โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อินไซด์เพื่อไทยปิดห้องคุยโผรัฐมนตรี ดุลอำนาจแสงสุริยะ-แสงจันทร์ส่องหล้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 09.33 น.

พรรคเพื่อไทย (พท.) ขยับเพดานใหม่ทุกครั้ง หลังผ่านศึกเลือกตั้งใหญ่

เฉพาะอย่างยิ่งการแพ้เลือกตั้งทั่วไป 2569 นับเป็นการแพ้ครั้งที่สอง ตั้งแต่ทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคการเมือง

ก่อนหน้านั้นถือเป็นยุครุ่งเรืองของพรรค ทุกการเลือกตั้งมีการฉลองแชมป์ อย่างต่อเนื่อง 5 ครั้ง ในช่วงกว่า 2 ทศวรรษ สถิติสูงสุดคือ ได้ยอด สส. 377 เสียง เป็นรัฐบาลพรรคเดียว ที่ทรงอิทธิพลทางการเมืองสูงสุด ในยุคการเมืองในระบบเลือกตั้ง

หลังสรุปความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง 2566 นำไปสู่การปรับโครงสร้างพรรค เปลี่ยนแปลงผู้บริหาร เคลื่อนย้ายศูนย์อำนาจ เกิดการขยับดุลระหว่างทายาททักษิณ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค คู่ขนานกับนักบริหารอาชีพ เศรษฐา ทวีสิน

ในการเลือกตั้ง 2569 เปลี่ยนหัวหน้าพรรค จากแพทองธาร ชินวัตร เป็นจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นำทัพหาเสียง ร่วมกับประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ภายใต้เงาแสงอาทิตย์ดวงใหม่-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ลูกพรรคเรียกกันข้างหลังพรรคว่า “บิ๊กซัน”

นักการเมืองในพรรคเพื่อไทยสรุปบทเรียนส่วนหนึ่งไว้ว่า ความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ต้องแลกไปด้วยเส้นทางการกลับเมืองไทยของทักษิณ และเสียงในความทรงจำของคนไทย จาก “คลิปอังเคิล”

พื้นที่ภาคอีสานที่เป็นฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทยจึง “ปฏิเสธ” การช่วยลงพื้นที่หาเสียงจาก “ทีมแพทองธาร” แต่ฝ่ากระแส-กระสุนมาได้ สส. 43 คน จาก 133 เขต สูญเสียแชมป์ให้กับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่กวาดไปสูงสูด 64 ที่นั่ง

หลังผ่านความพ่ายแพ้เกือบเดือน พรรคเพื่อไทย โดยหัวหน้าพรรค จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นัด สส.สอบได้ และ สส.สอบตก จัดประชุมเวิร์กช็อป สรุปบทเรียน และประสบการณ์ หาเสียง และความพ่ายแพ้ของพรรค ที่ตกไปอยู่อันดับ 3 ได้ สส.ต่ำกว่า 100 คน ครั้งแรกในรอบ 25 ปี

วาระปิดห้องไม่ได้ฉลองแชมป์

วาระที่คาดว่า “วงปิด” ของพรรค จะเปิดประเด็นสนทนาแบบเปิดใจ หลายวาระ ที่ต้องการสร้างฉันทานุมัติร่วมกัน อาทิ

  • เสนอให้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อส่องแสงสร้างบารมีให้โดดเด่น สร้างพรรคในระยะยาว ทั้งในฝ่ายบริหาร ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ และมีบทบาทในฝ่ายนิติบัญญัติ เตรียมตัวขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่ในอนาคต
  • ควรมีการปรึกษาหารือ ว่าโผรัฐมนตรีที่เป็นโควตาพรรคมีกี่ตำแหน่ง และใครควรอยู่ในบัญชีแรก และบัญชีที่สองหากมีการปรับคณะรัฐมนตรี ในอนาคต รวมทั้งใครควรถูกเลือกเป็นรองประธานสภา ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ
  • ในฐานะที่พื้นที่ภาคอีสาน ถือว่าทำผลงานได้สูงสุด 43 ที่นั่ง ควรได้โควตารัฐมนตรีอย่างน้อย 3 ที่นั่ง
  • นักการเมืองรุ่นใหม่ ที่จะถูกผลักดันขึ้นเป็นรัฐมนตรี จะให้คนเก่าที่รักษาตำแหน่ง สส.ไว้ได้ หรือจะใช้บริการนักการเมืองโปรไฟล์ดี นักการเมืองรุ่นใหญ่ ระดับวงในใกล้ชิดทีมบ้านจันทร์ส่องหล้าได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรี
  • อาจมีการปรับทีม คนการเมืองที่อยู่ใกล้ชิดผู้นำคนใหม่-ยศชนัน ให้เป็นภาพของทีมมืออาชีพในการบริหารมากกว่าทีมการเมือง

