MOONG รุกฐานใหม่บิวตี้ เล็งเจาะตลาดสัตว์เลี้ยง
#MOONG #ทันหุ้น – MOONG เปิดแผนธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโตระดับ Double Digitเร่งปรับพอร์ตเพิ่มสัดส่วน Own Brand อัพมาร์จิ้นพร้อมปักธงบุกตลาดบิวตี้ หลังผนึกพาร์ตเนอร์เกาหลี กดปุ่มส่งสินค้าเข้าไทยไตรมาส 1/2569 นี้แย้มอยู่ระหว่างศึกษาตลาดเพ็ทแคร์เติบโตสูง
นายเมธิน เลอสุมิตรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MOONG เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในระดับเลขสองหลัก (Double Digit) ต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า โดยจะมาจากการต่อยอดฐานธุรกิจเดิมควบคู่กับการขยายสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ ภายใต้กลยุทธ์การปรับโมเดลธุรกิจให้มีสัดส่วนสินค้าแบรนด์ของบริษัทเอง (Own Brand) เพิ่มขึ้น เพื่อยกระดับอัตรากำไรและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
** รุกฐานธุรกิจใหม่
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา MOONG ได้วางรากฐานทางธุรกิจใหม่อย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของธุรกิจจัดจำหน่ายและการพัฒนาสินค้าแบรนด์ของบริษัท โดยเฉพาะกลุ่ม Food & Beverage ที่มีการเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมีความพร้อมในการต่อยอดสู่หมวดสินค้าอื่นๆ ที่มีศักยภาพสูง สำหรับปี 2569 บริษัทจึงมุ่งเน้นการสร้าง New S-Curve ผ่านการผสาน Synergy ระหว่างกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่ม Health & Wellness และกลุ่ม Beauty เพื่อรองรับการเติบโตในระยะกลางถึงยาว
นายเมธิน กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของปีนี้ คือการรุกตลาด Beauty โดยเฉพาะสินค้า K-Beauty หลังจากบริษัทเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 26% ในบริษัท เจ เอส ดับเบิ้ลยู แอสเสท จำกัด หรือ JSW ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้า Skin Care และCosmetics จากประเทศเกาหลีใต้ และมีแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอประมาณ 7–8 แบรนด์ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการคัดเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับช่องทางจำหน่ายแบบออฟไลน์ เพื่อเริ่มนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ ไตรมาส 1/2569
โดยจะเน้นช่องทาง Modern Trade ซึ่งเป็นช่องทางที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญและมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเร่งการรับรู้รายได้และสร้างฐานลูกค้าในวงกว้าง ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้รับสิทธิจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่ม Mistine (White Spa) ซึ่งได้เริ่มทำตลาดแล้ว และจะเดินหน้าขยายการทำตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569
** จ่อลุยตลาดสัตว์เลี้ยง
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาและประเมินศักยภาพของตลาด Pet Care ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) ส่งผลให้การใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทมองว่าสินค้าที่มีนวัตกรรมและตอบโจทย์ด้าน Health & Wellness จะเป็นกลุ่มที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคาได้
ทั้งนี้ รูปแบบการขยายธุรกิจในตลาด Pet Care ยังมีความยืดหยุ่น อาจเป็นได้ทั้งการพัฒนาแบรนด์ของบริษัทเอง การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ หรือการเข้าลงทุนผ่านการทำ M&A หากพบโอกาสที่เหมาะสมและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
** ธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง
สำหรับภาพรวมพอร์ตธุรกิจ นายเมธิน กล่าวว่า แม้ตลาดแม่และเด็กจะได้รับผลกระทบจากอัตราการเกิดของเด็กไทยที่ลดลงมากกว่า 10% แต่ธุรกิจดังกล่าวของMOONG ยังสามารถเติบโตสวนกระแสต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม บริษัทได้วางกลยุทธ์ Balance Portfolio โดยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มPersonal Care และ Food & Beverage เพื่อสร้างความสมดุลและลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในระยะยาว
นายเมธินกล่าว ทิ้งท้ายว่า บริษัทมั่นใจว่าเป้าหมายการเติบโตระดับ Double Digit ในปี 2569 จะมาจากทั้งการเติบโตของธุรกิจเดิม(Organic Growth) และการขยายสู่ธุรกิจใหม่ (Inorganic Growth) ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรายได้ สร้าง S-Curve ใหม่ และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาว