โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The Fantastic Five ส่องประกายความสุขและตัวตน ผ่านมุมมอง 5 สุภาพสตรี

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 15 ม.ค. เวลา 18.20 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. เวลา 11.19 น. • HELLO! Magazine Thailand

ในทุกช่วงของชีวิต เราทุกคนต่างก็มีสิ่งที่ต้องเรียนรู้ แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถกลั่นกรองบทเรียนเหล่านี้ให้กลายเป็น ‘ศิลปะการใช้ชีวิต’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สุภาพสตรีทั้ง 5 คุณพินทิพา เทวกุล คุณอมรพิมล วีรวรรณ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ คุณพลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ และคุณซอนญ่า สิงหะ ที่ HELLO! ได้พูดคุยด้วย ล้วนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความเข้มแข็ง ความสง่างาม และการยอมรับตัวเองอย่างแท้จริง พวกเธอได้ ‘สร้าง’ ชีวิตของตนเองขึ้นมาด้วยความตั้งใจและหัวใจที่เปิดกว้าง แม้จะเคยพบพานอุปสรรคมาบ้าง แต่ก็สามารถผ่านมาได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ถามว่าวันนี้พวกเธอรู้สึกอย่างไรกับตัวตนของตนเอง ทุกคนแย้มยิ้มแบบยิ้มของโมนาลิซาที่สามารถตีความได้สถานเดียวว่า พวกเธอพบแล้วซึ่งความสุขในชีวิตอย่างแท้จริง

ซอนญ่า สิงหะ

‘ความงามก็คือการที่เราแต่งตัวได้ถูกที่ถูกเวลาถูกกาละเทศะ’

ในวันนี้นอกจากคุณแคท-ซอนญ่า สิงหะ จะเป็นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นาโน เคเบิล จำกัด แล้ว เธอยังมีความสุขกับการเป็นศรีภรรยาของคุณก้อง-ภัทร บุญญลักษม์ และเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องดาริน-ดริญ่า บุญญลักษม์ วัย 1 ขวบ 11 เดือน และน้องเลลา-ดาราริน บุญญลักษม์ วัย 4 เดือน จะเรียกว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์และอบอุ่นมากเลยก็ว่าได้ เธอเล่าถึงบทบาทการเป็นแม่ว่า

“เป็นอะไรที่ค่อนข้างท้าทาย แต่มีความสุขมากๆ ค่ะ แคทรู้สึกเลยว่าครอบครัวเราเติมเต็มแล้วก็อบอุ่นขึ้น และแน่นอนว่าเราต้องใช้เวลาในการปรับตัวแต่เป็นการปรับตัวที่มีความสุข (ยิ้ม) โดยที่แคทและสามี รวมทั้งคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย และทุกคนในครอบครัวพร้อมที่จะช่วยเลี้ยงเต็มที่ค่ะ

“และการที่แคทมีลูกสาวสองคน และตัวแคทเองก็มีน้องสาวคือคุณแพท (ภิรญา สิงหะ) ซึ่งเราเป็นเหมือนเพื่อนที่สนิทกันที่สุด ทำให้แคทชอบความสัมพันธ์แบบนี้มาก และจะดีใจมากถ้าหากน้องดารินกับน้องเลลาโตขึ้นแล้วสนิทกันเหมือนแคทกับน้องสาว ทำให้เรารู้สึกหายห่วง

“และแพทเองก็มีลูกชายคือน้องเฮนรี่-ปทาน เพ็ญชาติ ซึ่งวัยใกล้เคียงกับดารินและเลลาเลย เรียกว่าคุณตาคุณยายหลงหลานสุดๆ และวิ่งรอกดูหลานทั้งสองบ้านค่ะ”

แคทจะดีใจมากถ้าหากน้องดารินกับน้องเลลา โตขึ้นแล้วสนิทกันเหมือนแคทกับน้องสาว ทำให้เรารู้สึกหายห่วง

Eat Healthy & Think Positive

เมื่อถามว่าทำอย่างไรถึงยังดูดี แม้จะมีลูกสองแล้ว คุณซอนญ่าบอกว่า เป็นเพราะเธอดูแลเรื่องโภชนาการอย่างเข้มข้นมาตั้งแต่ตอนเริ่มตั้งครรภ์ลูกคนแรก

