โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

วาระสุดท้ายของ Van Allen Probe A กับผลกระทบต่อโลกและประเทศไทย

สยามรัฐ

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 09.11 น.

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 มีนาคม 2026 ตามเวลาประเทศไทย โลกได้ต้อนรับการกลับมาของอดีตนักสำรวจอวกาศผู้ยิ่งใหญ่ นั่นคือดาวเทียม Van Allen Probe A ขององค์การนาซา (NASA) ซึ่งได้ยุติบทบาทลงและร่วงหล่นกลับสู่ชั้นบรรยากาศโลก แม้ดาวเทียมดวงนี้จะมีน้ำหนักก่อนเผาไหม้ถึงราว 600 กิโลกรัม แต่การตกกลับสู่โลกในครั้งนี้ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกแต่อย่างใด หากแต่เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ย้ำเตือนถึงความเชื่อมโยงระหว่างอวกาศและโลก รวมถึงผลกระทบจากธรรมชาติทางดาราศาสตร์ที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้

ทำไมดาวเทียมถึงตกเร็วกว่ากำหนดถึง 8 ปี

เดิมทีผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าดาวเทียมดวงนี้จะลอยอยู่ในวงโคจรไปจนถึงปี 2034 แต่สถานการณ์จริงกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงด้วยกลไกทางธรรมชาติ ปัจจัยหลักเกิดจาก "วัฏจักรสุริยะ" (Solar Cycle) ที่กำลังอยู่ในช่วงสูงสุด หรือที่เรียกว่าสภาวะ Solar Maximum ซึ่งดวงอาทิตย์มีพฤติกรรมรุนแรงเป็นพิเศษ

พายุสุริยะและการปลดปล่อยมวลโคโรนาได้ส่งพลังงานมหาศาลมายังปริมณฑลของโลก พลังงานความร้อนนี้ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศชั้นนอกสุดของโลกเกิดการขยายตัว เมื่อชั้นบรรยากาศขยายตัวสูงและหนาแน่นขึ้นในระดับวงโคจรของอวกาศ มันจึงไปสร้าง "แรงเสียดทาน" (Atmospheric Drag) ต่อดาวเทียมที่โคจรอยู่

แรงเสียดทานนี้ทำหน้าที่เหมือนเบรกที่คอยชะลอความเร็วในการโคจรของดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด แรงโน้มถ่วงก็ดึงดาวเทียม Probe A ต่ำลงมาเรื่อยๆ และกลับสู่โลกเร็วกว่ากำหนด

ผลกระทบและระดับความเสี่ยงต่อโลก

เมื่อได้ยินข่าวคำว่า "ดาวเทียมขนาดใหญ่ตก" หลายคนอาจนึกภาพถึงอันตรายจากฟากฟ้า แต่ในความเป็นจริง ภัยคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำมาก

- การเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ เมื่อดาวเทียมพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นด้วยความเร็วสูงมาก

การเสียดสีจะทำให้เกิดความร้อนมหาศาลถึงหลายพันองศา ชิ้นส่วนส่วนใหญ่ของ Van Allen Probe A จะถูกเผาไหม้และหลอมละลาย และตอนนี้ดาวเทียมระเหยกลายเป็นไอไปจนเกือบหมดก่อนที่จะตกถึงพื้นโลก

- โอกาสเกิดอันตราย นาซาประเมินว่าความเสี่ยงที่เศษซากที่รอดจากการเผาไหม้จะตกใส่คน มีอัตราส่วนเพียง 1 ใน 4,200 (หรือคิดเป็นความเสี่ยงเพียง 0.02% เท่านั้น) ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่าพื้นที่กว่า 70% ของผิวโลกคือผืนน้ำมหาสมุทร ชิ้นส่วนใดๆ ก็ตามจึงมีแนวโน้มที่จะตกลงในพื้นที่ห่างไกลและปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นระดับโลกที่สำคัญ นั่นคือความตระหนักรู้เรื่อง "ขยะอวกาศ" (Space Debris) ที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบีบบังคับให้นานาชาติต้องร่วมมือกันวางแผนจัดการวงโคจรให้รัดกุมกว่าเดิม

