โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

NASA อนุมัติให้นักบินอวกาศพก iPhone และสมาร์ตโฟนส่วนตัวไปดวงจันทร์ได้ในภารกิจอาร์เทมิส 2

SPACEMAN

อัพเดต 08 ก.พ. เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. เวลา 01.22 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

เทคโนโลยีสมาร์ตโฟนที่พวกเราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นมีรากฐานมาจากการวิจัยอวกาศในยุคบุกเบิก และในวันนี้ประวัติศาสตร์กำลังจะวนกลับมาบรรจบกันอีกครั้ง เมื่อองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา (NASA) ได้ประกาศอนุญาตให้นักบินอวกาศในภารกิจอาร์เทมิส 2 (Artemis II) สามารถพกพาสมาร์ตโฟนส่วนตัวเดินทางไปสู่ดวงจันทร์ได้เป็นครั้งแรก เพื่อบันทึกภาพความประทับใจและแบ่งปันประสบการณ์ตรงจากห้วงอวกาศสู่สายตาชาวโลกผ่านโซเชียลมีเดีย

ภารกิจอาร์เทมิส 2 ซึ่งมีกำหนดการเดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์ในอนาคตอันใกล้นี้ ถูกคาดหวังว่าจะเป็นภารกิจที่ให้ภาพถ่ายที่มีความละเอียดสูงและน่าประทับใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางนาซาจะมีแผนการเตรียมกล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพอย่าง Nikon D5 DSLR ที่สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียดระดับ 4K ไว้บนยานโอไรออน (Orion) อยู่แล้ว แต่ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ นายจาเรด ไอแซกแมน ผู้บริหารที่เข้ามามีบทบาทในโครงการ ได้เปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า นักบินอวกาศจะได้รับอนุญาตให้พกสมาร์ตโฟนส่วนตัวติดตัวไปด้วย เพื่อใช้บันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญส่งต่อให้ครอบครัวและโพสต์ลงบนโลกออนไลน์ได้โดยตรง

เจาะลึกมาตรฐานความปลอดภัย เมื่อสมาร์ทโฟนต้องผ่านบททดสอบระดับอวกาศ

เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนำทางของยานอวกาศ นาซาได้กำหนดคุณสมบัติทางเทคนิคและการเตรียมเครื่องอย่างเข้มงวด ดังนี้

1. ความปลอดภัยของแบตเตอรี่และวัสดุ
อุปกรณ์ทุกเครื่องต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UN 38.3 สำหรับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เพื่อป้องกันการลัดวงจรหรือการลุกไหม้ในสภาวะความกดอากาศต่ำ รวมถึงต้องผ่านการตรวจสอบการปล่อยก๊าซ (Off-gassing) และการลามไฟของวัสดุตามมาตรฐานความปลอดภัยบนสถานีอวกาศ

2. การจัดการคลื่นความถี่ (Electromagnetic Compatibility)
สมาร์ทโฟนจะถูกจำกัดให้อยู่ใน "โหมดเครื่องบิน" (Airplane Mode) ตลอดเวลา และต้องผ่านการทดสอบมาตรฐาน MIL-STD-461 เพื่อให้มั่นใจว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากตัวเครื่องจะไม่รบกวนระบบสื่อสารหลักและระบบควบคุมการบินของยานโอไรออน

3. การรับมือกับรังสีและการใช้งานในวงโคจร
แม้สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจะมีประสิทธิภาพสูง แต่การใช้งานในห้วงอวกาศลึกที่ไม่มีชั้นบรรยากาศโลกช่วยกรองรังสีคอสมิก อาจทำให้เกิดอาการค้างหรือระบบรวนได้ นาซาจึงใช้กระบวนการรับรองแบบเร่งด่วนเพื่อทดสอบความทนทานของเซนเซอร์รับภาพและหน่วยประมวลผลต่อรังสีพลังงานสูง

นับตั้งแต่ภารกิจอะพอลโล 17 ในปี พ.ศ. 2515 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่มีมนุษย์เดินทางไปเยือนดวงจันทร์ เทคโนโลยีในยุคนั้นยังห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่าสมาร์ตโฟนอย่างมาก การอนุมัติในครั้งนี้จึงถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สมาร์ตโฟนจะได้เดินทางไปสัมผัสกับเพื่อนบ้านในอวกาศที่ใกล้ที่สุดของโลก โดยกฎระเบียบใหม่นี้จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ภารกิจลูกเรือชุดที่ 12 (Crew-12) ที่กำลังจะเดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ และต่อเนื่องไปจนถึงภารกิจอาร์เทมิส 2 ที่จะพามนุษย์กลับไปโคจรรอบดวงจันทร์อีกครั้งในรอบกว่า 50 ปี

สิ่งที่น่าสนใจคือ ความทรงพลังของสมาร์ตโฟนในปัจจุบันนั้น มีประสิทธิภาพสูงกว่าคอมพิวเตอร์นำทางในภารกิจอะพอลโล 11 ที่พามนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรกหลายล้านเท่า นอกจากนี้ เทคโนโลยีพื้นฐานในสมาร์ตโฟน ไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์รับภาพแบบ CMOS ในกล้องถ่ายรูป หรือระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก (GPS) ต่างก็เป็นเทคโนโลยีที่นาซาเคยมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับรองมาตรฐานมาก่อนทั้งสิ้น

แม้ว่าสมาร์ตโฟนจะเคยถูกนำขึ้นไปใช้อยู่บ้างในภารกิจส่วนตัวของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) แต่สำหรับนาซาแล้ว นี่คือย่างก้าวใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันเข้ากับการสำรวจอวกาศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลให้ภารกิจอาร์เทมิส 2 กลายเป็นภารกิจที่มีการบันทึกภาพและเรื่องราวอย่างละเอียดที่สุดในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศของมวลมนุษยชาติ

ข้อมูลอ้างอิง: Interesting Engineering

  • Astronauts cleared to carry iPhones to the moon as NASA prepares Artemis II mission
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...