“นอกจากนี้สิ่งที่แคทให้ความสำคัญมากๆ เลยก็คือมายด์เซ็ต เราต้องพยายามคิดบวก เพราะทุกวันนี้มีเรื่องราวปัญหาต่างๆ มากมาย ถ้าเรา stay positive ได้ ก็จะทำให้รู้สึกว่าทุกๆ วันเป็นวันที่ดีของเรา แล้วจะสามารถดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตเราได้มากมายค่ะ”

และคุณแคทยังชื่นชอบความงามตามธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่ง หรือปรุงแต่งให้น้อยที่สุดเท่าที่จะมากได้ “แคทชอบอะไรที่เป็นธรรมชาติ พูดได้เลยว่านอกจากแคทจะไม่ทำสีผมแล้ว ระยะหลังมานี้แคทยังไม่ทาเล็บหรือต่อเล็บอีกเลย ให้มีความเป็นธรรมชาติและยังเป็นตัวเราให้มากที่สุด มองแล้วสบายตา แคทจะรู้สึกมั่นใจกว่าค่ะ”

“นอกจากนี้เวลาแคทออกงานหรือทำธุระสำคัญ แคทจะแต่งตัวให้เหมาะสม เพราะแคทเชื่อว่าความงามก็คือการที่เราแต่งตัวได้ถูกที่ถูกเวลาถูกกาละเทศะค่ะ”

Diamonds Are a Girl’s Best Friend

“ต้องบอกก่อนว่าแคทชอบเครื่องเพชรมากค่ะ และมีแพสชั่นเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก” คุณแคทบอก HELLO! เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรกับคำพูดที่ว่า Diamonds are a girl’s best friend.

คุณแคทยังบอกอีกว่าเครื่องประดับที่เธอจะขาดไม่ได้เลย ก็คือ นาฬิกา ต่างหู และกำไล ส่วนแหวน พอเธอเริ่มมีน้องก็จะต้องถอดแหวน เพื่อให้ส่ามารถอุ้มน้องได้สะดวกขึ้น

“แคทว่าจริงๆ แล้วการใส่เพชรไม่ใช่ว่าใส่แล้วจะต้องดูมีอายุเสมอไป แต่แคทรู้สึกว่ามันมีความสนุก และท้าทายในการจะแต่งตัวให้ดูน่ารักได้ ดูหวานได้ เท่ได้ ผสมกันค่ะ”

คุณแคทจึงชอบซื้อเครื่องเพชรให้ตัวเอง “ด้วยความที่แคททำงานตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะมีเป้าหมายในการทำงานเก็บเงินเพื่อซื้อจิวเวลรี่ชิ้นที่เราชอบ

“บางครั้งแค่ได้ชื่นชมจิวเวลรี่ที่เรามี ก็มีความสุขแล้ว หรือแม้กระทั่งแหวนแต่งงานซึ่งแทนความรักของแคทกับสามี ทำให้รู้สึกว่ามีความหมายมาก จิวเวลรี่ช่วยให้แคทรู้สึกมั่นใจ และยังสามารถบ่งบอกคาแร็กเตอร์เราได้อีกด้วย”

สุขในการใช้ชีวิตทุกวัน

เมื่อถามว่าแนวคิดในการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปไหมเมื่อมีลูก คุณแคทตอบด้วยน้ำเสียงปนสุขว่า “แทบจะทุกอย่างเลยค่ะ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ใจคือเราโตขึ้น เพราะด้วยความรับผิดชอบที่มากขึ้น ทำให้เราละเอียดรอบคอบ มองการณ์ไกล และมีเป้าหมายมากขึ้นด้วย เราไม่ได้มองแค่เรื่องตัวเองแล้ว แต่มองภาพใหญ่ไปจนถึงอนาคต เพื่อวางรากฐานให้ลูกและครอบครัวในแบบที่ยั่งยืน”

