โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

โอฬาร ชี้ ภูมิใจไทย ขึ้นเป็นแกนหลัก ฝ่ายอนุรักษนิยม เปิดจุดอ่อนฝ่ายขวา ศักยภาพสูง แต่อ่อนแอ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โอฬาร ชี้ ภูมิใจไทย ขึ้นเป็นแกนหลักฝ่ายอนุรักษนิยม เปิดจุดอ่อนฝ่ายขวา ศักยภาพสูง แต่เอกภาพอ่อนแอ แตกกันเอง ไม่การันตีชัยเลือกตั้ง

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ให้ความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความแตกต่างจากหลายครั้งที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากภูมิทัศน์ทางการเมืองไทยได้พัฒนาไปสู่โครงสร้างการแข่งขันแบบ “3 ขั้วอำนาจ” อย่างชัดเจน ส่งผลโดยตรงต่อยุทธศาสตร์ของทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายอนุรักษนิยม

รศ.ดร.โอฬารระบุว่า โครงสร้างอำนาจ 3 ขั้ว ประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งแต่ละขั้วมีฐานอุดมการณ์ ฐานคะแนนเสียง และเครือข่ายทางการเมืองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในรูปแบบการสื่อสารกับประชาชน กลุ่มผู้สนับสนุนหลัก และบทบาทในเชิงโครงสร้างอำนาจของรัฐ ทำให้การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งกันด้านนโยบาย แต่เป็นการแข่งขันเชิงโครงสร้างอำนาจและเอกภาพทางการเมืองในระยะยาว

ในบริบทดังกล่าว ฝ่ายอนุรักษนิยมถูกจัดวางให้อยู่ในสถานะที่ “แข็งแรงในเชิงศักยภาพ แต่เปราะบางในเชิงเอกภาพของโครงสร้างอำนาจ” แม้จะมีฐานคะแนนเสียงจำนวนมาก มีเครือข่ายการเมืองระดับพื้นที่ที่เข้มแข็ง และมีความใกล้ชิดกับกลไกรัฐในหลายระดับ แต่ยังไม่สามารถรวมพลังทางการเมืองให้เป็นก้อนเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รศ.ดร.โอฬารอธิบายว่า ปัญหาหลักของฝ่ายอนุรักษนิยมในขณะนี้ คือการกระจัดกระจายของพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองท้องถิ่น และเครือข่ายอำนาจย่อยในปีกเดียวกัน ซึ่งต่างฝ่ายต่างดำเนินยุทธศาสตร์ของตนเอง โดยขาดศูนย์กลางในการกำหนดทิศทางและตัดสินใจร่วมกันในเชิงการเมือง

ในภาพรวม พรรคภูมิใจไทยสามารถถูกมองได้ว่าเป็น “พรรคแกนนำหลักของฝ่ายอนุรักษนิยม” จากความได้เปรียบหลายประการ ทั้งเครือข่ายการเมืองระดับพื้นที่ที่ครอบคลุม การสนับสนุนจากกลุ่มบ้านใหญ่และตระกูลการเมือง ความสามารถในการบริหารจัดการเชิงนโยบายแบบปฏิบัตินิยม รวมถึงการสื่อสารทางการเมืองที่เข้าถึงประชาชนในระดับฐานราก

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังได้เปรียบในเชิงภาพลักษณ์จากบทบาทด้านความมั่นคง ความชัดเจนด้านจุดยืนเรื่องอธิปไตยและชาตินิยม รวมถึงการจัดการปัญหาความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อศักยภาพในการบริหารประเทศในภาวะวิกฤต

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า ความแข็งแกร่งดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะรับประกันชัยชนะในการเลือกตั้ง หากพรรคภูมิใจไทยยังไม่สามารถดึงพรรคขนาดเล็ก กลุ่มการเมืองท้องถิ่น และเครือข่ายอนุรักษ์นิยมที่กระจัดกระจาย ให้หันมาผนึกกำลังภายใต้ยุทธศาสตร์เดียวกันได้อย่างเป็นรูปธรรม

ปัญหาเชิงโครงสร้างของฝ่ายอนุรักษ์นิยมจึงไม่ได้อยู่ที่การขาดฐานคะแนนเสียง หากแต่อยู่ที่ “การแตกตัวของคะแนนเสียง” หรือ vote splitting ซึ่งเปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ที่มีฐานเสียงเหนียวแน่นและมีเอกภาพทางอุดมการณ์สูง สามารถกุมความได้เปรียบในสนามแข่งขันได้

รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า หากสถานการณ์ดังกล่าวยังดำเนินต่อไป ฝ่ายอนุรักษ์นิยมอาจเสียเปรียบทางการเมือง ทั้งที่มีศักยภาพเพียงพอในการแข่งขัน แต่ไม่สามารถแปลงศักยภาพนั้นให้กลายเป็นชัยชนะในการเลือกตั้งได้

ด้วยเหตุนี้ พรรคภูมิใจไทยจึงจำเป็นต้องปรับบทบาทจากการเป็นเพียง “ผู้แข่งขันรายหนึ่ง” ไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางการรวมพลัง” ของฝ่ายอนุรักษ์นิยมทั้งหมด ทั้งในเชิงสัญลักษณ์และเชิงยุทธศาสตร์ทางการเมือง

ในเชิงการสื่อสาร รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยควรกำหนดสารทางการเมืองที่ชัดเจน เพื่อทำให้กลุ่มอนุรักษ์นิยมก้าวข้ามความขัดแย้งเชิงบุคคลและความแตกต่างทางยุทธวิธีในอดีต แล้วหันมาให้ความสำคัญกับเป้าหมายร่วมของฝ่ายอนุรักษ์นิยมเป็นหลัก สารทางการเมืองดังกล่าวควรสื่อสารให้ชัดเจนว่า ความแตกแยกภายในฝ่ายอนุรักษ์นิยมย่อมนำไปสู่การสูญเสียอำนาจโดยรวม มากกว่าการได้เปรียบเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะพรรค

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โอฬาร ชี้ ภูมิใจไทย ขึ้นเป็นแกนหลัก ฝ่ายอนุรักษนิยม เปิดจุดอ่อนฝ่ายขวา ศักยภาพสูง แต่อ่อนแอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...