ชาวบ้านยังคาใจ ช้างสีดอหูพับ ล้มหลังยิงยาซึมแล้วเคลื่อนย้าย
ชาวบ้านยังคาใจ สาเหตุการล้มของช้างสีดอหูพับ หลังยิงยาซึมแล้วเคลื่อนย้าย เพื่อเตรียมนำไปที่จังหวัดเลย เผยรู้สึกใจหาย
วันที่ 5 ก.พ. 69 จากเหตุการณ์ที่มีการเคลื่อนย้ายช้างป่าเพศผู้อายุประมาณ 15 ปี พลายสีดอหูพับ ช้างป่าจากพื้นที่อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ได้มาหากินในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น หลังจากเมื่อวานนี้มีการเคลื่อนย้ายจ้างโดยใช้การยิงยาซึม
เพื่อเคลื่อนย้ายไปยัง ไปที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย แต่เกิดล้มระหว่างเคลื่อนย้ายในพื้นที่อำเภอเวียงเก่า อยู่ห่างจากจุดที่มีการยิงยาซึมประมาณ 10 กิโลเมตร
นายสุริยา โวหาร อายุ 42ปี ชาวบ้านเมืองเก่า เล่าว่า เมื่อวานช่วงที่มีการย้ายช้างป่า ตนได้ออกมาดูที่หน้าบ้านเพราะเป็นเส้นทางที่ช้างต้องผ่าน แต่พบความผิดปกติ เพราะ รถบรรทุกสิบล้อได้มีการมาจอดหน้าบ้าน และคนที่มาบนรถบรรทุกสิบล้อมีการพูดคุยว่า ช้างจะไม่ไหวแล้วทำให้ตนเองได้เดินออกมาดู
จากนั้นรถบรรทุกสิบล้อได้ขับออกไป และมาทราบภายหลังว่าช้างมีอาการไม่ไหวที่บ้านพ่อหลัด จากนั้นรถบรรทุกสิบล้อได้ไปจอดดูอาการช้าง บริเวณเยื้องโรงพยาบาลเวียงเก่า ซึ่งเรื่องช้างป่ากับชาวบ้าน ตลอดระยะเวลา 2 ปี ช้างป่าได้เข้ามาหากินในพื้นที่ชาวบ้าน ก็สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ แต่ในการเคลื่อนย้ายช้างแล้วทำให้ช้างตาย ชาวบ้านก็ยังกังขาสงสัยกับสาเหตุ อยากให้มีการออกมาชี้แจงด้วย
ด้านนางวรรณีย์ อมาตยคง 69 ปี ชาวบ้านอำเภอเวียงเก่า บอกว่า เมื่อคืนตนก็ได้ออกมาดูการเคลื่อนย้ายช้างสีดอหูพับ เมื่อมาถึงหน้าบ้านตนเองก็ได้ยินเสียงช้างร้องออกมาหนึ่งครั้ง ก่อนที่ช้างจะผ่านไปจนกระทั่งมาทราบภายหลังว่า ช้างป่าดังกล่าวได้ล้มแล้ว
ตนก็รู้สึกใจหายเหมือนกันชาวบ้านทุกคน ช่วงที่มีช้างป่าเข้ามาในพื้นที่ในช่วงนี้มีการตัดอ้อย ก็ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแต่ชาวบ้านก็ไม่อยากให้ช้างออกจากพื้นที่ ตลอดเวลา 2 ปี ทำให้เริ่มรู้สึกผูกพันกับช้างป่า และปรับการใช้ชีวิตร่วมกันได้ แต่สิ่งที่ต้องการรตอนนี้ คือสาเหตุของการล้มของช้าง
ส่วนบรรยากาศบริเวณด้านหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงตอนนี้ มีชาวบ้าน เดินทางมาสอบถามถึงสาเหตุการตายของช้างป่าหูพับ แต่ไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าไปภายในอุทยานฯแต่อย่างใด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวบ้านยังคาใจ ช้างสีดอหูพับ ล้มหลังยิงยาซึมแล้วเคลื่อนย้าย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th