“ด้วยความที่คุณก้องน่ารักมาก ทำให้แคทไม่รู้สึกว่าเราเลี้ยงลูกคนเดียว แต่เขายังช่วยแบ่งเบาภาระแคทอย่างเต็มที่ กล้าพูดได้เลยว่าบทบาทหน้าที่ของเราสองคนไม่แพ้กันเลย เป็นทีมเวิร์กมากๆ ทั้งที่เขาก็มีธุรกิจที่ต้องดู แคทรู้สึกขอบคุณเขาจริงๆ และไม่ว่าจะมีอะไรเข้ามาแคทจะคุยกับสามีเสมอ เพราะนอกจากเขาจะเป็นคู่ชีวิตแล้ว ยังเป็นคู่คิดอีกด้วย สิ่งที่เราสองคนทำมาตลอดไม่เคยขาดเลยคือ จะคอยขอบคุณกันและกันตลอด คอยเติมพลังให้กันและกันค่ะ”

ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์

‘ธรรมะเป็นสิ่งเดียวที่เราควรต้องรักษาไว้’

สุขภาพที่ดีเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ต้องการ เพราะถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่ต่อให้รวยล้นฟ้าก็ไม่สามารถหาซื้อได้ แต่เป็นสิ่งที่ใครอยากได้ต้องทำด้วยตัวเอง และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ หรือคุณขวัญ ผู้ก่อตั้ง และ Chief Happiness Officer บริษัท ชาริช โฮลดิ้ง จำกัด ก็เป็นคนหนึ่งที่ดูแลสุขภาพได้ดีมาก เพราะเธอเชื่อว่า

“ถ้าสุขภาพดี รูปลักษณ์ภายนอกก็จะดีตามโดยอัตโนมัติ เพราะจะส่งผลถึงผิวพรรณ ถ้ามีเวลาว่างขวัญจะดูยูทูบที่หมอทำเกี่ยวกับสุขภาพ แล้วได้คำแนะนำนิดๆ หน่อยๆ มาปรับใช้กับตัวเอง ซึ่งได้ผลจริง สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดเลยก็คือการนอน ที่ผ่านมาขวัญนอนดึกมาก กว่าจะเข้านอนตี 3 ตี 4 ซึ่งถ้ามีอะไรเข้ามาเราต้องตื่น ทำให้นอนไม่พอ

“หลังจากคลอดลูกคนเล็ก ขวัญว่าตัวเองผอมลงแล้วทุกส่วน แต่ยังเหลืออยู่ส่วนเดียวคือหน้าท้อง ทำยังไงก็ไม่ลงเทรนเนอร์บอกว่าอยู่ที่การนอนเลย ถ้านอนไม่ดี หน้าท้องก็จะยื่น พอลองทำตามที่เขาบอก นอนหลับให้สนิท (deep sleep) ทีนี้ยุบเลย บางคนนอนเร็วแต่ยังทานเยอะอยู่ หรือนอนไม่เป็นเวลา ร่างกายก็จะรวน ฮอร์โมนเพี้ยน ทุกอย่างเพี้ยน”

คุณขวัญยังบอกอีกว่า เธอเสพติดการออกกำลังกายเอามากๆ อยู่เฉยไม่ได้ ต้องมีการเคลื่อนไหว โดยมีเทรนเนอร์มาเทรนให้ถึงบ้าน

“ตอนนี้เพิ่ม weight training เข้ามา ก็เลยต้องมีเทรนเนอร์ เพราะเคยคิดว่าการยกเวทเป็นกิจกรรมของผู้ชาย แต่หลังจากฟังหมอบอกว่าเราต้องยกเวทเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ถ้าไม่มีกล้ามเนื้อพอแก่ตัวลงเราจะล้มง่ายและไม่แข็งแรง”

ส่วนเรื่องอาหาร คุณขวัญบอกว่า คนที่รู้จักเธอจะทราบดีว่ายามอยู่ไทยคุณขวัญไม่ทานอาหารนอกบ้านเลย เพราะแพ้แอลกอฮอล์กับผงชูรส

