โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทำไม “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” จึงกลายเป็นฐานใหญ่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์โลก?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 17.41 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 10.41 น.

"เอเชียตะวันออกเฉียงใต้" กำลังกลายเป็นฐานใหญ่ของเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ หลังโควิด-19 และช่องว่างการกำกับดูแลเปิดทางให้แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติตั้ง Scam Farms

วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 08.36 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การหลอกลวงออนไลน์กำลังกลายเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล โดยแต่ละปีแก๊งมิจฉาชีพสามารถหลอกเอาเงินจากเหยื่อทั่วโลกได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์ ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายอาจเป็นใครก็ได้ที่ใช้งานโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลหลายประเทศเริ่มจับตาการขยายตัวของสิ่งที่เรียกว่า “Scam Farms” หรือศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่อาชญากรจัดตั้งเป็นเหมือนศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ใช้แรงงานจำนวนมากเพื่อหลอกเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ปรากฏการณ์นี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และถูกเร่งให้เติบโตยิ่งขึ้นหลังการระบาดของโควิด-19 รวมถึงเหตุรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2564 ซึ่งทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของการหลอกลวงออนไลน์ระดับโลก

Scam Farms คืออะไร

Scam Farms คือองค์กรอาชญากรรมที่ทำงานคล้ายศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ภายในมีโต๊ะทำงานเรียงรายพร้อมคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานดำเนินการหลอกลวงเหยื่อตลอด 24 ชั่วโมง

บางแห่งตั้งอยู่เพียงชั้นเดียวในอาคารสำนักงานหรืออพาร์ตเมนต์ แต่บางแห่งเป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ มีหอพักและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมกำแพงสูงและเจ้าหน้าที่ติดอาวุธคอยเฝ้า

ศูนย์หลอกลวงจำนวนมากถูกพบในกัมพูชา เมียนมา ลาว ฟิลิปปินส์ และไทย แม้เครือข่ายอาชญากรรมที่ควบคุมธุรกิจเหล่านี้ในภูมิภาคมักมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรชาวจีน

ตำรวจในกัมพูชาระบุว่าเพียงช่วงเดือนมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้บุกตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยถึง 190 แห่ง รวมถึงคาสิโน 44 แห่ง และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมากกว่า 2,500 คน

องค์กรตำรวจสากลหรือ Interpol ยังเตือนว่าศูนย์หลอกลวงลักษณะนี้กำลังขยายไปยังภูมิภาคอื่น เช่น ตะวันออกกลาง อเมริกากลาง ยุโรป และแอฟริกาตะวันตก ซึ่งอาจกลายเป็นฐานปฏิบัติการใหม่ในอนาคต

แรงงานจำนวนมากที่ถูกใช้ในศูนย์เหล่านี้มักเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ โดยมีคนจากเกือบ 70 ประเทศถูกหลอกให้มาทำงานผ่านประกาศรับสมัครงานปลอม เมื่อเดินทางมาถึงมักถูกยึดหนังสือเดินทางและถูกบังคับให้ทำงานวันละถึง 15 ชั่วโมง พร้อมเผชิญการทำร้ายร่างกาย การอดอาหาร หรือแม้แต่การช็อตไฟฟ้า

กลโกงทำงานอย่างไร

รูปแบบการหลอกลวงมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา แต่เป้าหมายหลักคือ การหลอกเอาเงินจากเหยื่อ บางวิธีเป็นการหลอกลวงแบบรวดเร็ว เช่น อีเมลฟิชชิง และการเสนองานออนไลน์ปลอม ขณะที่บางแผนใช้เวลาหลายเดือนเพื่อสร้างความเชื่อใจ

หนึ่งในรูปแบบที่โด่งดังที่สุดคือ “Pig Butchering Scam” หรือการเลี้ยงหมูเชือด ซึ่งหมายถึงการค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์กับเหยื่อผ่านโซเชียลมีเดีย แกล้งทำเป็นเพื่อนหรือคู่รัก จากนั้นจึงชักชวนให้ลงทุนในคริปโตหรือโครงการปลอม ก่อนจะหลอกให้โอนเงินจำนวนมาก

