โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'ฮ่องกง' เปิดยุทธศาสตร์ Great Outdoors พลิกโฉมท่องเที่ยว จากตึกระฟ้าสู่ป่าระดับโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 15.08 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 08.50 น.

คอลัมน์: รายงานพิเศษ ผู้เขียน: สุวัฑ แซงลาด

ท่ามกลางภาพจำของ “เกาะฮ่องกง” ในฐานะศูนย์กลางทางการเงินระดับโลกที่คราคร่ำด้วยตึกระฟ้าและความเร่งรีบ ทว่าภายใต้เงาของป่าคอนกรีตเหล่านั้น ฮ่องกงกำลังส่งสัญญาณใหม่ไปยังนักเดินทางทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่ม “Eco-Conscious” และผู้รักธรรมชาติ ผ่านแคมเปญล่าสุดของการท่องเที่ยวฮ่องกง (HKTB) ที่มุ่งเน้นการนำเสนอ “มุมที่ยังไม่ถูกค้นพบ” (Hidden Gems) ของพื้นที่สีเขียวที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 60% ของเกาะ

จากทริปสำรวจเส้นทางธรรมชาติในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 “ประชาชาติธุรกิจ” ร่วมเดินทางไปสัมผัสร่องรอยธรณีวิทยาซูเปอร์โวเคโน 140 ล้านปี จนถึงวิถีสโลว์ไลฟ์บนเกาะลัมมา เพื่อถอดรหัสว่าเหตุใด “ป่าและเมือง” ของฮ่องกงจึงสามารถหายใจร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

‘ไซกุง’ มรดกโลกที่มนุษย์และธรรมชาติรังสรรค์ร่วมกัน

จุดเริ่มต้นของการเดินทางอยู่ที่ อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Global Geopark) บริเวณ อ่างเก็บน้ำไฮไอแลนด์ (High Island Reservoir) ซึ่งเป็นจุดที่สะท้อนภาพการบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างน่าทึ่งที่สุด

Stella To จาก Walk Hong Kong ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเขาและไกด์ท้องถิ่นมากประสบการณ์กว่าสองทศวรรษ ให้ข้อมูลว่าความพิเศษของที่นี่คือ “การผสมผสานระหว่างธรรมชาติและฝีมือมนุษย์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผยให้เห็นแท่งหินหกเหลี่ยม (Hexagonal Rock Columns) ที่เกิดจากการเย็นตัวอย่างรวดเร็วของลาวาจากซูเปอร์โวเคโน (Supervolcano) เมื่อ 140 ล้านปีก่อน

“ความมหัศจรรย์ที่นี่เกิดจากคลื่นลมทะเลที่กัดเซาะจนเผยให้เห็นแท่งหินหกเหลี่ยม ขณะเดียวกันการสร้างเขื่อนโดยมนุษย์เพื่อมนุษย์ ก็เป็นสิ่งที่ช่วยเปิดพื้นที่ให้เราได้เห็นมรดกทางธรณีวิทยาได้อย่างชัดเจนทั่วทั้งบริเวณ” Stella กล่าว

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ “เกาะพัวปินโจว” (Po Pin Chau) แลนด์มาร์กสำคัญที่เป็นเกาะหินโด่งรูปสามเหลี่ยม มีแท่งหินหกเหลี่ยมสูงกว่า 100 เมตร เรียงตัวกันดูคล้าย “ไปป์ออร์แกน” ยักษ์ ซึ่งในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ก่อนถูกพลังแห่งธรรมชาติกัดเซาะจนแยกตัวออกไป

นอกจากร่องรอยธรณีวิทยา ฝีมือมนุษย์ในการสร้าง เขื่อนกันคลื่น (Coffer Dam) ก็เป็นประติมากรรมทางวิศวกรรมที่น่าสนใจ ด้วยการใช้แท่งคอนกรีตรูปตัว T สองหัว หรือ Dolosse กว่า 7,000 ชิ้น แต่ละชิ้นหนักถึง 25 ตัน วางขัดสานกันเพื่อสลายแรงกระแทกจากคลื่นยักษ์ สะท้อนความพยายามในการเอาชนะและอยู่ร่วมกับธรรมชาติของชาวฮ่องกง

เข้าถึงง่าย: ‘ภูเขา’ อยู่ห่างจาก ‘รถไฟฟ้า’ เพียงไม่กี่ก้าว

หัวใจสำคัญที่ทำให้ฮ่องกงกลายเป็นสวรรค์ของนักเดินเขา (Hiking Destination) คือโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม Stella ชี้ให้เห็นว่า ความต่างระหว่างฮ่องกงและเมืองใหญ่อื่นๆ อย่างกรุงเทพฯ คือความใกล้ชิดของป่าและเมือง

“ถ้าเปรียบเทียบกับกรุงเทพฯ คุณต้องเดินทางไกลมากเพื่อไปให้ถึงภูเขา แต่ที่ฮ่องกง เมืองกับป่าตั้งอยู่ข้างกันเลย ไม่มีที่ไหนในโลกที่เมืองที่หนาแน่นที่สุดจะถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียวขจีขนาดนี้”

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย Stella แนะนำเส้นทาง MacLehose Trail ซึ่งเป็นเส้นทางที่รวม “ที่สุด” ของฮ่องกงไว้ในที่เดียว ตัดผ่านจากตะวันออกไปตะวันตก เห็นทั้งหมู่บ้านดั้งเดิม สัตว์ป่า และทัศนียภาพริมมหาสมุทร โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคมซึ่งเป็นฤดูกาลที่อากาศเย็นสบายที่สุด

