จัดพอร์ตอย่างเป็นระบบ ด้วยกลยุทธ์ Top Country and Thematic
#ทันหุ้น-ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การลงทุนในตลาดโลกกลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับนักลงทุน เพราะแม้จะเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสร้างผลตอบแทนในระยะยาว แต่ความผันผวนที่สูง การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดโลก และการเลือกลงทุนโดยขาดแผนรองรับ อาจทำให้พอร์ตเผชิญสภาวะ “ติดดอย”
3 ปัญหาคลาสสิกที่ทำพอร์ตพัง
รายงานจากทีม BLS Private Fund Auto Investing หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย ไม่ได้เกิดจากตลาดเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากพฤติกรรมการลงทุน 3 ประการ ได้แก่
- การไม่กระจายการลงทุน นักลงทุนจำนวนมากเลือกลงทุนแบบกระจุกตัวในบางประเทศ บางอุตสาหกรรม หรือบางธีมที่กำลังเป็นกระแส โดยหวังผลตอบแทนที่รวดเร็ว ส่งผลให้พอร์ตมีความเสี่ยงสูง และขาดความยืดหยุ่นเมื่อธีมนั้นเริ่มอ่อนแรง
- การไม่ยอมตัดขาดทุน (Cut Loss) เมื่อการลงทุนเริ่มผิดทิศ นักลงทุนมักติดกับดักทางจิตวิทยา ไม่กล้ายอมรับความผิดพลาด และปล่อยให้ผลขาดทุนขยายตัวจากระดับเล็กน้อยไปสู่ความเสียหายเชิงโครงสร้างของพอร์ต
- การไม่มีเวลาติดตามการลงทุน เมื่อเลือกสินทรัพย์ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ไม่สามารถติดตามหรือปรับพอร์ตได้ทันต่อสถานการณ์ สุดท้ายพอร์ตจึงถูกปล่อยทิ้งไว้จนเสียโอกาสในการแก้ไข
เคล็ดลับแก้พอร์ต ต้องดูจาก “Fact” ไม่ใช่ “Emotion”
รายงานจากทีม BLS Mutual Fund หลักทรัพย์บัวหลวง แนะนำว่า เมื่อพอร์ตเริ่มมีสัญญาณ “ป่วย” ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือ การกลับมาตรวจสุขภาพพอร์ตอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการ Fund Clinic ซึ่งเน้นการวิเคราะห์จากข้อเท็จจริงของสินทรัพย์ที่ถืออยู่ โดยไม่นำต้นทุนหรือกำไรขาดทุนเดิมมาเป็นตัวตั้ง เพื่อลดอคติจากอารมณ์ส่วนบุคคล
กระบวนการวิเคราะห์จะแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนหลัก ได้แก่
- การประเมินประเภทสินทรัพย์ (Asset Class) ว่ายังมีมุมมองเชิงบวกในเชิงกลยุทธ์หรือไม่
- การประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน (Performance) ว่ายังสามารถแข่งขันกับตลาดหรือกองทุนในกลุ่มเดียวกันได้หรือไม่ หากทั้งมุมมองและผลงานไม่สนับสนุน ก็ไม่มีเหตุผลในการถือต่อ และควรพิจารณาปรับพอร์ตเพื่อลดค่าเสียโอกาสในระยะยาว
แก้พอร์ตลงทุนให้ไม่สะดุด ด้วยระบบจัดพอร์ตกองทุนรวมอัตโนมัติ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนเกาะไปกับตลาดอย่างเป็นระบบ โดยไม่จำเป็นต้องคัดเลือกกองทุนด้วยตัวเอง และไม่ต้องติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างใกล้ชิด กลยุทธ์ Top Country and Thematic (TCT) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการจัดพอร์ต โดยผสมผสานระหว่างกองทุนรวมที่เป็น กองทุนแกนหลัก (Core Portfolio) ซึ่งลงทุนในประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว และ กองทุนธีมเด่น (Thematic Portfolio) ที่ช่วยเสริมโอกาสสร้างผลตอบแทนจากเทรนด์เฉพาะด้าน เช่น เทคโนโลยีหรืออุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต ทั้งนี้ ระบบจะทำการปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วง ภายใต้การบริหารจัดการของทีมผู้เชี่ยวชาญและระบบอัตโนมัติ จากภาพผลทดสอบผลตอบแทนย้อนหลัง (Backtest) กลยุทธ์ TCT ในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา สามารถสร้างผลตอบแทนรวมได้ถึง +12.68%
ที่มา: BLS Private Fund Auto Investing ณ วันที่ 23/01/68 – 23/01/69
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนกองทุนรวมอย่างเป็นระบบด้วยกลยุทธ์ TCT สามารถดำเนินการได้ง่าย ๆ ผ่านแอป Wealth Connex โดยไปที่หัวข้อ รายการโปรด > เมนู Auto Investing > จัดพอร์ตกองทุนรวมอัตโนมัติ อ่านเพิ่มเติมคลิกที่นี่เลย https://www.bualuang.co.th/article/topcountryandthematic