2 พรรคใหญ่โชว์วิสัยทัศน์ Thailand Blooming 2026 ประชาธิปัตย์ชู ‘รัฐเปิดทาง’ ไม่แข่งเอกชน – พรรคประชาชนย้ำ 12 ภารกิจแก้
เวทีสัมมนาเดือด “วีระยุทธ-กานดี“ สองแคนดิเดตนายกฯ ประชันวิสัยทัศน์ปลุกอนาคตไทย ฝั่งพรรคประชาชนจี้แก้ปัญหาวนลูป-ทุนเทา ด้านพรรคประชาธิปัตย์เสนอ 4 ความฝัน ปฏิรูประบบราชการ-เร่ง FTA ดันไทยเข้าสมาชิก OECD หวังคืนบัลลังก์ผู้นำภูมิภาค
28 มกราคม 2568 - นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน กล่าวในงานสัมมนา Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย จัดโดยหนังสือพิมพ์มติชน ในหัวข้อ ‘การเมืองไทยกับความหวังประเทศ’ ว่า ปัญหาของประเทศไทยยังวนลูปเดิมเหมือนปี 2530 ทั้งคอร์รัปชันและความเหลื่อมล้ำ เศรษฐกิจผูกขาด งานคุณภาพหายาก ราชการใหญ่ ห่างไกลประชาชน คุณภาพชีวิต ความยุติธรรมถดถอย รวมไปถึงมีปัญหาทุนเทาเพิ่มเข้ามาด้วย จึงทำให้พรรคประชาชนเห็นว่า ต้องมีแก้ปัญหา 12 ภารกิจไปพร้อม ๆ กัน
สำหรับเรื่องที่เร่งด่วนที่สุดที่ควรจัดการในอนาคต เพื่อทำให้ไทยยังมีความหวังนั้น ในด้านเศรษฐกิจ การตีโจทย์เศรษฐกิจให้ออกยังมีความสำคัญอยู่ และมองว่า เศรษฐกิจยังมีรูรั่วเยอะ ที่ผ่านมา 3-4 ปี เราพยายามใส่น้ำโดยไม่อุดรูรั่ว เช่น เงินที่ไหลออกไปกับอีคอมเมิร์ทแฟลตฟอร์ม จากต่างประเทศ
"เรามองว่า 100 วันแรก ถ้าไม่เริ่มจากการอุดรูรั่ว เริ่มจากการใส่น้ำเข้าไป มันจะไหลออกไปเหมือนที่เราเจอ มันเป็นบทเรียนหนึ่งของการแจกเงินหมื่น ตัวเลขก็ออกมาแล้วว่า ทำแล้วไม่เกิดผล ดังนั้นถ้าถามในเชิงเร่งด่วน 100 วัน เรามองว่า ต้องอุดรูรั่วก่อน เพิ่มการตรวจจับ ขออุดรูรั่วเศรษฐกิจแล้วเงินจะหมุนมากขึ้น" นายวีรยุทธ กล่าว
สำหรับ 3 สิ่งที่ประเทศไทยต้องทำเพื่อให้อยู่รอดในอนาคตว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์ของพรรคด้านต่างประเทศ คือ มุ่งไปสู่
- โปรไทยแลนด์ เพื่อต่อรองกับแต่ละชาติ ในเชิงประเด็นได้ ซึ่งแต่ละประเทศมีจุดร่วมกันได้ แต่ถ้าจุดไหนกระทบผลประโยชน์ของประเทศต้องกล้าเข้าไปพูดคุย ซึ่งต้องกล้าทำทั้งจีนและสหรัฐฯ
- ยุทธศาสตร์ที่ไทยต้องมีชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์สำคัญที่โลกขาดไม่ได้ พรรคจึงเสนอว่า จากการที่ต้องผลิตรถอีวีทั้งคันในประเทศ ขอเลือกเก่งในซัพพลายเชนสักอย่าง แล้วโลกต้องง้อเรา และใช้เป็นตัวต่อรองในเวทีโลกในอนาคต
- เราควรมีส่วนร่วมกับพันธมิตร เอเชียตะวันออก ทั้งจากจีน ญีปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ในเชิงเทคโนโลยีให้มากขึ้น หาจุดที่ลงทุนในเทคโนโลยีร่วมกันและแบ่งปันสิทธิบัตรในอนาคต
นางกานดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากสามารถสร้างโครงสร้างที่ดี แข็งแรง ประเทศไทยก็มีโอกาสกลับมาเป็นผู้นำในภูมิภาคได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเรื่องการเมืองถือเป็นกระบวนเรียนรู้ของทุกคน แต่วันนี้เราจะเอาสิ่งที่เคยเรียนรู้มาแล้ว มาแก้ไขปัญหาเดิมได้อย่างไร ที่สำคัญตั้งเป้าปักโอกาสให้กับอนาคตประเทศได้อย่างไร ตรงนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญที่อยากมาทำงานตอนนี้
สำหรับมุมมองการเมืองไทยกับความหวังของประเทศว่า การออกแบบนโยบายต้องทำให้รัฐเป็นผู้ชี้ทางว่าโอกาสข้างหน้าดีอย่างไร รัฐต้องเปิดทาง คือ รัฐไม่ควรทำธุรกิจมาแข่งกับเอกชน แต่ควรเปิดโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการเปิดข้อมูล เพื่อให้ประชาชนและเอกชนนำไปใช้ประโยชน์ได้ หรือไปต่อยอดในด้านนวัตกรรม และรัฐต้องไม่ขวางทาง
โดยมี 4 ความฝันที่ต้องร่วมกันเปลี่ยนแปลง คือ
- การเมืองต้องสุจริต ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาที่เกิดขึ้น
- เศรษฐกิจต้องดี ต้องเร่งสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ สร้างทุนมนุษย์ให้พร้อม
- ต้องมีความยุติธรรม ทำให้คนตัวเล็ก สตาร์ทอัพ คนตัวเล็กมีโอกาสด้วย
- ทำให้ไทยกลับไปบนเวทีโลกให้ได้
ส่วนเรื่องที่เร่งด่วนที่สุดที่ควรจัดการในอนาคตนั้น นางการดี กล่าวว่า ต้องดำเนินการปฏิรูประบบราชการ จัดการสินทรัพย์ภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ ปฏิรูปภาคการเกษตร ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียวและดิจิทัล สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยร่วมมือกับเอกชน เร่งรัดการเจรจาการค้าเสรี (FTA) และการเข้าเป็นสมาชิก OECD และการเมืองสุจริต สกัดทุนเทา