‘สารัชถ์’ เชื่อรัฐบาลมีความต่อเนื่อง สุญญากาศระยะสั้น ความเชื่อมั่นฟื้น สัญญาณดีในรอบ 10 ปี
The Bangkok Insight
อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 08.11 น. • The Bangkok Insight"สารัชถ์" หวังรัฐบาลชุดใหม่บริหารงานได้ต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นนักลงทุนฟื้น เกิดสุญญากาศแค่ระยะสั้น ชี้เป็นสัญญาณที่ดีในรอบ 10 ปี ยันถือหุ้นกสิกรไทยเป็นการซื้อขายปกติในตลาดหุ้น อย่าคิดเกินไปมาก
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) เปิดเผยว่า ภาพหลังการเลือกตั้ง เชื่อว่า รัฐบาลชุดใหม่จะสามารถดำเนินนโยบายได้ต่อเนื่อง แม้จะเกิดสุญญากาศช่วงจัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพราะเมื่อรัฐบาลมีความต่อเนื่อง จึงไม่น่าเป็นห่วงในเรื่องของนโยบาย
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีปัญหาค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าเป็นหนี้ครัวเรือน ค่าใช้จ่ายครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น หนี้สาธารณะ จึงหวังว่ารัฐบาลใหม่เข้ามาแล้วจะแก้ปัญหาได้ มาทำให้ประเทศไทยกลับไปอยู่ในแผนที่โลก และดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า หลังจบการเลือกตั้ง ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติปรับตัวดีขึ้น ภาพรวมถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก โดยเห็นได้จากดัชนีตลาดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ต.ล.ท.) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ปรับเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากในรอบ 10 ปี เพราะไม่เคยเห็นแบบนี้ จึงหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และเป็นความหวังของทุกคน
ในส่วนของแนวโน้มธุรกิจพลังงาน นายสารัชถ์กล่าวว่า กังวลในเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันเกิดความผันผวนได้ รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกด้วย เพราะค่าไฟในประเทศอิงกับราคาพลังงานตลาดโลก หากความขัดแย้งระหว่างประเทศยังลุกลาม และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ย่อมมีผลต่อราคาพลังงานโลก และต่อเนื่องถึงประเทศไทย
ส่วนการเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะหลายประเทศก็ดำเนินการและการแข่งขันเป็นเรื่องที่ดี ที่ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตาม มองว่าควรดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากมีระบบที่ยังต้องแก้ไขอีกหลายจุด
สำหรับผลประกอบการปี 2568 ของกัลฟ์ที่ทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 28,776 ล้านบาท เติบโต 33% ถือเป็นทิศทางที่ดี ซึ่งเป็นไปตามแผนการลงทุน และเป็นการดำเนินการทางบัญชีในการบริหารจัดการของบริษัท เช่น การเข้าซื้อหุ้นในบริษัทที่มีผลกำไร ซึ่งส่งผลดีต่อตัวเลขการดำเนินงาน และหวังว่าผลประกอบการนี้จะเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปได้
ส่วนกรณีที่บริษัทเข้าถือหุ้นในธนาคารกสิกรไทย (KBank) 10.03% หรือมูลค่า 235.80 ล้านบาท เป็นการลงทุนตามกลไกปกติของตลาดทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทและผู้ถือหุ้น และไม่มีข้อห้ามว่าห้ามซื้อหุ้นตัวนั้นตัวนี้ หรือห้ามซื้อเกินจำนวนที่กำหนด พร้อมยืนยันว่าไม่มีนโยบายเข้าไปแทรกแซงการบริหารงานของ ธนาคารกสิกรไทย เช่นเดียวกับการเข้าถือหุ้นใน เอไอเอส ก็ไม่เคยเข้าไปแทรกแซงการบริหารงาน
การซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นไปตามกลไกปกติ ซื้อมาขายไปก็ได้ จะซื้อไว้นานก็ได้ ผลกำไรดี ราคาหุ้นขึ้นก็อาจขายได้ เพราะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น อย่าคิดมากจนเกินไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'GULF' เปิดตัวนิทรรศการ 'Empowering Me' พร้อมสนับสนุนศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ รพ.จุฬาฯ ต่อเนื่องปีที่ 10
- กัลฟ์ สานต่อภารกิจสร้างรอยยิ้ม โครงการ 'GULF Sparks Smiles ปี 6' ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย
- GULF มอบ 7 ล้าน เยียวยาทหารบาดเจ็บ เหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ยกย่องผู้เสียสละปกป้องอธิปไตยไทย
ติดตามเราได้ที่