The Virgin Suicides การแตกสลายก่อนจะรู้เดียงสา 33 ปี โศกนาฏกรรมของการเป็นวัยรุ่น ที่ยืนยันว่าปัญหาสุขภาพจิตยังคงเป็นเรื่องใหญ่ที่ถูกมองข้าม
กว่า 33 ปี ที่นวนิยายเขียนโดย Jeffrey Eugenides เมื่อปี 1993 เรื่อง The Virgin Suicides ยังเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นคลาสิกร่วมสมัยที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงได้เสมอ กับเรื่องราวของ 5 สาวพี่น้องครอบครัวลิซบอนที่ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองพร้อมกันในบ้านหรูย่านชานเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ช่วงปี 1970s โดยเล่าผ่านความทรงจำของเหล่าเด็กชายข้างบ้าน ผู้มองย้อนกลับไปหวนรำลึกถึงโศกนาฏกรรมครั้งนั้น แม้วันเวลาจะทำให้พวกเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่การจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควรของเด็กสาวบ้านลิซบอนก็ยังคงถูกทิ้งไว้เป็นปริศนาที่ไร้คำตอบ
6 ปี หลังจากการตีพิมพ์หนังสือ The Virgin Suicides ถูกนำมาตีความใหม่ในเวอร์ชันภาพยนตร์ที่กำกับโดยโซเฟีย คอปโปลา แต่ ณ เวลานั้นในปี 2000 The Virgin Suicides ต้องถูกจำกัดการฉาย เนื่องด้วยทางค่าย Paramount Classics เกรงว่าการฉายหนังที่ว่าด้วยการฆ่าตัวตายของเด็กวัยรุ่นจะทำให้เกิดการลอกเลียนแบบการฆ่าตัวตายตามมาได้ จึงทำให้ช่วงเวลานั้นหนังไม่ได้เป็นที่พูดถึงในวงกว้างอย่างน่าเสียดาย
เเต่หลายปีให้หลัง The Virgin Suicides ของโซเฟีย คอปโปลา กลับถูกพูดถึงว่าเป็นภาพยนตร์ตัดแปลงจากต้นฉบับที่ยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่งที่ยังคงมีความร่วมสมัยและเข้าได้กับทุกยุค เพราะพูดถึงปัญหาสุขภาพจิดและการฆ่าตัวตายของวัยรุ่น ซึ่งเป็นความจริงที่ยังคงเกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในสังคม และทำให้ The Virgin Suicides ถูกส่งต่อมาถึงคนหนุ่มสาวยุคนี้อย่างสวยงาม
ดร.เมลานี เคนเนดี (Dr. Melanie Kennedy) ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อที่สนใจเรื่องความเป็นผู้หญิงในวัฒนธรรมป๊อปมองว่า นอกจากพล็อตเรื่องที่ว่าด้วยความว้าวุ่นใจของบรรดาเด็กสาววัยรุ่นจะเป็นอะไรที่คลาสสิกเหนือกาลเวลาแล้ว กระแสความโหยหาอดีตและความนิยมของคนเจนฯ Z ที่มีต่อวัฒนธรรมยุค 90s จนถึงยุค 2000s ยังมีส่วนไม่น้อยที่ทำให้ The Virgin Suicides ถูกหยิบยกมาพูดถึงในหมู่คนรุ่นใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ในขณะเดียวกันปัญหาสุขภาพจิตก็เป็นประเด็นที่คนหนุ่มสาวยุคนี้อาจรู้สึกว่าเชื่อมโยงได้ไม่ยาก อีกทั้งประสบการณ์การสูญเสียใครสักคนจากปัญหาสุขภาพจิตนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว และเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่น้อยไปกว่าในยุคสมัยที่หนังสือถูกตีพิมพ์หรือในปีที่หนังเรื่องนี้ออกฉายเลย
“The Virgin Suicides เป็นหนังเรื่องโปรดตลอดกาลของฉัน” รูบี้ (Ruby) วัย 17 เจ้าของคลิป Fan Edit ที่ตัดต่อจากความหลงใหลในหนัง The Virgin Suicides จนมียอดวิวเกือบหนึ่งล้านใน TikTok กล่าว “หนังทำให้ความเจ็บปวดของการเป็นเด็กผู้หญิงถูกรับฟัง ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกผู้ชายไม่มีวันเข้าใจได้เลย”
ส่วนเรเชล (Rachael) วัย 23 ก็เล่าว่าครั้งหนึ่งตอนอายุ 13 เธอเคยเจอประสบการณ์เฉียดตายจากโรคอะนอเร็กเซียและโรคซึมเศร้าเหมือนกับซิซิเลีย (Cecilia) น้องสาวคนเล็กวัย 13 ใน The Virgin Suicides และนั่นทำให้เธอเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงเหตุผลที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมกับเด็กสาวในเรื่อง
“ช่วงระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อที่กำลังจะเข้าสู่วัยรุ่น แม้ว่าพ่อแม่ของฉันจะเข้าใจมากๆ แต่ก็ยังมีคนรอบข้างอีกหลายคนที่ไม่มีวันเข้าใจอะไรเลยเรื่องปัญหาสุขภาพจิตที่ฉันเป็น บางคนก็คิดว่าฉันเรียกร้องความสนใจ” เรเชลบอกว่า The Virgin Suicides ทำให้รู้สึกเหมือนว่าปัญหาของเธอถูกมองเห็นก็จริง แต่คนที่เป็นผู้ใหญ่กลับไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างที่ควรจะเป็น เช่นเดียวกับใน The Virgin Suicides ที่ซิซิเลีย น้องสาวคนเล็กของครอบครัวถูกหามส่งโรงพยาบาลในวันหนึ่งเพราะเธอพยายามกรีดข้อมือตัวเอง แต่หมอซึ่งเป็นตัวแทนของ ‘ผู้ใหญ่’ ที่ว่า กลับไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงมาลงเอยอยู่ที่นั่น เพราะในความเห็นของเขา เด็กอายุ 13 ยัง ‘ไม่โตพอ’ เลยด้วยซ้ำที่จะเข้าใจความทุกข์
‘เห็นได้ชัดว่าหมอไม่เคยเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 13’ และนั่นเป็นคำตอบของซิซิเลีย ก่อนที่วันหนึ่งเธอจะทิ้งร่างลงมาจากชั้นบนของบ้านสำเร็จ จนกระทั่งนำมาสู่การฆ่าตัวตายในเวลาไล่เลี่ยกันของพี่ๆ ของเธอ โดยที่ไม่มีใครเข้าใจถึงเหตุผลว่าแท้จริงแล้วการตายของพี่น้องลิซบอน เป็นเพราะอุบัติเหตุ หรือว่าเป็นเพราะพวกเธอต้ังใจจบชีวิตตัวเองกันแน่
จุดร่วมที่น่าจะทำให้ทั้งคนอ่านและแฟนหนัง The Virgin Suicides หัวใจสลาย อาจไม่ใช่การจากไปแบบน่าหดหู่ของเด็กสาวครอบครัวลิซบอน หรือความไม่ประสีประสาของแก๊งเด็กผู้ชายข้างบ้านที่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน แต่เป็นความจริงที่ว่าบรรดาคนรอบข้างที่เป็นผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะครูที่โรงเรียน เพื่อนบ้าน หมอ หรือแม้กระทั่งตัวพ่อแม่เองซึ่งควรจะทำหน้าที่ซัพพอร์ตและได้ยินสัญญาณขอความช่วยเหลือของเด็กๆ กลับเพิกเฉยและไม่พยายามทำความเข้าใจอะไรเลย เหมือนอย่างที่คุณนายลิซบอนผู้เป็นแม่ได้แต่พร่ำบอกหลังจากเกิดโศกนาฎกรรมว่า ‘ลูกสาวฉันไม่มีใครขาดความรัก ครอบครัวเรามีแต่ความรักอยู่เต็มเปี่ยม ฉันไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไม…” แสดงให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพจิตของเด็กวัยรุ่นในยุคสมัยหนึ่งเคยเป็นเรื่องที่ถูกละเลยอย่างน่าเศร้าเพียงใด
