ปริ่มขาดใจ!แม่รับศพลูกสาวเหยื่อเครนถล่มทับรถไฟโดยสาร
อุดรธานี-แม่ร่ำไห้รับศพลูกสาว เหยื่อเครนยักษ์ทับรถไฟ ชาวบ้านร่วมแรงจัดงานศพ แม่ชีเผยเตรียมนำร่างเข้าเบ้า 2–3 ปี ตามความเชื่อ
จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ เครนขนาดใหญ่ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงพังถล่ม ทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษดีเซลราง (สปรินเตอร์) ขบวนที่ 21 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สร้างความเศร้าสลดให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง
ความคืบหน้าล่าสุด ณ วันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 30 ราย โดยสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลได้แล้ว 23 ราย และยังอยู่ระหว่างรอผลพิสูจน์อัตลักษณ์อีก 7 ราย
หนึ่งในผู้เสียชีวิต เป็นหญิงชาวอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ล่าสุดศพได้เดินทางกลับถึงภูมิลำเนาบ้านเกิดแล้ว ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยของครอบครัว ญาติพี่น้อง และชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ที่ร่ำไห้ด้วยความอาลัย เมื่อรับร่างลูกสาวกลับบ้านเป็นครั้งสุดท้าย
บรรยากาศที่ศาลาพักศพประจำหมู่บ้าน ตั้งแต่ช่วงเช้า ชาวบ้านจำนวนมากต่างร่วมแรงร่วมใจกันจัดเตรียมสถานที่ ทั้งกางเต็นท์ จัดโต๊ะ เก้าอี้ และอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ เพื่อรอรับร่างผู้เสียชีวิต ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของญาติสนิทและคนในชุมชนที่ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียอย่างกะทันหัน
ต่อมาเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 16 มกราคม 2569 ขบวนรถนำร่างผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึงศาลาพักศพ ท่ามกลางน้ำตาและเสียงร่ำไห้ของผู้มารอรับ สะท้อนความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สร้างบาดแผลทางใจให้กับครอบครัวและชุมชนเป็นอย่างมาก
ขณะที่ แม่ชีบังอร พังพี อายุ 68 ปี หนึ่งในญาติผู้เสียชีวิต เปิดเผยถึงกำหนดการประกอบพิธีทางศาสนาว่า ในวันพรุ่งนี้ 17 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 09.30 น. จะมีการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดและประกอบพิธี เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตเข้าเบ้า หรือที่บรรจุศพ จากนั้นในช่วงเย็นเวลาประมาณ 15.00–16.00 น. จะนิมนต์พระไปสวดที่บ้านอีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้ ครอบครัวยังจะจัดการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่องตลอด 3 วัน เพื่อส่งดวงวิญญาณให้สงบและเป็นไปตามความเชื่อทางศาสนา
แม่ชีบังอร กล่าวต่อว่า ครอบครัวตั้งใจจะเก็บร่างผู้เสียชีวิตไว้ในเบ้าประมาณ 2–3 ปี หรือจนกว่าจะมีความพร้อม ตามความเชื่อที่สืบทอดกันมา เนื่องจากเชื่อว่าดวงวิญญาณอาจยังไม่จากไป หากรีบประกอบพิธีฌาปนกิจ อาจทำให้ดวงวิญญาณไม่สงบ การเก็บร่างไว้ก่อนจึงเป็นการให้ดวงวิญญาณได้พักและเป็นไปตามวิถีทางศาสนา
แม่ชียังเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ได้ฝันหรือมีสิ่งผิดปกติในความฝันแต่อย่างใด สามารถนอนหลับได้ตามปกติ แต่มีอาการตาเขม่นหรือตากระตุกเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงก่อนเกิดเหตุ ซึ่งเชื่อว่าเป็นลางสังหรณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง
ท้ายที่สุด แม่ชีบังอรได้กล่าวฝากถึงผู้เสียชีวิตด้วยน้ำเสียงสงบว่า อยากให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติ ไม่ต้องเป็นห่วงคนทางนี้ เพราะทุกคนล้วนมุ่งหน้าไปสู่จุดเดียวกันในวันหนึ่ง และขอให้ผู้เสียชีวิตได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี
พร้อมทั้งระบุว่า ในทางธรรม ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามเหตุและปัจจัย หากผู้เสียชีวิตเป็นคนทำความดี ไม่เคยทำชั่ว การจากไปอาจหมายถึงการสิ้นสุดภารกิจในโลกมนุษย์ และได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่า เพราะความตายไม่ใช่จุดจบเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO