ระวัง!แพนิกอีกรอบ โพยหุ้นลงแรงรอเด้ง
#หุ้นไทย #ทันหุ้น – หุ้นไทยยังเผชิญความผันผวน วางเกมรับสงคราม-เลือกนายกฯ สัปดาห์หน้า 3 กูรูชูกลยุทธ์เก็บเงินสดก่อนช้อนของดีราคาถูก ลุ้นวูบแรงจากสงครามเป็นจังหวะซื้อ ส่วนประเด็นได้นายกฯยังแรงดันยังไม่มาก ชี้หากสงครามจบ MINT กับ BH จะเด้ง เปิดโผหุ้นใหญ่ราคาต่ำเกินจริงพื้นฐาน PR9-GULF-CPN-KTC-WHAติด
นายกรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า ต้องจับตามสัปดาห์ที่จะถึงให้ดี เนื่องจากเป็นช่วงที่มีความสำคัญทั้งในด้านของสงครามอิหร่าน และการเลือกนายกรัฐมนตรีของไทย
แต่ประเด็นหลักที่มีน้ำหนักในการลงทุนหุ้นไทยมากสุดยังเป็นสถานการณ์สงครามอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา ที่ประจวบเข้าสัปดาห์ที่ 3 ซึ่งต้องติดตามมีสัญญาณบ่งชี้ว่าสถานการณ์จะจบลงได้โดยเร็ว ภายใน 1 เดือน 6 สัปดาห์ ตามที่เคยคาดหวังตั้งแต่แรกหรือไม่
@ลงแรงก็ขึ้นแรง
เบื้องต้นยอมรับว่า ยังไม่สามารถชี้ชัดว่า สงครามจะจบลงไวหรือยืดเยื้อ แต่หากระหว่างสัปดาห์ (16-20 มี.ค. 2569) ยังไม่มีสัญญาณว่าสหรัฐอเมริกาจะจบสงครามได้เร็วตลาดอาจเกิดแรงเทขาย ในลักษณะ Panic Sell อีกรอบในทุกสินทรัพย์ รวมถึง Bitcoin, ทองคำ และหุ้นทั่วโลก เพราะความกังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อจะสั่นคลอนความเชื่อมั่นลงทุนคนอยากถือครองเงินสด
ปัจจัยข้างต้นจะส่งผลสำคัญกว่าปัจจัยการเมืองในประเทศ แม้สัปดาห์หน้าจะมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ และภาพการเมืองไทยสงบนิ่งขึ้น ซึ่งตามปกติมักจะส่งผลดีกับหุ้นกลุ่มอิงเศรษฐกิจในประเทศ หรือ Domestic Play แต่จากการประเมินพบหุ้นกลุ่มนี้เคยปรับบวกมาล่วงหน้าไปตั้งแต่ช่วงดัชนี SET เคลื่อนไหวราว 1,500 จุดไปแล้ว ดังนั้นความชัดเจนทางการเมืองแม้จะเป็นปัจจัยบวก แต่อาจไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะขับเคลื่อนตลาดให้ขึ้นแรงในรอบนี้
กลยุทธ์การลงทุน กลับแนะนำให้หาจังหวะเลือกซื้อหุ้นพื้นฐานดีถ้าตลาดตกใจเทขายหนัก เน้นไปที่หุ้นที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยโลก เช่น MINT และ BH เพราะหากสถานการณ์สงครามคลี่คลาย หุ้นกลุ่มนี้จะมีโอกาสดีดตัวกลับได้แรงกว่าหุ้นกลุ่ม Domestic ซึ่งอาจมีความผันผวนน้อยกว่า มีปันผลที่ดีช่วยรองรับ
@Domestic เล่นค้าปลีก
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ตลาดยังมีความไม่แน่นอนจากราคาน้ำมันและสถานการณ์ต่างประเทศ แนะนำให้บริหารจัดการพอร์ตโดยเน้นการใช้เงินสดสะสมหุ้นที่ราคาลงมาลึกจนคุ้มค่าความเสี่ยง เพื่อรอจังหวะที่ตลาดจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาอย่างรุนแรงเมื่อปัจจัยลบคลี่คลาย
ในขณะที่สัปดาห์หน้าสถานการณ์การเมืองในประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีวันที่ 19 มีนาคม 2569 ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกภายในประเทศที่ช่วยประคองตลาดท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภายนอกอย่างเรื่องสงคราม ปัจจัยนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้กับหุ้นกลุ่ม Domestic Play ซึ่งมักจะตอบรับในเชิงบวกเมื่อมีความชัดเจนทางการเมือง
กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจได้แก่กลุ่มค้าปลีก โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้นตลาดต่างจังหวัดซึ่งจะได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาลใหม่ กลุ่มสาธารณูปโภคและโรงไฟฟ้า เช่นGULF, GPSC และ BGRIM ซึ่งกำลังรอความชัดเจนของแผน PDP ฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังมีรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อรองรับความต้องการด้านData Center กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องกับ Digital Transformation
@หุ้นเด็ดรายตัวถูก-ดี
รวมไปถึงแนะสะสมหุ้นรายตัวที่มีราคาต่ำและมีโอกาสฟื้นตัวได้แก่ BBIK, THCOM, GLOBAL เป็นต้น และGULF ก็ถือเป็นหนึ่งในหุ้นรายตัวที่ราคาปรับลงมามากเช่นกัน และมักจะเป็นเป้าหมายแรกๆ ที่เงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้าซื้อหากสถานการณ์สงครามคลี่คลาย
และบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์แบบBottom-up ผ่าน Stress Test Score พบว่า รายได้จากตะวันออกกลางของบริษัทไทยส่วนใหญ่มีน้อยยกเว้นBH และบางบริษัทในกลุ่มท่องเที่ยว ผลกระทบหลักของสงครามมีสองด้านคือ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และความอ่อนไหวของอุปสงค์เศรษฐกิจ เมื่อวิเคราะห์ร่วมกับ Score และการปรับตัวของราคาหุ้นแล้วกลุ่มหุ้นน่าสนใจแง่กลุ่มฐานแข็งแกร่ง แต่ราคาปรับลงแรงเกินจริงได้แก่ PR9, GULF, CPN, KTC และWHA