แม้ว่าปัจจุบันความตระหนักและความรู้เรื่องเรื่องสุขภาพจิตจะมีมากขึ้นกว่าในยุคของ The Virgin Suicides แต่รายงานจากองค์กรป้องกันการฆ่าตัวตายในอังกฤษล่าสุดก็ยังพบว่า ในแต่ละปี ผู้หญิงทั่วโลกจำนวนกว่า 250,000 ราย เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย โดยสถิติของผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 25 ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ด้วย โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2012-2022 และกว่า 37% ของผู้หญิงอายุต่ำกว่า 25 ที่เข้ารับบริการด้านสุขภาพจิต ก็มีความคิดเรื่องฆ่าตัวตาย แต่มากถึง 56% ยอมรับว่าพวกเธอเลือกที่จะไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ อีกทั้งตัวเลขของเด็กสาวที่ทำร้ายตัวเองจนถูกนำส่งโรงพยาบาลก็ยังเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2010 - 2020
การที่ The Virgin Suicides กลับมาได้รับความนิยมในหมู่คนยุคนี้อาจบอกอะไรกับเราได้มากทีเดียวว่าพวกเขาก็กำลังเผชิญความกดดันและภาวะความเครียดไม่ต่างกัน ไหนจะเรื่องความต้องการเป็นที่ยอมรับในสังคม เรื่อง Body Image เรื่องการถูกบูลลี่ หรือเรื่องการถูกใช้เป็นเครื่องมือเเสวงหาประโยชน์ทางเพศในเด็กสาวที่ดู ‘โต’ เกินวัย ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นใน The Virgin Suicides ด้วยเหมือนกัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อและวัฒนธรรมป๊อปมองว่า เด็กสาวในยุค The Virgin Suicides เคยถูกคาดหวังความเป็น ‘เด็กดี’ ที่มีภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง เป็นลูกสาวที่ดีของพ่อแม่ เป็นพี่สาวน้องสาวที่น่ารักของครอบครัว เป็นดาวเด่นของสังคมที่โรงเรียน และสิ่งเหล่านี้ก็คือจุดร่วมที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่การคาดหวังภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบและความพยายามเป็นที่ยอมรับของเด็กสาวอาจยิ่งรุนแรงกว่ายุคสมัยใน The Virgin Suicides เสียด้วยซ้ำ เมื่อเรามีโซเชียลมีเดีย…
นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมปัญหาสุขภาพจิตและการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นยังคงเป็นเรื่องใหญ่ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน The Virgin Suicides ก็ยังคงเป็นเรื่องราวที่ทัชใจเด็กสาววัยรุ่นทุกยุคสมัยได้ดีเสมอมา
อ้างอิง
https://prevent-suicide.org.uk/blog/understanding-suicide-rates-in-women-a-call-for-action/
เครดิตภาพ : Corinne Day The Virgin Suicides (MACK, 2025)
บทความต้นฉบับได้ที่ : The Virgin Suicides การแตกสลายก่อนจะรู้เดียงสา 33 ปี โศกนาฏกรรมของการเป็นวัยรุ่น ที่ยืนยันว่าปัญหาสุขภาพจิตยังคงเป็นเรื่องใหญ่ที่ถูกมองข้าม
บทความที่เกี่ยวข้อง
- เมื่อความวุ่นวายในแต่ละวันกินพื้นที่ในหัวสมองมากพอแล้ว แฟชั่นจึงหันกลับสู่ความเรียบง่ายและใส่สบายนี่คือ ‘Low-energy dressing’ กระแสที่กำลังบอกเราว่า การแต่งตัวให้ไม่รู้สึกเหนื่อย ความสบายใจอย่างหนึ่งของคนยุคนี้
- “แม้รู้ว่าเธออาจไม่มีวันเห็นฉันในสายตา แต่ฉันก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ หวังว่าจะสำคัญกับเธอสักครั้ง” ‘Die On This Hill’ เสียงทรงพลังขยี้หัวใจจาก Sienna Spiro ดาวรุ่งคนใหม่วัย 20
- นักแสดง GL ก็คือ ‘นักแสดง’ ที่มีศักยภาพและไม่ควรถูกแบ่งแยก…การเหมารวมและอคติที่มีต่อนักแสดงที่แจ้งเกิดจากซีรีส์วาย เมื่อ ‘เบ็คกี้ รีเบคก้า’ ผู้รับบท ‘แนนโน๊ะ’ เวอร์ชัน 2026 ถูกสบประมาทว่า “ไม่น่าเอานักแสดง GL มาเป็นแนนโน๊ะ”
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com