“ขวัญจะบอกร้านอาหารทุกร้านที่ไปว่าไม่ใส่แอลกอฮอล์กับผงชูรสนะคะ เพราะแพ้หนักมากถึงตายค่ะ แต่พอขวัญต้องเข้าโรงพยาบาล กลับไปถามทางร้านเขาบอกว่าใส่เหล้าขาวลงไปผัด แอลกอฮอล์เวลาโดนความร้อนคงระเหยไม่หลงเหลือแล้ว หรือเขาบอกว่าไม่ใส่ผงชูรส ใส่แค่ผงปรุงรส ทั้งที่เวลาไปเมืองนอกขวัญไม่เคยมีปัญหานี้เลยค่ะ เพราะก่อนทานเขาจะเอาเอกสารมาให้เซ็นว่า ฉันไม่ใส่ 2 อย่างนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นไม่เกี่ยวกับฉันนะ และเขาจะสตริกท์มาก

“เดี๋ยวนี้ขวัญเลยพกข้าวไปกินด้วย ต้องใส่กล่องแก้ว น้ำดื่มก็ใส่ขวดแก้ว ทำมาได้สักพักแล้ว รู้สึกดีขึ้นมากค่ะ”

Dress with Style

ด้วยความที่คุณขวัญแต่งกายได้อย่างมีสไตล์ HELLO! จึงอยากทราบว่าพอจะมีทิปส์สำหรับการแต่งกายที่อยากเล่าไหม เธอบอกว่า “คำแนะนำของขวัญง่ายๆ เลยค่ะ ถ้าวันไหนอยากแต่งตัวให้ดูสวยงามหรือสนุกขึ้น ขวัญจะเปลี่ยนกระเป๋าค่ะ key piece ของขวัญคือกระเป๋า ขวัญจึงมีกระเป๋าทุกสีทุกแบบ ทำให้ลุคเรามีความเป็นทางการหรือสนุก อยู่ที่กระเป๋าเลยค่ะ

“สำหรับจิวเวลรี่ขวัญชอบ Louis Vuitton และ Prima Gems และขวัญต้องมีต่างหูแบบมุกเดี่ยวค่ะ และหลังๆ มานี้เริ่มใส่สร้อยคอด้วย แต่จะพยายามให้ไม่เยอะจนเกินไปค่ะ”

และต้องมอบตำแหน่งสามีดีเด่นให้แก่คุณนัท-อภิชาติ ลีนุตพงษ์ เพราะเขามักจะแอบซื้อเพื่อให้ศรีภรรยาแบบไม่ต้องมีโอกาส

key piece ของขวัญคือกระเป๋า ขวัญจึงมีกระเป๋าทุกสีทุกแบบ ทำให้ลุคเรามีความเป็นทางการหรือสนุก อยู่ที่กระเป๋าเลย

Family Matter

หากไล่เรียงสมาชิกในครอบครัวเล็กๆ ของคุณขวัญกับคุณนัทผู้เป็นสามี ก็ยังมีลูกชายอีกสองคน นั่นคือ น้องธี (ธีทัต ลีนุตพงษ์) ลูกชายคนโตวัย 18 ปี ขณะนี้เรียน Year 13 ที่ Harrow International School Bangkok กับน้องแทน (สุรพัศ ลีนุตพงษ์) วัย 4 ขวบ ซึ่งสร้างสีสันให้กับครอบครัวนี้เป็นอย่างมาก

“ด้วยความที่มีลูกเร็ว เพื่อนๆ ยังไม่ค่อยมีลูกกัน พี่สาว (ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์) ก็ยังไม่มีเลย เราก็ไม่รู้จะปรึกษาใคร เวลาลูกร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุก็เลยเข้าห้องพระไปสวดมนต์ รู้สึกว่าธรรมะช่วยได้ ก็เริ่มปฏิบัติ ได้ความรู้มาปรับใช้ดู ก็เห็นว่าตัวเองใจเย็นขึ้น ไม่ใช่แค่เรา แต่หลังจากนั้นคุณพ่อคุณแม่กับน้องชายก็มาปฏิบัติตาม ก็เลยรู้สึกว่าธีมีบุญคุณต่อแม่มาก ทำให้แม่เปลี่ยนตัวเองจริงๆ จากคนที่เคยเอาแต่ใจตัวเอง กลับกลายเป็นคนที่อารมณ์เย็นลง