การแพร่หลายของคริปโทเคอเรนซี ยังทำให้เครือข่ายอาชญากรรมสามารถโอนเงินข้ามประเทศได้อย่างรวดเร็วและยากต่อการติดตาม

ทำไมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงเป็นศูนย์กลาง

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าภูมิภาคนี้เป็นพื้นที่ที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมผิดกฎหมายมานาน ทั้งการผลิตยาเสพติด การลักลอบค้าอาวุธ การค้ามนุษย์ และการพนันผิดกฎหมาย โดยช่วงโควิด-19 เมื่อการเดินทางจากจีนลดลงและรายได้จากคาสิโนผิดกฎหมายหดตัว เครือข่ายอาชญากรรมจำนวนมากจึงย้ายธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์

นอกจากนี้เขตเศรษฐกิจพิเศษหลายแห่งที่เพิ่งสร้างขึ้นก็กลายเป็นพื้นที่ที่แก๊งเหล่านี้เข้าไปเช่าพื้นที่ดำเนินการ

ปัจจัยสำคัญอีกประการคือ การกำกับดูแลที่อ่อนแอ โดยเฉพาะในเมียนมาหลังการรัฐประหาร ซึ่งทำให้พื้นที่ชายแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์กลายเป็นแหล่งตั้งฐานของศูนย์หลอกลวง

ในกัมพูชา นักเคลื่อนไหวยังชี้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างแก๊งหลอกลวงกับธุรกิจท้องถิ่น โดยเจ้าของอาคารบางแห่งยอมให้เช่าพื้นที่ในราคาสูงโดยไม่สนใจว่าภายในมีการดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย

ทำไมยากต่อการปราบปราม

การปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้ทำได้ยาก เนื่องจากหัวหน้าแก๊งมักย้ายสถานที่ปฏิบัติการอย่างรวดเร็วเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม นอกจากนี้อาชญากรรมลักษณะนี้ยังมีลักษณะ ข้ามพรมแดน ทำให้การบังคับใช้กฎหมายซับซ้อน เพราะกฎหมายไซเบอร์ของแต่ละประเทศแตกต่างกัน

ในบางประเทศ เช่น กัมพูชา กฎหมายที่มุ่งจัดการการหลอกลวงออนไลน์เพิ่งเริ่มร่างขึ้นไม่นาน ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลในภูมิภาคก็ยังไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะกับรัฐบาลทหารเมียนมา ขณะที่ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศเพื่อนบ้านก็ยิ่งทำให้การปราบปรามยากขึ้น

อุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างน่ากังวล

รายงานของ US Institute of Peace ประเมินว่าเครือข่ายอาชญากรรมที่ดำเนินธุรกิจการพนันออนไลน์และการหลอกลวงสามารถขโมยเงินจากเหยื่อทั่วโลกเกือบ 64,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2566 เฉพาะในสหรัฐเพียงประเทศเดียว ประชาชนสูญเงินจากการหลอกลวงออนไลน์ประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2567 เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้มาก เพราะเหยื่อจำนวนมากไม่รายงานเหตุการณ์

ขณะที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังทำให้ภัยคุกคามเพิ่มขึ้น โดยมิจฉาชีพสามารถใช้ AI เลียนเสียงหรือใบหน้าของบุคคลอื่น รวมถึงสร้างวิดีโอปลอมเพื่อหลอกเหยื่อได้อย่างแนบเนียน

นักวิเคราะห์ยังเตือนว่าเครือข่ายหลอกลวงเหล่านี้เริ่มเชื่อมโยงกับอาชญากรรมอื่น เช่น การค้ายาเสพติดและการลักลอบค้าอาวุธ

ขณะเดียวกันปัญหา Scam Farms ยังกลายเป็นประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อจีนกดดันให้รัฐบาลเมียนมาและกัมพูชาปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้มากขึ้น และใช้ประเด็นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขยายอิทธิพลด้านความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...