สำหรับการสรุปบทเรียน การหาเสียง และปัจจัยความพ่ายแพ้ จุดอ่อน จุดแข็งของพรรค มี สส.ส่วนหนึ่งเตรียมวาระ อาทิ

  • มี สส.เก่าแก่ที่คิดว่าจะวางมือ แต่ยังได้ปัจจัยสนับสนุนจากพรรค แล้วไม่ได้บริหารจัดการในพื้นที่ ทำให้สอบตกหรือไม่
  • ปัจจัยสนับสนุนจาก “ท่อน้ำเลี้ยงกลาง” ของพรรค ครั้งนี้ถือว่า “จำนวน” มากที่สุด ตั้งแต่เคยเลือกตั้งมาในรอบ 5 ครั้ง ทำให้เกิดการ “ช็อกน้ำเลี้ยง”
  • ตำราการบริหาร “หัวคะแนน” ที่เคยเป็นจุดแข็ง ไม่ถูกนำไปใช้อย่างเต็มรูปแบบ คือ “จัดตั้ง-จด-แจก”
  • นโยบายหาเสียง ที่เคยเป็นปัจจัยชัยชนะ ในครั้งนี้ถูกเขียนขึ้น โดยใช้ภาษาวิชาการ ของทีมยุทธศาสตร์ แต่ไม่คำนึงถึงการใช้คำหรือคีเวิร์ดในการหาเสียงกับระดับชาวบ้าน-ฐานเสียง เช่นเรื่องการแจกปุ๋ย การเติมเงิน และหวย 9 ล้าน
  • วาระการหาเสียง ว่ายศชนันทำได้ มีข้อโต้แย้ง ว่ายังไม่ได้ทำ และที่ผ่านมานโยบายบางอย่างที่เคยสัญญาเช่นแจกเงินหมื่นก็แจกได้ไม่ครบ
  • ยอมรับว่าบางพื้นที่อ่อนไหวกับ “คลิปอังเคิล” แต่ทีมหาเสียงยังผลักดันให้นางสาวแพทองธารไปร่วมเดินสายหาเสียง ทำให้เสียคะแนน

ดุลอำนาจใหม่แสงสุริยะ-จันทร์ส่องหล้า

บทสนทนาหลักของลูกพรรคเพื่อไทย จากที่เคยหายใจเข้า-ออก เป็นทักษิณ-บ้านจันทร์ส่องหล้า ถูกผ่อนกระแสลมลงมากขึ้น เสียงที่ก้องขึ้นมาดุลอำนาจ มาจากแสง-สุริยะ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนใหญ่ในท่อน้ำเลี้ยงกลางของพรรค ในบทบาทแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

แม้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร จะเคยเปรยว่า การอยู่ในคุก 6 เดือนของทักษิณ จะเป็นเวลาที่ได้ไตร่ตรองและถึงเวลา “วางมือ” แต่ความจริงของชีวิตคนในพรรคเพื่อไทยหาเป็นเช่นนั้นไม่ ในทางตรงกันข้าม การจัดโผรัฐมนตรี ใครเป็นใคร ในตำแหน่งการเมือง ยังต้องส่งผ่านการเห็นชอบจากเครือข่ายบ้านจันทร์ส่องหล้า

แม้การไร้อิสรภาพ 5 เดือน 24 วัน ได้พบทายาท 45 ครั้ง ของทักษิณ ยังคงแผ่บารมีออกมาถึงใจกลางของพรรค และอีก 2 เดือนเศษ เขาจะได้ออกมาสูดกลิ่นการเปลี่ยนแปลงของพรรคเพื่อไทย และสถานภาพใหม่ที่ต้องมี “ผู้อุปการะ” ช่วงพักโทษ แต่มือ-ไม้ การจัดดุลอำนาจในพรรคยังคงอยู่ในมือทายาทชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์

และแน่นอนว่า ระหว่างที่นายทักษิณยังไร้อิสรภาพ การจัดการดุลอำนาจ กลุ่ม-ก๊วน สส.ในพรรค ย่อมเคลื่อนตัวเข้าหา “แสงสุริยะ”

การปรึกษาหารือเรื่องบัญชีรายชื่อรัฐมนตรี ส่วนหนึ่งก็ต้องผ่านมือของบ้านใหญ่ “จึงรุ่งเรืองกิจ”

ไม่ใช่เป็นการทาบบารมี เพราะไม่อาจทำได้หากพรรคเพื่อไทยยังอยู่ในเงาบ้านจันทร์ส่องหล้า ทว่าการดุลอำนาจของ 2 แสง เป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อินไซด์เพื่อไทยปิดห้องคุยโผรัฐมนตรี ดุลอำนาจแสงสุริยะ-แสงจันทร์ส่องหล้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...