“ส่วนแทนก็ได้อานิสงส์จากพี่ เพราะเขาได้เติมเต็มตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง เนื่องจากเราแก้ไขข้อผิดพลาดแล้ว ก็ได้ประสบการณ์จากคนโตมาใช้กับคนเล็ก”

และสิ่งนี้เองที่ตอบโจทย์ข้อสุดท้ายในการดูแลสุขภาพ นั่นคือเรื่องของสุขภาพใจ

“การจะประสบความสำเร็จในการดูแลตัวเอง ขึ้นอยู่กับ ‘ใจ’ เป็นอย่างแรกเลย ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แล้วเราจะไปยึดติดกับสิ่งที่ไม่เที่ยงเหรอ พอขวัญปลดล็อคตรงนี้ได้ก็เห็นเลยว่า ทุกอย่างที่เข้ามามันเท่านั้นเอง อยู่กับปัจจุบัน เท่านี้ก็จบเลยค่ะ”

สำหรับการเลี้ยงลูก เธออยากเลี้ยงเขาให้เป็นมนุษย์ที่ต้องได้รับการปฏิบัติและได้รับความรักเท่ากับที่มนุษย์คนอื่นต้องการ ยามที่เขาผิดหวังหรือเสียใจ ก็ควรได้รับการปลอบโยน ไม่ใช่แม่ที่คอยบงการ แต่ต้องเท่าเทียมกัน ถึงจะได้รับความไว้วางใจจากลูก

“ตอนหลังขวัญกับธี เราสองคนเปิดอกคุยกันเลยว่า ที่ผ่านมาแม่พลาดไป ให้อภัยแม่ได้ไหม เรามาเริ่มต้นกันใหม่ เขาก็เลยบอกทุกคนว่า ตอนนี้แม่น่ารักมากเลย เขามีความสุขที่ได้อยู่กับแม่ แค่นี้ขวัญก็ดีใจแล้วค่ะ

“ทุกวันนี้น้องแทนเขาชอบวิ่งเล่น และขวัญก็เป็นโรคหัวใจด้วย แต่ต้องวิ่งกับเขา จนขวัญหัวใจเต้น 180 ขวัญก็เลยถามธีว่ายังจำวิธี CPR ได้ใช่ไหมลูก ธีบอกว่าจำได้แม่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวปลุกแม่ขึ้นมาใหม่ได้” คุณขวัญพูดพลางหัวเราะกับคำตอบของลูกชาย

พินทิพา เทวกุล

‘อยากให้เขาเรียนรู้ว่าคนไทยมีเมนูนี้ ไม่อยากให้มันตายไปกับเรา’

จากอดีตนางแบบที่ได้ขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นหลายฉบับอยู่หลายครั้งหลายหน และเมื่อมีครอบครัว คุณแอน-พินทิพา เทวกุล ก็ยังมีลูกสาวที่สวยเข้าขั้นนางเอกถึงสามใบเถาด้วยกัน นอกจากนี้ใครที่ติดตาม TikTok ของ annedevakula จะต้องอยากกินอาหารที่เธอทำ และอันที่จริงแล้วคุณแอนยังเป็นผู้ถ่ายทอดสูตรเส้นหมี่ไก่ฉีกให้กับ Emily ซึ่งเป็นแบรนด์ของลูกสาวจนดังเป็นพลุแตกอีกด้วย

“สูตรนี้ได้มาจากการที่เราทำเส้นหมี่ปูซึ่งเป็นสูตรของคุณย่าเพ็บให้เพ็บกิน ซึ่งอร่อยมาก แต่ว่าคุณย่าก็หวงสูตรมาก แล้วพอเด็กๆ อยากกิน ก็เลยลองแกะสูตรด้วยการใส่โน่นนี่นั่นเข้าไปให้ได้รสชาติเดียวกัน แต่ทีนี้ภัทร์ (ธภัทร เวโรจน์ฤดี) เขาแพ้อาหารทะเลทุกชนิด ก็เลยเปลี่ยนเป็นไก่ฉีกให้เขา แล้วพอเขาทานเสร็จก็มาบอกว่า หนูขอทำขายได้ไหมเพราะอร่อยเหลือเกิน เขาจะเอาไปขายคู่กับน้ำพริกหมูกระจก ทำให้รสชาติยิ่งกลมกล่อม ก็บอกลูกเลยว่าทำขายได้ และยังมีอีกหลายเมนูที่จะทยอยตามมา ก็เป็นสูตรของเราอีกแหละค่ะ เห็นเพ็บเขาประสบความสำเร็จ คนเป็นแม่ก็ดีใจค่ะ”

