โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อาลัย ผอ.เสียชีวิตแล้ว หลังถูกคนร้ายยิง รร.ประกาศปิดเรียน 2 วัน รปภ.คุมเข้มห้ามเข้า

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 08.33 น. • AdminNews

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (11 ก.พ. 69) เวลาประมาณ 15.00 น. เกิดเหตุ คนร้าย เป็นเยาวชนชาย อายุ 18 ปี มีอาการคลุ้มคลั่ง ถืออาวุธปืน SIG SAUER MPX (9 มม.) บุกเข้าไปใน "โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์" ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และได้ก่อเหตุยิงครู-นักเรียน ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และยังจับกุมไว้เป็นตัวประกันบางส่วน

จากนั้น เวลาประมาณ 18.15 น. ตำรวจได้เจรจาเกลี้ยกล่อมให้คนร้ายวางอาวุธ โดยคนร้ายตะโกนออกมาว่า อยากพบครูผู้ชายคนหนึ่ง โดยให้ตำรวจตามครูคนนี้ มาพบภายใน 10 นาที แต่ต่อมา คุณครูที่ถูกจับเป็นตัวประกันได้ถือปืน พร้อมนำเด็กนักเรียนออกมาจากห้อง

หลังจับกุมเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ได้นำตัวคนร้าย ส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อตรวจอาการ หลังทราบว่าคนร้ายรายนี้เคยมีประวัติเข้ารับการรักษาอาการจิตเวช จากการใช้สารเสพติด และออกจากโรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานก็ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุ อาวุธ และรถจักรยานยนต์ ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ

หนุ่มคลั่งไล่ฟัน ชิงปืน ตร.บุกยิงในโรงเรียน

ด้าน พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เผยว่า จุดเริ่มต้นมาจาก คนร้ายคลุ้มคลั่งถือมีดพร้า ทางตำรวจสายตรวจ สภ.ทุ่งลุง 2 นาย จึงเข้าไประงับเหตุ แต่ถูกคนร้ายวิ่งไล่ฟัน วิ่งหนีลงจากเนินเขา ระยะทางประมาณ 200 เมตร มาถึงรถยนต์สายตรวจ ชายคลั่งได้เปิดประตูรถนต์ หยิบอาวุธปืนยาวของตำรวจ ที่อยู่ในรถ นำมาไล่ยิงตำรวจ ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ เข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

จากนั้น ก็บุกเข้าไปยิง ผู้อำนวยการโรงเรียนได้รับบาดเจ็บ และจับเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน 2 คน และเด็กนักเรียน 1 คน เป็นตัวประกัน จนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาระงับเหตุ ส่งผลให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บ และถูกควบคุมตัวส่งโรงพยาบาลในที่สุด

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ที่ถูกคนร้ายยิงบริเวณทรวงอก-ลำตัว จนอาการสาหัส ขณะที่เข้าไปขอเป็นตัวประกันแทนเด็ก จึงทำให้ถูกยิง ล่าสุดมีรายงานว่า ผอ.ศศิพัชร เสียชีวิตแล้วเมื่อเวลา 02.00 น. ที่ผ่านมา (12 ก.พ. 69) เนื่องจากเสียเลือดมาก และการแข็งตัวของเลือดเสียไป เนื่องจากอวัยวะภายในบาดเจ็บรุนแรงและเสียเลือดมาก

ส่วนนักเรียนที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้มี 2 ราย คือ

เด็กนักเรียนหญิง อายุ 14 ปี โดนยิงบริเวณช่องท้อง (เอวด้านซ้าย)

เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว และ เด็กนักเรียนหญิง ที่กระโดดอาคารเรียนหนี จากชั้น 2 ได้รับบาดเจ็บ มีแผลที่ศีรษะ และขา อยู่ในการดูแลของแพทย์

ล่าสุดเช้าวันนี้ (12 ก.พ. 69) โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ได้ประกาศปิดเรียนเป็นเวลา 2 วัน แต่ผู้ปกครองบางคนได้นำบุตรหลาน มาเอารถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ภายในโรงเรียน โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ให้นักเรียนแสดงหลักฐานประจำตัวรถก่อนที่จะนำรถออกไปได้ ซึ่งหลายคนก็ยังอยู่ในอาการหวั่นวิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียน ปิดประตูห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในโรงเรียนเด็ดขาด เนื่องจากต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบและเก็บวัตถุพยานหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้งในเช้าวันนี้

ฟิว จิรเมธ ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ ลงพื้นที่บริเวณหน้าโรงเรียนที่เกิดเหตุ ได้พูดคุยกับ นางสาวณาตยา (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ยายของเด็กในโรงเรียน เล่าว่า ช่วงใกล้เลิกเรียน ขณะนักเรียนกำลังทยอยเดินออกจากโรงเรียน จู่ ๆ ผู้ก่อเหตุ ถือปืนยาวบุกเข้ามาในโรงเรียน จี้ รปภ. และสาดกระสุนไปมา ทำให้นักเรียนแตกตื่นวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