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบทางตรงในแง่ของความเสี่ยงทางกายภาพนั้นแทบจะเป็นศูนย์ จากข้อมูลการโคจรและขนาดของเศษซาก โอกาสที่จะสร้างความเสียหายในไทยจึงน้อยมาก แต่ผลกระทบในเชิงอ้อมจาก "องค์ความรู้" ของดาวเทียมดวงนี้ ถือว่าใกล้ตัวเราอย่างยิ่ง เดิมทีเดียวภารกิจของ Probe A และ B คือการศึกษาแถบรังสีแวนอัลเลน (Van Allen Belts) ข้อมูลที่ดาวเทียมดวงนี้เคยส่งกลับมา ช่วยให้โลกเข้าใจปรากฏการณ์พายุสุริยะ ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศไทยพึ่งพาระบบเทคโนโลยีอวกาศในทุกมิติของการใช้ชีวิต ตั้งแต่ดาวเทียมสื่อสาร ดาวเทียมสำรวจทรัพยากร (อย่าง THEOS-2) ไปจนถึงระบบ GPS หากสภาพอวกาศแปรปรวนและเราไม่มีข้อมูลแจ้งเตือนล่วงหน้า ระบบการสื่อสาร การนำทางของเครื่องบิน รวมถึงโครงข่ายไฟฟ้าในไทยอาจเกิดความขัดข้อง บทเรียนจากการตกเร็วกว่ากำหนดของดาวเทียม Probe A ในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องย้ำเตือนให้หน่วยงานด้านอวกาศของไทย เช่น GISTDA ต้องคอยเฝ้าระวังและพัฒนาขีดความสามารถในการติดตามสภาพอวกาศอย่างต่อเนื่อง แม้ในวันนี้ ตัวดาวเทียมจะสลายตัวกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านในชั้นบรรยากาศไปแล้ว แต่มรดกทางข้อมูลที่มันทิ้งไว้ จะยังคงปกป้องเทคโนโลยีบนโลกและในไทยไปอีกนาน

มาดูขั้นตอนการทำงานสำหรับประเทศไทยกันบ้าง ซึ่ง GISTDA มีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบและได้มาตรฐานสากล และใช้ระบบการจัดการจราจรอวกาศ (Space traffic management system) หรือ ZIRCON ที่พัฒนาโดยทีมวิจัยของ GISTDA ระบบมีขีดความสามารถในการวิเคราะห์และแจ้งเตือนการชนของดาวเทียม และการแจ้งเตือนวัตถุอวกาศตกกลับมาสู่โลก (re-entry) โดยเหตุการณ์นี้การแจ้งเตือนกลับมาสู่โลก โดยมีขั้นตอนดังนี้

1) ระบบจะคำนวณวิถีวงโคจร ความเร็ว ปัจจัยด้านชั้นบรรยากาศ และน้ำหนักของวัตถุ เพื่อหา "กรอบเวลา" (Re-entry window) และ "พื้นที่คาดการณ์" ที่วัตถุนั้นจะตกลงมา

2) การประเมินความเสี่ยงต่อพื้นที่ประเทศไทย (Risk Assessment) ระบบจะทำการจำลองเส้นทาง (Trajectory) ว่าในช่วงเวลาที่ดาวเทียมจะตกนั้น วงโคจรพาดผ่านน่านฟ้าของประเทศไทยหรือไม่ หาก ไม่พาดผ่าน GISTDA จะออกประกาศเพื่อให้ประชาชนรับทราบเป็นเกร็ดความรู้และคลายความกังวล แต่หาก “พาดผ่าน” ระบบจะประเมินเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงอย่างละเอียดว่ามีโอกาสที่เศษซากจะตกลงในเขตชุมชนมากน้อยเพียงใด

3) การประสานงานและแจ้งเตือนภัย (Alert & Coordination) ในกรณีที่มีความเสี่ยงต่อประเทศไทย GISTDA จะทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เพื่อออกประกาศเตือนสายการบิน (NOTAM) ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางการบินในน่านฟ้าบริเวณดังกล่าวชั่วคราว รวมถึง สื่อมวลชนและประชาชน จะออกประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง

- การติดตามจนถึงวินาทีสุดท้าย (Re-entry Confirmation) เมื่อวัตถุเริ่มเข้าสู่ชั้นบรรยากาศและเกิดการเผาไหม้ GISTDA จะติดตามสถานะอย่างใกล้ชิดจนกว่าชิ้นส่วนสุดท้ายจะตกสู่พื้นโลกหรือมหาสมุทร (Splashdown) จากนั้นจึงจะออกประกาศยืนยัน "จุดตกที่แท้จริง" เพื่อปิดภารกิจการเฝ้าระวังในครั้งนั้น ด้วยขั้นตอนเหล่านี้ ทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ขยะอวกาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

สำหรับการดำเนินการในกรณีนี้ดาวเทียมดาวเทียม Van Allen Probe A คาดว่าจะตกเข้าสูโลด วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 18.43 น. +/- 8 ชั่วโมง (ผลการวิเคราะห์ ณ วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 12.15 น.) และคาดว่ามวลส่วนใหญ่จะถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ หากมีผลการวิเคราะห์อัพเดทหรือมีความเสี่ยง ทาง GISTDA จะมีการรายงานความก้าวหน้าให้ทุกท่านทราบโดยทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...