สำหรับเมนูที่คุณแอนถ่ายลง TikTok ก็เป็นเมนูที่สามารถทำตามได้ง่ายๆ ใช้เวลาปรุงไม่นาน แต่ทว่าอร่อย เรียกน้ำย่อยคนดูได้ชะงัดนัก

“บางทีก็ซื้อวัตถุดิบมาทำเองไม่ได้ขอสปอนเซอร์ แล้วพอเจ้าของโปรดักต์เห็นคลิปก็เลยส่งมาให้ เพราะเป้าหมายของเราคืออยากแชร์เมนูที่บางครั้งเป็นเมนูเก่าๆ ที่ได้มาจากคุณยาย อย่างน้อยให้เขาเรียนรู้ว่าคนไทยมีเมนูนี้ไม่อยากให้มันตายไปกับเรา และเขาสามารถทำกินเองหรือทำให้ลูกทานและทำเป็นอาชีพได้ด้วย”

ออกกำลังกายให้มากกว่ากินเข้าไป

คุณแอนเล่าว่า ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้นทำให้ปริมาณอาหารที่ทานลดน้อยลงไปโดยปริยาย และกินแค่ไม่กี่อย่างซ้ำๆ และถ้าวันไหนอยากกินข้าวนอกบ้านก็จะกินขำๆ แค่คำสองคำแล้วรวบช้อน

“อยากบอกว่าคนทำอาหารมักจะไม่อยากอาหาร เพราะว่าตอนทำเราก็ชิมไปด้วยใช่ไหมคะ พอถึงเวลาทานก็เลยอิ่มพอดี หลังจากกินลันช์จน 5 ถึง 6 โมงเย็นก็เลยยังอิ่มอยู่ ถ้ารู้สึกกระหายก็ดื่มน้ำและไม่กินอะไรอีกแล้วค่ะ”

ส่วนรูปร่างแบบบางที่ได้มานั้นไม่ใช่ความบังเอิญ ทว่ามาจากการออกกำลังกายอย่างหนัก “จะออกกำลังกายทุกวัน วันละ 2 ชั่วโมง ทำมาเป็นสิบปีแล้วค่ะ เริ่มจากยกแข้งยกขาก่อนครึ่งชั่วโมง จากนั้นเดิน 10,000 ก้าว วิ่งอีก 10,000 ก้าว เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญมากกว่าที่เราบริโภคเข้าไป”

เน้น Mix & Match

“แค่ซื้อเสื้อผ้าที่มีคุณภาพ และเอามามิกซ์แอนด์แมตช์กับอย่างอื่น เท่านี้ก็โอเคแล้วค่ะ” คุณแอนกล่าวกับ HELLO! เมื่อถามว่าในตู้เสื้อผ้าของเธอมีอะไรที่เป็น key piece บ้าง “เรามีกางเกงเยอะมาก แล้วแมตช์กับเสื้อตัวนั้นตัวนี้ ใช้โทนสีเรียบ เพราะถ้าเราใส่สีเรียบก็จะสามารถใส่ได้เรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ของลูกๆ นี่แหละค่ะ”

สำหรับทิปส์ในการเลือกเครื่องประดับ คุณแอนแนะนำว่า “แล้วแต่ชุดที่จะใส่ในวันนั้น อาจจะใส่แค่ต่างหูกับแหวน ไม่ค่อยชอบใส่อะไรเยอะมาก เป็นแบบนี้ตั้งแต่สาวๆ แล้วนะคะ และพอดีไม่ค่อยชอบสีทอง แต่ชอบสีขาว กับสีน้ำเงิน เพราะว่าไปกันได้กับทุกชุด

