โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จัดพอร์ตอย่างเป็นระบบ ด้วยกลยุทธ์ Top Country and Thematic

ทันหุ้น

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 23.30 น.

#ทันหุ้น-ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การลงทุนในตลาดโลกกลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับนักลงทุน เพราะแม้จะเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสร้างผลตอบแทนในระยะยาว แต่ความผันผวนที่สูง การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดโลก และการเลือกลงทุนโดยขาดแผนรองรับ อาจทำให้พอร์ตเผชิญสภาวะ “ติดดอย”

3 ปัญหาคลาสสิกที่ทำพอร์ตพัง

รายงานจากทีม BLS Private Fund Auto Investing หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย ไม่ได้เกิดจากตลาดเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากพฤติกรรมการลงทุน 3 ประการ ได้แก่

  • การไม่กระจายการลงทุน นักลงทุนจำนวนมากเลือกลงทุนแบบกระจุกตัวในบางประเทศ บางอุตสาหกรรม หรือบางธีมที่กำลังเป็นกระแส โดยหวังผลตอบแทนที่รวดเร็ว ส่งผลให้พอร์ตมีความเสี่ยงสูง และขาดความยืดหยุ่นเมื่อธีมนั้นเริ่มอ่อนแรง
  • การไม่ยอมตัดขาดทุน (Cut Loss) เมื่อการลงทุนเริ่มผิดทิศ นักลงทุนมักติดกับดักทางจิตวิทยา ไม่กล้ายอมรับความผิดพลาด และปล่อยให้ผลขาดทุนขยายตัวจากระดับเล็กน้อยไปสู่ความเสียหายเชิงโครงสร้างของพอร์ต
  • การไม่มีเวลาติดตามการลงทุน เมื่อเลือกสินทรัพย์ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ไม่สามารถติดตามหรือปรับพอร์ตได้ทันต่อสถานการณ์ สุดท้ายพอร์ตจึงถูกปล่อยทิ้งไว้จนเสียโอกาสในการแก้ไข

เคล็ดลับแก้พอร์ต ต้องดูจาก “Fact” ไม่ใช่ “Emotion”

รายงานจากทีม BLS Mutual Fund หลักทรัพย์บัวหลวง แนะนำว่า เมื่อพอร์ตเริ่มมีสัญญาณ “ป่วย” ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือ การกลับมาตรวจสุขภาพพอร์ตอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการ Fund Clinic ซึ่งเน้นการวิเคราะห์จากข้อเท็จจริงของสินทรัพย์ที่ถืออยู่ โดยไม่นำต้นทุนหรือกำไรขาดทุนเดิมมาเป็นตัวตั้ง เพื่อลดอคติจากอารมณ์ส่วนบุคคล

กระบวนการวิเคราะห์จะแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

  • การประเมินประเภทสินทรัพย์ (Asset Class) ว่ายังมีมุมมองเชิงบวกในเชิงกลยุทธ์หรือไม่
  • การประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน (Performance) ว่ายังสามารถแข่งขันกับตลาดหรือกองทุนในกลุ่มเดียวกันได้หรือไม่ หากทั้งมุมมองและผลงานไม่สนับสนุน ก็ไม่มีเหตุผลในการถือต่อ และควรพิจารณาปรับพอร์ตเพื่อลดค่าเสียโอกาสในระยะยาว

แก้พอร์ตลงทุนให้ไม่สะดุด ด้วยระบบจัดพอร์ตกองทุนรวมอัตโนมัติ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนเกาะไปกับตลาดอย่างเป็นระบบ โดยไม่จำเป็นต้องคัดเลือกกองทุนด้วยตัวเอง และไม่ต้องติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างใกล้ชิด กลยุทธ์ Top Country and Thematic (TCT) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการจัดพอร์ต โดยผสมผสานระหว่างกองทุนรวมที่เป็น กองทุนแกนหลัก (Core Portfolio) ซึ่งลงทุนในประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว และ กองทุนธีมเด่น (Thematic Portfolio) ที่ช่วยเสริมโอกาสสร้างผลตอบแทนจากเทรนด์เฉพาะด้าน เช่น เทคโนโลยีหรืออุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต ทั้งนี้ ระบบจะทำการปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วง ภายใต้การบริหารจัดการของทีมผู้เชี่ยวชาญและระบบอัตโนมัติ จากภาพผลทดสอบผลตอบแทนย้อนหลัง (Backtest) กลยุทธ์ TCT ในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา สามารถสร้างผลตอบแทนรวมได้ถึง +12.68%

ที่มา: BLS Private Fund Auto Investing ณ วันที่ 23/01/68 – 23/01/69

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนกองทุนรวมอย่างเป็นระบบด้วยกลยุทธ์ TCT สามารถดำเนินการได้ง่าย ๆ ผ่านแอป Wealth Connex โดยไปที่หัวข้อ รายการโปรด > เมนู Auto Investing > จัดพอร์ตกองทุนรวมอัตโนมัติ อ่านเพิ่มเติมคลิกที่นี่เลย https://www.bualuang.co.th/article/topcountryandthematic

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...