“บริษัทเดินเรือโลก” เสี่ยงกำไรร่วงปี 2569 หากทะเลแดงกลับมาเปิด กดค่าระวางต่อ
ความเป็นไปได้ที่เส้นทางเดินเรือทะเลแดงจะกลับมาใช้งานอีกครั้ง อาจซ้ำเติมปัญหาอุปทานเรือส่วนเกินและกดดันค่าระวางขนส่ง "บริษัทเดินเรือโลก" เสี่ยงกำไรร่วงปี 2569
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.25 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สายเดินเรือคอนเทนเนอร์รายใหญ่ทั่วโลกกำลังเตรียมรับมือกับแนวโน้มกำไรที่ลดลงในปี 2569 หลังความเป็นไปได้ที่เส้นทางเดินเรือทะเลแดงอาจกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง ซึ่งจะกดดันค่าระวางเรือให้ลดลง ท่ามกลางปัญหาอุปทานเรือส่วนเกิน และความตึงเครียดทางการค้าที่ดำเนินอยู่
บรรดาสายเรือรายใหญ่ เช่น A.P. Moller-Maersk A/S, Hapag-Lloyd AG, Nippon Yusen KK, Orient Overseas International Ltd. และ Cosco Shipping Holdings Co. ถูกคาดหมายว่าจะรายงานผลประกอบการอ่อนแอลงในปี 2569 ต่อจากปี 2568 ที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนด้านภาษีและการค้า
นักวิเคราะห์ของ Bank of America ระบุว่า หากการเดินเรือผ่านทะเลแดงกลับมา จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาอุปทานส่วนเกินเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรม ขณะที่ข้อมูลจาก Bloomberg Intelligence ชี้ว่า กำลังการขนส่งเรือใหม่ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 36% ระหว่างปี 2566–2570 ในขณะที่อุปสงค์ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์อาจหดตัว 1.1% ในปี 2569 หากสายเรือกลับมาใช้เส้นทางทะเลแดงเต็มรูปแบบ
ค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์ทั่วโลกยังอยู่ในทิศทางขาลง โดยดัชนี Drewry World Container Index ลดลง 4.7% เหลือ 2,107 ดอลลาร์ต่อตู้ขนาด 40 ฟุต ณ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 มกราคม
แม้การกลับมาเปิดเส้นทางทะเลแดงยังไม่แน่นอน แต่ความเป็นไปได้เพิ่มขึ้น หลัง Maersk สามารถเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวได้สำเร็จสองเที่ยวเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่กลุ่มฮูตีในเยเมนเริ่มโจมตีเรือในปี 2566 อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ HSBC เตือนว่า หากการกลับสู่ภาวะปกติเกิดเร็วกว่าคาด อาจทำให้ค่าระวางลดลงเพิ่มเติมอีก 10% และผลัก Maersk กับ Hapag-Lloyd เข้าสู่ภาวะขาดทุน
ในระยะสั้น การกลับมาเปิดเส้นทางอาจทำให้เกิดความแออัดในท่าเรือยุโรป ซึ่งอาจช่วยพยุงค่าระวางได้ชั่วคราว แต่หลังจากนั้นคาดว่าราคาจะทรงตัวในระดับต่ำ โดย Maersk อาจให้แนวโน้มกำไรปี 2569 แบบอ่อนตัว และลดการซื้อหุ้นคืนลงครึ่งหนึ่ง
สายเรือจำนวนมากยังเลือกดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากสถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคยังผันผวน และเจ้าของสินค้าก็ไม่ต้องการเสี่ยงส่งของมีมูลค่าสูงผ่านเส้นทางที่ไม่มั่นคง
สำหรับสายเรือในเอเชีย แม้เผชิญแรงกดดันคล้ายกันจากอุปทานส่วนเกินและความไม่แน่นอนด้านภาษี แต่บางรายอาจได้เปรียบด้านอัตรากำไร เนื่องจากอุปสงค์ภายในภูมิภาคยังแข็งแกร่งกว่า และอัตราค่าระวางในเอเชียมีความยืดหยุ่นมากกว่าค่าเฉลี่ยโลก
อ้างอิง : www.bloomberg.com