"อนุทิน" ยัน ยังไม่คุยตำแหน่ง "ปธ.สภาฯ" ปัดตอบ "โสภณ" นั่งเก้าอี้
"อนุทิน" ยัน ยังไม่คุยตำแหน่ง "ปธ.สภาฯ" ปัดตอบ "โสภณ" นั่งเก้าอี้ บอกทุกคนมีความเหมาะสม ส่วนดีลพรรคร่วม ยังไม่ชัด ย้ำ เดี๋ยวก็ชัดเจนเอง เร่ง ทำงานไม่ให้บ้านเมืองเสียหาย เมินตอบ “กล้าธรรม” ร่วมรัฐบาล - เรียกประชุมทีม ศก.-กต.ถกมาตรการพลังงาน รับมือสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง พร้อมขอความเห็น “อรรถพล-พิพัฒน์” กูรูเรื่องน้ำมัน
วันที่ 5 มี.ค. 69 ที่ รัฐสภา นายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังพา สส. เข้ารายงานตัวต่อรัฐสภา ถึงรายละเอียดการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า เบื้องต้นได้คุยกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าหากมีพระมหากรุณาโปรดเกล้าลงมาแล้ว ต่อไปจะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ตนก็ได้บอกเลขาสภาฯว่า เรื่องพิธีการต่าง ๆ ก็เป็นหน้าที่ภารกิจของทางสภาตรงไหนที่จะให้รัฐบาลช่วยเหลือประสานงาน เราก็ต้องมีความพร้อมเต็มที่
เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งประธานรัฐสภาวันไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย เดี๋ยววันอาทิตย์นี้ก็จะมีการปฐมนิเทศ สส.ใหม่ บางคนยังไม่รู้จักกันบางคนตนก็เพิ่งเจอครั้งแรกก็มีก็ต้องทำความคุ้นเคยกันก่อน
ส่วนที่มีชื่อนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรีและ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ปรากฏชื่อว่าจะเป็นประธานรัฐสภา นายอนุทิน ยิ้ม ก่อนจะตอบว่าทุกคนมีความเหมาะสม
เมื่อถามว่าสถานการณ์การสู้รบของตะวันออกกลางยังดุเดือดจำเป็นต้องรีบตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ยังสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ตามปกติ ซึ่งตอนนี้ยังมีอีกหลายขั้นตอน ตนไม่มีความสามารถจะไปเร่งรัดขั้นตอนอะไรได้ มีกฎหมายมีข้อบัญญัติ
สำหรับความชัดเจนในการจัดตั้งพรรคร่วมรัฐบาล สรุปปิดดีลแล้วหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า เดี๋ยวก็ชัดเจนเอง
เมื่อถามว่ายังยืนยันเหมือนเดิมหรือไม่ ให้โหวตนายกรัฐมนตรีก่อนต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างจะมีความชัดเจนออกมาตามความเหมาะสมของห้วงเวลา
เมื่อถามว่าหากเป็นนายกรัฐมนตรีโดยสมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีจะเร็วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใครก็ตามที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหากได้รับเลือกแล้ว มันก็ต้องเร่งทำงานไม่ให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง
เมื่อถามว่าสรุปแล้วพรรคกล้าธรรมมีหรือไม่มี นายอนุทิน ไม่ตอบ ก่อนปิดประตูรถและเดินทางกลับไปทำเนียบรัฐบาลทันที
นายกฯ เรียกประชุมทีมศก.-กต.ถกมาตรการพลังงาน รับมือสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง พร้อมขอความเห็น “อรรถพล-พิพัฒน์” กูรูเรื่องน้ำมัน
นอกจากนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือมาตรการพลังงาน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายกฯ กล่าวก่อนประชุมว่า ต้องขออภัยวันนี้มีการเชิญประชุมอีกครั้งหนึ่งเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ประเทศไทยได้เป็นผู้นำเข้า เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ตนได้รับรายงานจากนายพิพัฒน์ นายเอกนิติ และข้อมูลจากกระทรวงพลังงานว่า ในช่วงเดือน มี.ค.น่าจะไม่มีผลกระทบอะไรกับปริมาณน้ำมันที่จะใช้ในประเทศไทย แต่จากตัวเลขที่ได้รับรายงาน ทราบว่าปริมาณน้ำมันที่จะเข้าสู่ประเทศไทยมันจะเริ่มทยอยมีปริมาณที่ลดลงไป สถานการณ์เปลี่ยนไปมากตั้งแต่วัน 28 ก.พ.ที่เกิดเหตุ พอวันที่ 2 มี.ค. เรามีการประชุม สมช. ซึ่งสถานการณ์ก็พัฒนาไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น เราจึงต้องมานั่งกำหนดมาตรการในส่วนของเราเอง เพื่อให้ความมั่นใจว่ามันจะไม่มีผลกระทบในเรื่องของการนำเข้าน้ำมันดิบ ตลอดจนการจัดหาเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น
นายกฯ กล่าวว่า ทราบมาว่า มีการนำเข้าปริมาณครึ่งหนึ่งจากตะวันออกกลาง และอีกครึ่งหนึ่งจากภูมิภาคอื่น ซึ่งในส่วนภูมิภาคอื่นวันนี้ตนคงจะต้องขอให้ท่านแจกแจงให้เห็นว่า อีกครึ่งหนึ่งมาจากตรงไหนบ้าง ในฐานะที่ รมว.พลังงาน และนายพิพัฒน์ เคยมีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในเรื่องการค้าน้ำมัน ตนคงต้องอนุญาตให้ท่านได้ช่วยเป็นผู้ร่วมคิดว่าจะทำอย่างไร
จะทำให้สถานการณ์มีผลกระทบน้อยที่สุด และขอให้กระทรวงการต่างประเทศเจรจาพูดคุยกับประเทศอื่นๆ ในการสั่งซื้อน้ำมัน และเชื้อเพลิงอื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้ใช้ภายในประเทศได้