“ส่วนตัวเป็นคนชอบใส่เครื่องประดับ แต่ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเพชร อาจเป็นมุกหรืออะไรก็ได้ เราว่าผู้หญิงทุกคนต้องรักสวยรักงามอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่เถียง แต่ว่าความสวยงามอาจไม่ได้อยู่แค่เครื่องประดับอย่างเดียว ทว่าอาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีวิวสวยงาม หรือการได้อยู่กับคนที่เรารักก็พอค่ะ”

เราว่าผู้หญิงทุกคนต้องรักสวยรักงามอยู่แล้ว แต่ว่าความสวยงามอาจไม่ได้อยู่แค่เครื่องประดับอย่างเดียว ทว่าอาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีวิวสวยงาม หรือการได้อยู่กับคนที่เรารักก็พอค่ะ

ดูนางให้ดูแม่

ลูกสาวคนงามทั้งสามคนของคุณแอน ต่างก็มีความโดดเด่นในแบบของตนเอง เริ่มจากคุณแพร (วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา) แห่งแบรนด์ VATANIKA คุณพลอย(พิชญา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา) แห่งแบรนด์ Knitters Culture และคุณเพ็บ (นัยน์ชนก ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา) แบรนด์ Emily

“ครอบครัวเราสนิทกันมากค่ะ คุยกันได้ทุกเรื่อง เราก็จะเลี้ยงเขาแบบโบราณผสมสมัยใหม่ ไม่มีการห้าม แต่จะพูดว่าถ้าทำแบบนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ให้เขาคิดเอง เพราะถ้าเราบังคับ เขาจะไม่ทำตามทั้งสามคนเลย ก็ได้เรียนรู้จากลูกเหมือนกันค่ะ”

แล้วความสุขในชีวิตทุกวันนี้ของเธอเล่าคืออะไร “ไปในที่ที่อยากไป กินสิ่งที่อยากกิน อยู่กับคนที่เราอยากอยู่ด้วย เท่านี้ก็มีความสุขแล้วค่ะ”

พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์

‘แป้งเชื่อในเรื่องการ maintain’

หนึ่งใน 5 สุภาพสตรีที่ HELLO! ชวนมาแบ่งปันเคล็ดลับความงามให้ผู้อ่านได้ปฏิบัติตาม นั่นคือคุณแป้ง-พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ ที่นอกจากจะทำงานบริษัทของคุณป้าดารณี อยู่วิทยาแล้ว ยังเป็นทั้งหุ้นส่วนร้านซูชิโอมากาเสะชื่ออูเมดะ และเป็นเจ้าของธุรกิจร้านดอกไม้ Branch and Blooms ที่บรรดาเอ-ลิสต์ของไทยใช้บริการกันอย่างคับคั่ง นอกจากจะเปิดร้านดอกไม้แล้ว เธอยังตั้งชื่อลูกสาวว่าโรสรินทร์ และชื่อเล่นว่าโรซี่ ที่แปลว่ากุหลาบ

“งานอดิเรกของแป้งเวลาอยู่บ้านตอนลูกหลับ คือการจัดดอกไม้แต่งบ้านไปด้วย ฟังเพลงไปด้วย ไม่ได้มีความรู้เรื่องดอกไม้ ไม่เคยเรียนจัดดอกไม้ แต่ชอบสั่งดอกไม้ ก็เลยคิดว่าทำไมเราไม่เปิดร้านดอกไม้เสียเอง ตอนช่วงโควิดก็เลยลองเปิดร้านรับจัดดอกไม้ทางออนไลน์ดู ไม่มีหน้าร้าน โดยใช้ประสบการณ์จากการเป็นลูกค้ามาก่อน

สามียังพูดเลยว่าแป้งเป็นคนโชคดีตรงที่สามารถทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ ทุกอย่างไม่ใช่งานที่ต้องฝืนทำ แต่เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตเราไปแล้วมากกว่า

“หลังจากผ่านไปได้ระยะหนึ่ง ตึกที่ตั้งออฟฟิศของสามี (ชาญเดช สัจจาไชยนนท์) มีห้องว่างพอดี ก็เลยใช้ห้องนั้นทำร้าน ดอกไม้ที่แป้งชอบนอกจากดอกกุหลาบแล้ว ยังมีพีโอนีและไฮเดรนเยีย เป็นร้านเล็กๆ ที่สามารถทำรายได้พอจ่ายเงินเดือนพนักงานทุกเดือน และมีเงินเก็บอีกนิดหน่อยเท่านี้ก็พอใจแล้วค่ะ”

