นทุนโลจิสติกส์ปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งยังเกิดความตึงตัวของตู้คอนเทนเนอร์และตารางเรือในบางเส้นทาง ซึ่งกระทบต่อผู้ส่งออกไทย

นอกจากนี้ ราคาพลังงานในตลาดโลกมีแนวโน้มผันผวน ซึ่งอาจส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งในระยะถัดไป กระทรวงพาณิชย์จึงประเมินว่า แม้ผลกระทบทางตรงยังจำกัด แต่ผลกระทบทางอ้อมผ่านกลไกราคาและโลจิสติกส์ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดมาตรการเชิงรุก 6 แนวทางสำคัญ ได้แก่

1. การบริหารจัดการราคาสินค้าและป้องกันการฉวยโอกาส กำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด ป้องกันการกักตุนหรือปรับขึ้นราคาเกินสมควร พร้อมติดตามการส่งผ่านต้นทุนพลังงานสู่ราคาสินค้า

2. การจัดหาแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตสำรอง ประสานผู้นำเข้าสำรวจสต็อกและกระจายความเสี่ยงไปยังแหล่งนำเข้านอกพื้นที่เสี่ยง รวมถึงสนับสนุนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศมากขึ้น

3. การสนับสนุนผู้ส่งออกและบริหารจัดการโลจิสติกส์ ร่วมกับภาคเอกชนประเมินผลกระทบค่าระวางเรือและค่าประกันภัยที่ปรับสูงขึ้น ให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านการบริหารต้นทุน การปรับเงื่อนไขการส่งมอบสินค้า และการกระจายตลาดเพื่อลดความเสี่ยง

4. การประสานงานใกล้ชิดกับสายเรือและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ติดตามสถานการณ์เส้นทางเดินเรือ ความแออัดของท่าเรือ และความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อประเมินผลต่อโครงสร้างต้นทุนการส่งออก

5. การขับเคลื่อนบทบาทเชิงรุกของทูตพาณิชย์ มอบหมายให้รายงานสถานการณ์การค้า ความเชื่อมั่นผู้นำเข้า และมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำผู้ประกอบการไทยในการบริหารความเสี่ยง

6. การวิเคราะห์ผลกระทบต่อเงินเฟ้อและเสถียรภาพราคา ประเมินผลจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างต้นทุนและมูลค่าการส่งออก เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างตรงจุดและทันท่วงที

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่ารัฐบาลเตรียมแผนรองรับ ทั้งการดูแลราคาสินค้า การบริหารจัดการต้นทุน และการสนับสนุนผู้ส่งออกให้สามารถรักษาตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยจะทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการค้าไทยในช่วงสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถขอรับคำปรึกษาและติดตามข้อมูลสถานการณ์การส่งออกเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1169

เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...