วิจัยกรุงศรี คาด กนง. ตรึงดอกเบี้ย รอความชัดเจนรัฐบาลใหม่
วิจัยกรุงศรีคาด กนง. มีมติ "คงอัตราดอกเบี้ย" ในการประชุม 25 ก.พ. นี้ หลัง GDP ปี 2568 ขยายตัว 2.4% สูงกว่าคาด สินเชื่อระบบธนาคารหดตัว คุณภาพหนี้ NPLs เริ่มปรับตัวดีขึ้น
24 ก.พ. 2569วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผย ภาวะเศรษฐกิจการเงินประจำสัปดาห์ ว่า ภาวะเศรษฐกิจไทย สินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 4 ปี 2568 หด ตัว 1.1% YoY ใกล้เคียงกับการหดตัว 1.0% ในไตรมาส 3 เป็นผลมาจากการหดตัวของสินเชื่อธุรกิจ ทั้งสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อธุรกิจ SMEs สำหรับคุณภาพสินเชื่อ อัตราส่วน NPLs รวมปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.84% จาก 2.94% ของสินเชื่อรวม จากการชำระคืนหนี้เป็นสำคัญ ส่วนสินเชื่อ Stage 2 ขยับลงมาอยู่ที่ 7.07% จาก 7.24% ของสินเชื่อรวม จากการชำระหนี้ได้ตามการปรับโครงสร้างหนี้เป็นสำคัญ
แม้ภาพรวมสินเชื่อจะยังหดตัว แต่คาดว่า กนง. จะยังไม่เร่งรีบปรับลดดอกเบี้ย เนื่องจาก
(i) GDP ไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนขยายตัวดีเกินคาดที่ 2.5% YoY ส่งผลให้ GDP ทั้งปี 2568 ขยายตัวที่ 2.4% ซึ่งสูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดไว้ที่ 2.2%
(ii) แรงสนับสนุนจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา วิจัยกรุงศรีจึงคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ โดยรอความชัดเจนทางการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดต่อไป
ทั้งนี้ ภายใต้ภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า กนง. ยังมีพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นในการผ่อนคลายนโยบายการเงินอาจลดลง หากเครื่องยนต์ทางการคลังสามารถขับเคลื่อนได้เร็วและมีประสิทธิภาพ
สหรัฐฯ :
ทรัมป์ประกาศใช้ภาษีนำเข้าใหม่ 15% หลังศาลฎีกามีมติยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ เนื่องจากใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย IEEPA ทั้งนี้ ภายหลังการประกาศใช้มาตรา 122 ซึ่งจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 15% เป็นเวลาไม่เกิน 150 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์
แต่ภาษีนำเข้ารายสินค้าในปัจจุบัน เช่น กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ (25%%) และเหล็ก อลูมิเนียม และทองแดง (50%) ยังคงมีผลเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐจะหันไปใช้กฎหมายอื่นที่เพดานอัตราภาษีสูงกว่าและมีผลบังคับใช้นานกว่า เช่น มาตรา 301, 201, 232, และ 338 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเจาะจงรายประเทศหรือรายอุตสาหกรรม สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นต่อภาคการค้า การลงทุน และบทบาทของประเทศต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทานโลก
ญี่ปุ่น :
เตรียมออกมาตรการกระตุ้น แต่อาจเผชิญความเสี่ยงทางการคลัง โดยล่าสุดรัฐบาลตั้งเป้าระงับการจัดเก็บภาษีการบริโภคในหมวดอาหารและเครื่องดื่มเป็นเวลา 2 ปี เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ โดยคาดว่าจะเริ่มหารือรายละเอียดในช่วงกลางปีนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแผนมาตรการกระตุ้นทางการคลังเชิงรุกคาดว่าจะช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงทางการคลังขึ้นท่ามกลางหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง (237% ต่อ GDP) นอกจากนี้ ความขัดแย้งกับจีนที่สูงขึ้นคาดว่าจะเป็นปัจจัยกดดันภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ซึ่งอาจลดทอนแรงส่งการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปีนี้