วายุภักษ์ฝีมือดียิลด์เด้ง สูตรชนะตลาดขาดลอย
#วายุภักษ์ #ทันหุ้น – “วายุภักษ์ หนึ่ง” โชว์ฝีมือบริหารกองทุนผลงานหรู ทั้งราคาหน่วยขึ้นแตะ 10.70 บาท และยิลด์ปันผลพุ่ง 6.09% ชนะตลาดขาดลอย แม้เผชิญปัจจัยท้าทายรอบด้าน ควักปันผลจ่าย 22 มกราคม เผยเคล็ดลงทุนหุ้นไทยให้ชนะตลาดเน้น ESG ประเมินปี 2569 ปัจจัยลบน้อยกว่าปี 2568เชื่อบริหารผลตอบแทนได้สูงอีก
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยผลประกอบการกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ว่า ในช่วง 1 ปี 3 เดือน นับจากปลายปี 2567 ถึงปี 2568 ผลประกอบการของกองทุน ถือว่า ชนะ Benchmark ขาดลอย โดยกองทุนสามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) แม้สภาวะตลาดโดยรวมจะไม่เอื้ออำนวย โดยในปี 2568 กองทุนฯ มีผลตอบแทนรวมประมาณ 6% กว่า ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ติดลบถึง 10%
“หากพิจารณา Benchmark ที่ใช้ภายใต้โครงการ ซึ่งเป็นการผสมระหว่างดัชนี SET 50% และตราสารหนี้ 50% กองทุนก็ยังสามารถทำผลงานชนะเกณฑ์ดังกล่าวได้เช่นกัน ผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมนี้ส่งผลให้กองทุนสามารถประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2568 รวมทั้งสิ้น 6.09% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายขั้นต่ำที่เคยตั้งไว้ที่ 3% ต่อปี ถึงเท่าตัว สะท้อนการบริหารจัดการระดับมืออาชีพและการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล”
@ รับ สองด้งทั้งมูลค่าหน่วย+ปันผล
ด้านนางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ของกองทุน โดยอัตราเงินปันผล ปี 2568 จ่ายรวม 6.09% ซึ่งในครึ่งปีแรกจ่ายไปแล้วประมาณ 1.48% และครึ่งปีหลังจ่ายอีกประมาณ 4.6% มีกำหนดจ่ายเงินจริงในวันที่ 22 มกราคมนี้ คิดเป็นเม็ดเงินรวมประมาณ 9 พันล้านบาท ทั้งนี้ มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) จากราคาเสนอขายเริ่มต้น 10 บาท ปัจจุบันราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ 10.70 บาท ทำให้นักลงทุนได้รับทั้งเงินปันผลและกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain)
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนที่ทำให้ผลงานโดดเด่น คือ การเลือกลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนน้อยกว่าดัชนี SET โดยปัจจุบันกองทุนมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยประมาณ 90% กว่า และอีกส่วนหนึ่งลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูง ทั้งนี้ กองทุนให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับปัจจัยด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) โดยเฉพาะเรื่องธรรมาภิบาล (Good Governance) ซึ่งจะมีการกลั่นกรองหุ้นอย่างเข้มข้น หากบริษัทใดมีปัญหาด้านธรรมาภิบาล กองทุนจะใช้มาตรการเชิงรุก (Proactive) เช่น การหยุดลงทุนเพิ่ม หรือลดสัดส่วนการลงทุนทันที
@ มองปีนี้ลงทุนง่ายกว่า
สำหรับมุมมองเศรษฐกิจปี 2569 มองว่า ปัจจัยลบน้อยกว่าปีที่ผ่านมา แม้จะยังมีปัจจัยเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical) แต่เชื่อว่า ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยทั้งในและต่างประเทศเริ่มมีน้ำหนักเบาลง นอกจากนี้ยังมีความชัดเจนในเรื่องของรัฐบาลและการดำเนินกิจกรรมภายในประเทศที่เป็นปกติมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ดังนั้น ก็หวังว่าผลตอบแทนในปีนี้จะสูงเช่นกัน
ในส่วนของความกังวลต่อปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ (เช่น เรื่องภาษี Tariff) เชื่อว่าตลาดและบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ได้เตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว และไม่น่าจะส่งผลกระทบรุนแรงจนเกิดวิกฤติ โดยกองทุนมีกลไกการบริหารความเสี่ยงที่เตรียมพร้อมเสมอ ซึ่งหากเกิดวิกฤติรุนแรงจนดัชนี SET ลงไปแตะระดับ 800 จุด จึงจะเป็นระดับที่เข้าเงื่อนไขกลไกการคุ้มครองตามที่เคยออกแบบไว้
ปัจจุบันกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง มีขนาดทรัพย์สินรวมเกือบ 500,000 ล้านบาท แบ่งเป็น กองทุนประเภท ก จำนวน 1.5 แสนล้านบาท และ กองทุนประเภท ข จำนวน 3.3 แสนล้านบาท โดยมีสภาพคล่องส่วนเกินอยู่ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการจ่ายเงินปันผลโดยไม่ต้องกระทบต่อการถือครองหุ้นหลัก