สำหรับสายกิน หลังจากจบภารกิจเดินเขาที่ไซกุง (Sai Kung) ย่านนี้ยังถูกขนานนามว่าเป็น “สวนหลังบ้านของฮ่องกง” ที่เต็มไปด้วยร้านซีฟู้ดสดๆ ริมน้ำและคาเฟ่ชิคๆ โดยเฉพาะเมนู “ติ่มซำและซีฟู้ด” ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกวัตถุดิบสดๆ จากตู้หน้าร้านให้เชฟระดับมิชลินปรุงได้ทันที

‘Peak Trail’: ป่าคอนกรีตที่ยั่งยืนบนพื้นที่อนุรักษ์ 63%

การเดินทางต่อมาที่ The Peak ไม่ใช่เพียงการไปดูจุดชมวิว แต่คือการเดินสำรวจเส้นทาง Lugard Road และ Harlech Road ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินที่สวยที่สุดในโลก

ความลับที่น่าสนใจคือ ฮ่องกงไม่ได้มีเพียงตึกสูง แต่รัฐบาลฮ่องกงดำเนินนโยบายอนุรักษ์อย่างเข้มงวด โดยปัจจุบันฮ่องกงรักษาพื้นที่กว่า 63% ให้เป็นเขตคุ้มครอง แบ่งเป็นอุทยานแห่งชาติ 25 แห่ง และพื้นที่อนุรักษ์พิเศษอีก 22 แห่ง นี่คือคำตอบว่าทำไมเมืองที่ที่ดินแพงที่สุดในโลกแห่งหนึ่งถึงยังมีป่าผืนใหญ่ตั้งอยู่กลางเกาะ

การเดินเท้าจากย่านธุรกิจที่หนาแน่นที่สุดมาถึงเทรลเดินเขาใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที และหากเดินต่อไปอีกนิดจนถึง เขาเมาท์ไฮเวสต์ (Mount High West) นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความสงบที่แตกต่างจากการอยู่บนดาดฟ้าตึก เพราะที่นี่มอบ “ช่วงเวลาส่วนตัว” ในการชมพระอาทิตย์ตกดินที่เส้นขอบฟ้าตัดกับผืนน้ำโดยไม่มีความวุ่นวายของนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่

วิถีชาวเกาะลัมมา: เข็มนาฬิกาเดินช้าลงตามจังหวะน้ำขึ้น-ลง

อีกหนึ่งแง่มุมของการ “หลบเร้น” คือการข้ามฝั่งไปยัง เกาะลัมมา (Lamma Island) สถานที่ที่วิถีชีวิตเปลี่ยนผ่านจากความเร่งรีบของย่านอเบอร์ดีน (Aberdeen) ไปสู่ความเงียบสงบในทันทีที่ก้าวพ้นท่าเรือ

Carol Pak และ Wendy Chan จาก Lamma Rainbow Tour บอกเล่าถึงเสน่ห์ของวิถีชาวเกาะว่า หัวใจสำคัญคือการ “ใช้ชีวิตให้ช้าลง” ผู้คนในหมู่บ้านยังคงรู้จักมักคุ้นกัน อุดหนุนสินค้าท้องถิ่น และมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับตารางเดินเรือเฟอร์รี่และปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ

“วิถีชีวิตประจำวันของคนที่นี่ผูกพันกับตารางเดินเรือเฟอร์รี่และปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง มากกว่าจะยึดติดกับเข็มนาฬิกาเพียงอย่างเดียว” Carol กล่าวถึงเสน่ห์ที่หาได้ยากในตัวเมือง

บนเกาะนี้ยังมี วัดเจ้าแม่ทับทิม (Tin Hau Temple) ในย่านหยกซูหว่าน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนประมง สถาปัตยกรรมของวัดบนเกาะจะมีความถ่อมตัวและกลมกลืนกับหมู่บ้าน แตกต่างจากวัดในเมืองที่ถูกล้อมด้วยตึกสูง ที่นี่เสียงกลองและกลิ่นธูปจะลอยเคล้าไปกับลมทะเล ให้ความรู้สึกว่า “ศรัทธายังมีชีวิต”

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวบนเกาะลัมมายังมุ่งเน้นความยั่งยืนผ่านกิจกรรม “การตกปลาแบบไร้ตะขอ” (Hookless Fishing) ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่นำมาประยุกต์ให้กลายเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อสื่อสารให้คนรุ่นใหม่เห็นว่า “การจับปลาแต่พอดีและการเคารพธรรมชาติ” คือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดของชุมชนชาวประมง

บทสรุปฮ่องกงในมิติใหม่ที่มากกว่าการช้อปปิ้ง

การเดินทางสำรวจเส้นทางธรรมชาติของฮ่องกงในครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่า “ความเจริญของเมือง” และ “ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ” ไม่จำเป็นต้องแยกขาดจากกัน หากมีการจัดการพื้นที่อย่างชาญฉลาด

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่คุ้นเคยกับการช็อปปิ้งและไหว้พระ การลองก้าวเท้าเข้าสู่เทรลธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแท่งหินลาวาที่ไซกุง, จุดชมวิว 360 องศาที่เมาท์ไฮเวสต์ หรือวิถีสโลว์ไลฟ์บนเกาะลัมมา จะเป็นคำตอบใหม่ที่ทำให้เข้าใจว่า “ฮ่องกง” ยังมีมนต์เสน่ห์อีกมากมายที่รอการถูกค้นพบ

และเมื่อคุณได้ลองเดินเข้าไปสักพัก…คุณอาจจะ “ติดใจ” จนอยากกลับมาสำรวจเพิ่มอีกก็เป็นได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ฮ่องกง’ เปิดยุทธศาสตร์ Great Outdoors พลิกโฉมท่องเที่ยว จากตึกระฟ้าสู่ป่าระดับโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...