ผู้แทนการค้าสหรัฐโว ยังไม่เห็น ปท.ไหน ถอนตัวดีลภาษีทรัมป์ เบสเซนต์เชื่อรายได้ภาษีไม่ลด
ผู้แทนการค้าสหรัฐโว ยังไม่เห็น ปท.ไหน ถอนตัวดีลภาษีทรัมป์ เบสเซนต์เชื่อรายได้ภาษีไม่ลด
นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ว่า ยังไม่มีประเทศใดที่บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐแล้ว แจ้งว่าจะถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าว หลังจากศาลสูงสุดของสหรัฐมีคำตัดสินให้ยกเลิกภาษีสินค้านำเข้าที่เรียกเก็บจากประเทศคู่ค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
เกรียร์ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Face the Nation” ของ CBS News ว่า เขาได้พูดคุยกับคู่เจรจาจากสหภาพยุโรปแล้ว และจะหารือกับเจ้าหน้าที่จากประเทศอื่นๆ ต่อไป
“ผมยังไม่ได้รับแจ้งจากใครเลยว่าข้อตกลงยกเลิกแล้ว พวกเขาต้องการดูว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปอย่างไร” เกรียร์กล่าว พร้อมย้ำว่า สหรัฐจะยึดมั่นในข้อตกลงที่ทำไว้แล้ว รวมถึงข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (อียู) และคาดว่าคู่ค้าจะปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน
ด้านคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ได้ออกแถลงการณ์ที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงหลังเกรียร์ให้สัมภาษณ์ในวันอาทิตย์ เรียกร้องให้สหรัฐยึดมั่นในข้อตกลงการค้าสหรัฐ–อียูที่บรรลุเมื่อปีก่อน พร้อมทั้งระบุว่าสหรัฐต้องให้ “ความชัดเจนอย่างครบถ้วน” เกี่ยวกับขั้นตอนที่จะดำเนินการต่อไปภายหลังคำตัดสินของศาลสูงสุด
“สถานการณ์ปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยต่อการการค้าและการลงทุนข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่ ‘เป็นธรรม สมดุล และเป็นประโยชน์ร่วมกัน’ ตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ และข้อตกลงก็คือข้อตกลง” แถลงการณ์ของอีซีระบุ
ข้อตกลงสหรัฐ–อียูกำหนดอัตราภาษีสหรัฐฯ ที่ 15% สำหรับสินค้าจากอียูส่วนใหญ่ ยกเว้นสินค้าที่อยู่ภายใต้ภาษีรายภาคส่วนอื่นๆ เช่น เหล็ก และยกเลิกภาษีสำหรับสินค้าบางรายการ เช่น เครื่องบินและอะไหล่ ขณะที่อียูตกลงจะยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐหลายรายการ แม้ว่ายังไม่ได้บังคับใช้จริง และได้ถอนคำขู่ที่จะตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษี
อียูและประเทศอื่นๆ กังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะเก็บภาษีเพิ่มเติมในอนาคต อันเป็นผลจากการสอบสวนใหม่ภายใต้กฎหมายคนละฉบับ
เกรียร์กล่าวในรายการ “This Week” ของ ABC News ว่า รัฐบาลทรัมป์จะปรับโครงสร้างนโยบายการค้าโดยใช้เครื่องมือทางกฎหมายอื่นๆ รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม มาตรา 301 และกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ มาตรา 232 ซึ่งทั้งสองฉบับเคยถูกยกขึ้นฟ้องในศาลมาแล้ว แต่ศาลตัดสินว่ายังใช้ได้ตามกฎหมาย
เกรียร์กล่าวด้วยว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐได้เปิดการสอบสวนตามมาตรา 301 ต่อบราซิลและจีนอยู่แล้ว และคาดว่าจะเริ่มการสอบสวนใหม่ในประเด็นต่างๆ เช่น กำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะครอบคลุมหลายประเทศในเอเชีย และการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับข้าว ซึ่งบางประเทศมีการอุดหนุนอย่างมาก
ยังไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงภาษีที่เจรจาไว้แล้วกับอียูและประเทศอื่น ๆ จะยกเว้นประเทศเหล่านั้นจากภาษีใหม่ที่อาจเกิดจากการสอบสวนหรือไม่ โดยเกรียร์กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า การสอบสวนเหล่านี้อาจรวมถึงภาษีบริการดิจิทัลของประเทศต่าง ๆ ด้วย ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวในยุโรป
เกรียร์กล่าวว่า เขาไม่คาดว่าคำตัดสินของศาลและการเปลี่ยนแปลงภาษีที่ตามมาจะกระทบต่อแผนการพบกันระหว่างทรัมป์กับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในช่วงปลายเดือนมีนาคม
“จุดประสงค์ของการพบกับประธานาธิบดีสี ไม่ใช่เพื่อต่อสู้กันเรื่องการค้า แต่เพื่อรักษาเสถียรภาพ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าจีนปฏิบัติตามข้อตกลงของเรา เช่น การซื้อสินค้าเกษตรของเรา ครื่องบินโบอิ้ง และสินค้าอื่นๆ จากอเมริกา ผมไม่เห็นว่าสิ่งนี้จะกระทบต่อการพบกันดังกล่าว” เกรียร์กล่าว
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ทรัมป์ได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าชั่วคราว 10% หลังจากศาลสูงสุดมีคำสั่งให้ยกเลิกการเก็บภาษีเดิมที่อาศัยกฎหมายภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ ต่อมาในวันเสาร์ ทรัมป์ได้ปรับขึ้นอัตราภาษีชั่วคราวเป็น 15% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต
เกรียร์กล่าวว่า การตัดสินใจของทรัมป์ทีจะขึ้นภาษีนำเข้าภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นถึง “ความเร่งด่วนของสถานการณ์” โดยอ้างถึงความจำเป็นในการลดความไม่สมดุลการค้าจำนวนมากกับประเทศอื่นๆ
ด้าน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวในรายการ “State of the Union” ของ CNN ว่า ประเด็นเรื่องการคืนเงินภาษีจะถูกพิจารณาโดยศาลชั้นต้น เราจะปฏิบัติตามสิ่งที่ศาลตัดสิน แต่กว่าจะทราบผลอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
เบสเซนต์ยังบอกกับรายการ “Sunday Morning Futures” ของ Fox News ว่ากระทรวงการคลังคาดว่ารายได้จากภาษีนำเข้าจะยังคงเท่าเดิม แม้มีคำตัดสินของศาลสูงสุด เนื่องจากการสอบสวนใหม่ภายใต้มาตรา 301 ที่กำลังดำเนินอยู่ จะส่งผลให้มีการเก็บภาษีเพิ่มเติม
“เราได้ติดต่อกับคู่ค้าต่างประเทศของเราแล้ว และพวกเขาพอใจกับข้อตกลงภาษี ดังนั้นข้อตกลงเหล่านี้จะไม่ถูกเปลี่ยนแปลง” เบสเซนต์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้แทนการค้าสหรัฐโว ยังไม่เห็น ปท.ไหน ถอนตัวดีลภาษีทรัมป์ เบสเซนต์เชื่อรายได้ภาษีไม่ลด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th