หลานชายของตน รีบวิ่งขึ้นไปหลบที่ชั้น 3 รวมกับรุ่นพี่และเพื่อนนักเรียนอีกประมาณ 10 คน ช่วยกันล็อกประตู ปิดเสียงโทรศัพท์ และหลบซ่อนอยู่เงียบ ๆ พร้อมส่งข้อความแจ้งสถานการณ์ให้ยายทราบตลอด แม้แบตโทรศัพท์จะเหลือเพียง 2% ขณะหลบอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงปืนดังเป็นระยะ ผู้ก่อเหตุใช้เสียงตามสายประกาศตามหาผู้อำนวยการและครูเจ ก่อนลาก ผอ.ออกมาเป็นตัวประกัน และใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต นอกจากนี้ยังบังคับนักเรียนกลุ่มหนึ่งให้เล่น “จ้ำจี้มะเขือเปาะแปะ” ใครโดนเลือกจะถูกยิงจริง ส่งผลให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาทีมข่าวลงพื้นที่บ้านของ นายเจี๊ยบ (นามสมมติ) พ่อของผู้ก่อเหตุ ตั้งอยู่บนเนินเขาในป่าสวนยางลึก ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 10 กิโลเมตร โดยพ่อเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายมีอาการคลุ้มคลั่ง เผาข้าวของเครื่องใช้ เครื่องชักน้ำ รวมถึงที่นอน ผ้าห่ม หมอน หลังบ้าน ตนจึงแจ้งตำรวจมาระงับเหตุ แต่ขณะเจ้าหน้าที่สายตรวจ 2 นาย เข้าควบคุมสถานการณ์ ลูกชายกลับถือมีดพร้าไล่ทำร้าย ก่อนขโมยอาวุธปืนของตำรวจ และขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปยังโรงเรียน ก่อเหตุกราดยิงดังกล่าว

นายเจี๊ยบยืนยันว่า ลูกชายไม่ได้เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน มีเพียงลูกสาวที่กำลังศึกษาอยู่ระดับ ม.1 และ ม.2 ส่วนปมครูตำหนิลูกสาวนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เป็นเพียงเรื่องระเบียบวินัยเล็กน้อย ไม่ถึงขั้นใช้ความรุนแรง และตนเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของโรงเรียน

ซึ่งลูกชายเรียนจบเพียงชั้น ป.6 และมีอาการป่วยทางจิตเวช ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ก่อนย้ายมารักษาต่อที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ พร้อมยอมรับว่า ระยะหลังลูกชายอาจมีการใช้ยาเสพติด ทำให้กินยาจิตเวชไม่สม่ำเสมอ เชื่อว่าเป็นสาเหตุให้อาการหลอนและคลุ้มคลั่งรุนแรงขึ้น เคยทำร้ายตนเองและน้องสาว จนครอบครัวอยู่ในความหวาดกลัว พร้อมฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้นำตัวลูกชายเข้ารับการรักษาอย่างจริงจัง

อยากขอโทษครอบครัวผู้สูญเสีย ยอมรับอยากไปร่วมงานศพ แต่จะขอปรึกษาญาติผู้เสียชีวิตก่อน ขณะนี้สภาพจิตใจของตนเองและลูกสาวย่ำแย่อย่างมาก ส่วนอาการบาดเจ็บของลูกชายยังไม่ทราบรายละเอียด โดยยืนยันให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย และไม่ปกป้องการกระทำแต่อย่างใด

ส่วนทางด้าน นางบี (นามสมมติ) เพื่อนสนิทของ ผอ. เผยว่า ทราบข่าวการเสียชีวิตของเพื่อนในช่วงดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมา รู้สึกเสียใจอย่างมาก และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นจริง เพื่อนเป็นคนเก่ง มีความสามารถสูง และรักเด็กนักเรียนเป็นอย่างมาก เพิ่งมารับตำแหน่งที่โรงเรียนแห่งนี้ได้เพียงประมาณ 1 ปีเท่านั้น แต่สามารถสร้างความรักและความศรัทธาจากเด็กนักเรียนและครูในโรงเรียนได้เป็นอย่างดี เด็กทุกคนรักและเคารพผู้อำนวยการเป็นอย่างมาก

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนยอมเอาตัวเองเข้าไปเป็นตัวประกันแทนเด็กนักเรียน เป็นการเสียสละเพื่อปกป้องลูกศิษย์อย่างแท้จริง ซึ่งตนมองว่าเป็นจิตวิญญาณของความเป็นครูอย่างแท้จริง

นางบียังบอกอีกว่าเพื่อนมีครอบครัวที่อบอุ่น มีสามีและลูก ๆ อีก 2 คน ไม่อยากเชื่อว่าจะต้องจากไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ หลังจากนี้ ตนเองจะเดินทางไปร่วมพิธีศพ เพื่อแสดงความอาลัยและไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...