CPAXT พลิกเกม ปี 69 ชู 5 กลยุทธ์เป้าหมายเบอร์ 1 อาเซียน
CPAXT พลิกเกม ปี 69 ชู 5 กลยุทธ์เป้าหมายเบอร์ 1 อาเซียน รุกช่องทางออนไลน์ ควบคู่ยกระดับใช้เทคโนโลยีและข้อมูล ประกาศรักษาวินัยทางการเงิน บริหารต้นทุนรอบคอบ
วันที่ 23 ก.พ.2569 นายธานินทร์ บูรณมานิต ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT) ธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ชื่อ "Makro" และ ธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ชื่อ "Lotus's" และธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าศูนย์การค้า เปิดเผยถึงแผนธุรกิจปี 2569 ว่า บริษัทเดินหน้าขยายการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน บนพื้นฐานของวินัยทางการเงินและการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ
โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ความสุขของชุมชน (Happy Mall) เร่งขยายการขายนอกร้าน โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ควบคู่การยกระดับการใช้เทคโนโลยีและข้อมูล ในการขับเคลื่อนองค์กร สู่เป้าหมายการเป็น Retail Tech ชั้นนำของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในปี 2569 CPAXT มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
- สร้างการเติบโตทุกช่องทางจำหน่าย โดยเฉพาะการขายนอกร้าน ผ่านทีมขาย (B2B) และการขายออนไลน์ควบคู่การขยายสาขาในรูปแบบที่หลากหลาย
- เป็นผู้นำสินค้าอาหารสดและเพิ่มสัดส่วน Private Label พร้อมต่อยอดอาหารพร้อมปรุง และอาหารพร้อมทาน เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและผู้ประกอบการในราคาที่คุ้มค่า
- ยกระดับศูนย์การค้าและพื้นที่เช่าให้เป็น "พื้นที่ความสุขของชุมชน" เพื่อสร้างรายได้จากการบริหารพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
- ขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน โดยต่อยอดศักยภาพตลาดมาเลเซีย และขยายการดำเนินงานในฟิลิปปินส์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตระยะยาว
- นำเทคโนโลยี และ AI มาใช้ยกระดับการดำเนินงาน โดยผสานความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชน และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Retail Tech ชั้นนำของภูมิภาค
สำหรับผลการดำเนินงานของ CPAXT ในปี 2568 มีรายได้รวม 520,706 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 9,356 ล้านบาท ลดลง 11.5% จากปีก่อน เป็นผลหลักจากการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากการลดลงของยอดขายในกลุ่มสินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งปกติมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เนื่องจากลูกค้ามีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศที่จำกัด กอปรกับมีการปรับกลยุทธ์ด้านราคาเป็นมาตรการชั่นคราวภายใต้สภาวะตลาดที่ท้าทาย
ทั้งนี้ รายได้รวมที่เติบโตได้รับแรงหนุนจากยอดขายกลุ่มสินค้าอาหารสด ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเติบโตของสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ (Private Label) ช่วยสร้างความแตกต่างและหนุนภาพรวมรายได้ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น กลุ่มธุรกิจฟูดเซอร์วิสเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากยอดขายสินค้าฟูดเซอร์วิส ที่บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นใน Renewed Hope Pte. Ltd. ในไตรมาส 3/68 ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพและขยายฐานลูกค้าในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการฟูดเซอร์วิส
การเติบโตของรายได้จากการขายนอกร้าน เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของบริษัทฯ โดยมาจากการเพิ่มของยอดขายผ่านทีมขาย B2B โดยเฉพาะกลุ่ม HoReCa ที่ยังคงเติบโตได้ดี ในส่วนของยอดขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม "Makro PRO" และ "Lotus’s Smart App" เติบโตโดดเด่นถึง 27.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยล่าสุด "Makro PRO" ได้รับการจัดอันดับจาก Euromonitor International ให้เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยอันดับ 1 และเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ด้านยอดขายแบบ First-party (1P) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมเดินหน้าขยายสาขาและพื้นที่ให้บริการ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจออนไลน์ด้วยเครือข่ายกว่า 2,600 สาขาทั่วประเทศที่ทำหน้าที่เป็นจุดกระจายและจัดส่งสินค้า
นายธานินทร์ กล่าวว่า บริษัทยังคงรักษาฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IBD to Equity) อยู่ที่ 0.33 เท่า สะท้อนความสามารถในการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีวินัย และรองรับการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมั่นคง