โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สธ.เปิดช่องทางออนไลน์ดูแลสุขภาพกาย-ใจคนไทยในประเทศเสี่ยงตะวันออกกลาง

The Reporters

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 11.54 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 11.54 น.

สธ.เปิดช่องทางออนไลน์ดูแลสุขภาพกาย-ใจคนไทยในประเทศเสี่ยงตะวันออกกลาง ผ่านหมอพร้อม-ไลน์เฉพาะกิจ พร้อมมาตรการคัดกรอง 3 มิติที่จุดเข้าประเทศ จัดทีมแพทย์รองรับ-ติดตามอาการถึงบ้าน ยืนยันมีความพร้อมทั้งบุคลากร-เวชภัณฑ์

วันนี้ (12 มี.ค. 69) เวลา 11.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน โดย นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมดูแลสุขภาพแรงงานไทยที่มีอยู่กว่า 1 แสนคนในประเทศที่มีความเสี่ยง ทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างรอบด้าน

นพ.วรตม์ กล่าวว่า มาตรการดูแลแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรก กระทรวงสาธารณสุขได้เพิ่มช่องทางการดูแลสุขภาพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ทันที โดยด้านสุขภาพกายสามารถรับคำปรึกษาผ่านระบบการแพทย์ทางไกลของ หมอพร้อม Super App ซึ่งให้บริการตั้งแต่นัดหมายแพทย์ออนไลน์ ตรวจรักษาทางไกล ไปจนถึงการจัดเก็บเอกสารสุขภาพดิจิทัลอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังสามารถขอคำปรึกษาผ่านไลน์ OA “คู่ใจสุขภาพแรงงานไทยในต่างประเทศ” โดยพิมพ์ข้อความเข้ามาในระบบ เพื่อรับการประเมินอาการเบื้องต้นและคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ตลอดเวลา

นพ.วรตม์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิตได้เปิดช่องทางพิเศษเพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวลสำหรับคนไทยในพื้นที่เสี่ยง โดยสามารถเพิ่มเพื่อนทางไลน์ที่ไอดี @1323middle.east หรือสแกน QR Code จากสื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ส่วนที่สอง คือมาตรการคัดกรอง 3 มิติ ณ จุดเข้าประเทศ โดยได้จัดเตรียมทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เพื่อรองรับกระบวนการคัดกรอง มิติแรกเป็นการคัดกรองเชิงรุกโดยกรมควบคุมโรค ตรวจสอบอาการสำคัญ เช่น ไข้ ไอ อาการทางระบบทางเดินหายใจ หรือผื่นผิวหนัง หากพบความผิดปกติจะเข้าสู่กระบวนการแยกกักและส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่กำหนดทันที

“มิติที่สอง กรมการแพทย์จะตรวจคัดกรองโรคประจำตัวและการบาดเจ็บ หากจำเป็นต้องได้รับการรักษาจะส่งต่อเข้าสู่เครือข่ายโรงพยาบาลที่ได้เตรียมความพร้อมไว้ทั่วประเทศ และมิติที่สามเป็นการประเมินด้านสุขภาพจิต โดยกรมสุขภาพจิตและทีม MCATT จะประเมินภาวะทางจิตใจเบื้องต้น หากพบอาการเครียดรุนแรง นอนไม่หลับ หรือตื่นตระหนก จะได้รับการดูแลและเยียวยาทันที ส่วนที่สามคือการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องหลังเดินทางกลับประเทศไทย โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลตามภูมิลำเนาจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมบ้าน รวมถึงติดตามอาการผ่านทางโทรศัพท์ สำหรับผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูต่อเนื่อง กระทรวงสาธารณสุขจะอำนวยความสะดวกให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง” นพ.วรตม์กล่าว

นพ.วรตม์ ยังแนะนำผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงว่า หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ไอ หอบเหนื่อย หรือมีความเครียดสะสม ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่จุดคัดกรองทันที เพื่อให้ทีมแพทย์เข้าสู่กระบวนการรักษาตามมาตรฐานได้อย่างรวดเร็ว พร้อมแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เตรียมแผนสำรองด้านความปลอดภัย และพยายามใช้ชีวิตตามปกติเท่าที่ทำได้ รวมถึงหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียดและติดต่อกับครอบครัวหรือคนใกล้ชิดอย่างสม่ำเสมอ พร้อมยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ เพื่อดูแลคนไทยทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...