โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิจัยกรุงศรี คาด กนง. ตรึงดอกเบี้ย รอความชัดเจนรัฐบาลใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 13.20 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 06.20 น.

วิจัยกรุงศรีคาด กนง. มีมติ "คงอัตราดอกเบี้ย" ในการประชุม 25 ก.พ. นี้ หลัง GDP ปี 2568 ขยายตัว 2.4% สูงกว่าคาด สินเชื่อระบบธนาคารหดตัว คุณภาพหนี้ NPLs เริ่มปรับตัวดีขึ้น

24 ก.พ. 2569วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผย ภาวะเศรษฐกิจการเงินประจำสัปดาห์ ว่า ภาวะเศรษฐกิจไทย สินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 4 ปี 2568 หด ตัว 1.1% YoY ใกล้เคียงกับการหดตัว 1.0% ในไตรมาส 3 เป็นผลมาจากการหดตัวของสินเชื่อธุรกิจ ทั้งสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อธุรกิจ SMEs สำหรับคุณภาพสินเชื่อ อัตราส่วน NPLs รวมปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.84% จาก 2.94% ของสินเชื่อรวม จากการชำระคืนหนี้เป็นสำคัญ ส่วนสินเชื่อ Stage 2 ขยับลงมาอยู่ที่ 7.07% จาก 7.24% ของสินเชื่อรวม จากการชำระหนี้ได้ตามการปรับโครงสร้างหนี้เป็นสำคัญ

แม้ภาพรวมสินเชื่อจะยังหดตัว แต่คาดว่า กนง. จะยังไม่เร่งรีบปรับลดดอกเบี้ย เนื่องจาก

(i) GDP ไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนขยายตัวดีเกินคาดที่ 2.5% YoY ส่งผลให้ GDP ทั้งปี 2568 ขยายตัวที่ 2.4% ซึ่งสูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดไว้ที่ 2.2%

(ii) แรงสนับสนุนจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา วิจัยกรุงศรีจึงคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ โดยรอความชัดเจนทางการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดต่อไป

ทั้งนี้ ภายใต้ภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า กนง. ยังมีพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นในการผ่อนคลายนโยบายการเงินอาจลดลง หากเครื่องยนต์ทางการคลังสามารถขับเคลื่อนได้เร็วและมีประสิทธิภาพ

สหรัฐฯ :

ทรัมป์ประกาศใช้ภาษีนำเข้าใหม่ 15% หลังศาลฎีกามีมติยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ เนื่องจากใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย IEEPA ทั้งนี้ ภายหลังการประกาศใช้มาตรา 122 ซึ่งจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 15% เป็นเวลาไม่เกิน 150 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์

แต่ภาษีนำเข้ารายสินค้าในปัจจุบัน เช่น กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ (25%%) และเหล็ก อลูมิเนียม และทองแดง (50%) ยังคงมีผลเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐจะหันไปใช้กฎหมายอื่นที่เพดานอัตราภาษีสูงกว่าและมีผลบังคับใช้นานกว่า เช่น มาตรา 301, 201, 232, และ 338 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเจาะจงรายประเทศหรือรายอุตสาหกรรม สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นต่อภาคการค้า การลงทุน และบทบาทของประเทศต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทานโลก

ญี่ปุ่น :

เตรียมออกมาตรการกระตุ้น แต่อาจเผชิญความเสี่ยงทางการคลัง โดยล่าสุดรัฐบาลตั้งเป้าระงับการจัดเก็บภาษีการบริโภคในหมวดอาหารและเครื่องดื่มเป็นเวลา 2 ปี เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ โดยคาดว่าจะเริ่มหารือรายละเอียดในช่วงกลางปีนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแผนมาตรการกระตุ้นทางการคลังเชิงรุกคาดว่าจะช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงทางการคลังขึ้นท่ามกลางหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง (237% ต่อ GDP) นอกจากนี้ ความขัดแย้งกับจีนที่สูงขึ้นคาดว่าจะเป็นปัจจัยกดดันภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ซึ่งอาจลดทอนแรงส่งการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปีนี้

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...