Mastercard จับมือ Binance-Ripple เปลี่ยนคริปโทเป็นเงินสดทั่วโลก
#Mastercard#ทันหุ้น – ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Mastercard เปิดตัว “Crypto Partner Program” ระดับโลกเมื่อวันพุธ โดยประกอบด้วยบริษัทคริปโต ผู้ให้บริการชำระเงิน และสถาบันการเงินกว่า 85 แห่ง ตามแถลงการณ์จากยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงิน
โครงการริเริ่มนี้รวมถึงกระดานเทรดคริปโต, นักพัฒนาบล็อกเชน, บริษัทฟินเทค และธนาคาร อาทิBinance, Circle, Ripple, Gemini, PayPal และ Paxos ตามที่Mastercard ระบุในวิดีโอแนบฉบับแถลงการณ์
โปรแกรมนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้งานในระดับองค์กร (Enterprise) รวมถึงการโอนเงินข้ามพรมแดน, การโอนเงินแบบ B2B, การจ่ายเงิน และการชำระราคา (Settlement)
ที่น่าสังเกตคือ สิ่งนี้สะท้อนถึงสิ่งที่ Mastercard อธิบายว่าเป็น“ความเชื่อหลักที่ว่า ระยะต่อไปของการชำระเงินบนเชน (On-chain payments) จะถูกสร้างขึ้นผ่านความร่วมมือ” โดยผู้เข้าร่วมจะร่วมกันสร้างโซลูชันที่มุ่งนำความเร็วและความสามารถในการเขียนโปรแกรม (Programmability) ของสินทรัพย์ดิจิทัล มาผสมผสานกับโครงข่ายบัตรที่มั่นคงและกระแสการค้าโลก
“เป้าหมายหลักคือการนำไปปฏิบัติได้จริง: การเปลี่ยนนวัตกรรมทางเทคนิคให้กลายเป็นกรณีการใช้งานที่ขยายขนาดได้และสอดคล้องกับกฎระเบียบ ซึ่งสามารถดำเนินงานได้ในทุกตลาดและบูรณาการเข้ากับการค้าในชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น” แถลงการณ์ระบุ
โปรแกรมนี้ต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอยู่ของ Mastercard รวมถึงโครงการเร่งสปีดบล็อกเชน“Start Path” และโปรแกรม “Crypto Card” บนแพลตฟอร์ม Engage ซึ่งได้สร้างโอกาสในการร่วมมือและการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง
Mastercard ขยายพันธมิตรสินทรัพย์ดิจิทัล
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ Mastercard ได้ขยายกิจกรรมในภาคส่วนสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา ผ่านการเป็นพันธมิตร, การริเริ่มโครงสร้างพื้นฐาน และการบูรณาการระบบชำระเงิน
เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Cloudflare ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ได้ร่วมมือกับ Visa, Mastercard และ American Express เพื่อสร้างมาตรฐานการยืนยันตัวตนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการชำระเงินที่เริ่มโดย “เอเจนท์ AI อัตโนมัติ“
ต่อมาในเดือนเดียวกัน มีรายงานว่า Mastercard กำลังเข้าซื้อกิจการ Zerohash สตาร์ทอัพโครงสร้างพื้นฐานคริปโตและ Stablecoin ในข้อตกลงมูลค่ารวมสูงสุดถึง 2 พันล้านดอลลาร์ ตามรายงานของ Fortune โดย Zerohash เป็นบริษัทในชิคาโกที่ก่อตั้งในปี 2017 ให้บริการเทคโนโลยีและเครื่องมือด้านกฎระเบียบสำหรับธนาคาร, ฟินเทค และโบรกเกอร์ เพื่อเปิดตัวโครงการเทรดคริปโต, Stablecoin และโปรเจกต์การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Tokenization) ที่ถูกกฎหมาย
นอกจากนี้ กระเป๋าเงิน MetaMask ของ Consensys ยังได้เปิดตัวบัตรชำระเงินในสหรัฐฯ ผ่านความร่วมมือกับ Mastercard โดยบัตรแบบ Self-custodial นี้ช่วยให้ผู้ใช้ยังคงควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลของตนได้จนถึงวินาทีที่ชำระเงิน และสามารถใช้ได้ทุกที่ที่รองรับ Mastercard พร้อมรับรางวัลแคชแบ็กเป็น Stablecoin mUSD ของ MetaMask
ขณะที่ SoFi ก็ได้กล่าวเมื่อต้นเดือนนี้ว่ามีแผนจะเสนอ Stablecoin SoFiUSD เป็นสกุลเงินสำหรับชำระราคาในเครือข่ายการชำระเงินทั่วโลกของ Mastercard โดยคาดว่าแพลตฟอร์มเทคโนโลยี Galileo จะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เสนอทางเลือกให้ธนาคารผู้ออกบัตรสามารถชำระราคาธุรกรรมบัตรโดยใช้ Stablecoin ดอลลาร์สหรัฐได้