คุณแป้งยังกล่าวอีกว่า เธอเป็นคนที่ทำงานด้วย passion drive มาตลอดอยู่แล้ว “สามียังพูดเลยว่าแป้งเป็นคนโชคดีตรงที่สามารถทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ แล้วก็ประสบความสำเร็จ”

เชื่อในการ maintain

เมื่อถามคุณแป้งถึงเคล็ดลับความงามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เธอบอกว่า “แป้งเชื่อเรื่องการ maintain ค่ะ รู้สึกว่าถ้าเราอยู่ในเวอร์ชั่นนี้ และเราชอบแล้ว เราก็สมควร maintain แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เป็นการป้องกันไว้ก่อน เราจะไม่รอให้แรงโน้มถ่วงทำให้ผิวเราคล้อย แล้วค่อยมากอบกู้ทีหลัง ซึ่งยากกว่ามาก ในสัปดาห์หนึ่งแป้งจะจัดเวลาให้วันหนึ่งเป็นวันเสริมสวย ออกกำลังกายวันเว้นวัน อีกวันเป็นวันพักผ่อน อีกวันเป็นวันสังสรรค์นอกบ้านค่ะ

“เรื่องความงาม แป้งทำทั้งโบท็อกซ์ เลเซอร์ยกกระชับ ทุกๆ 6 เดือนหรือ 1 ปี เป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เลย แต่เราจะไม่สลายไขมันเพราะรู้สึกว่า ถ้าหน้าเราตอบปุ๊บจะดูแก่ ริ้วรอยต้องมีนิดหนึ่ง ไม่อย่างนั้นเราจะกลายเป็นบาร์บี้ไปเลย

“ส่วนเรื่องเส้นผม โชคดีที่แป้งทานไบโอตินกับวิตามินช่วยเรื่องผมกับเล็บเผื่อไว้ตั้งแต่แรก เพราะรู้ว่าหลังคลอดผมจะร่วง ก็ปล่อยให้ร่วง แต่อย่างน้อยมีผมขึ้นใหม่มาทดแทน”

ดูโก้โดยไม่ต้องประโคม

“ในการใช้จิวเวลรี่แป้งถือหลักว่าเราไม่ต้องประโคม” คุณแป้งกล่าวถึงการแต่งกายด้วยจิวเวลรี่ “แป้งจะชอบเลือกชิ้นที่คลาสสิกที่สุด แป้งจะมีต่างหูที่เป็นเพชรทรงกลม 5 กะรัต ใส่ตั้งแต่ก่อนแต่งงานจนกระทั่งทุกวันนี้ กลายเป็นว่าใส่จนติดหูเลย เพื่อนยังแซวเลยว่าขนาดไปซูเปอร์มาร์เก็ตก็ยังใส่เพชร (หัวเราะ)”

สำหรับคุณแป้งแล้ว การใส่จิวเวลรี่ยังบอกเล่าเรื่องราวและเป็นการให้เกียรติช่างฝีมือ จะชอบจิวเวลรี่ที่มีความ timeless เพื่อที่วันหนึ่งเธอจะสามารถมอบให้แก่ลูกสาวซึ่งมีความหมายอย่างมาก

ในการเลือกซื้อจิวเวลรี่ของคุณแป้ง จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพอย่างมาก เธอจะต้องทราบรายละเอียดทุกอย่าง ตั้งแต่ที่มาของเพชรว่าเป็นเพชรจากที่ไหน และเจียระไนที่ไหน ทำให้จิวเวลรี่ชิ้นนั้นมีความพิเศษยิ่งขึ้น

รักตัวเองให้มาก ถึงจะรู้จักรักคนอื่น

เมื่อถามคุณแป้งว่า ทุกวันนี้ความสุขในชีวิตเธอคืออะไร “ต้องบอกว่าอยู่ที่ตัวเอง อาจฟังดูเห็นแก่ตัว แต่ถ้าเราไม่แฮปปี้คนอื่นก็ไม่แฮปปี้ แล้วคนรอบข้างแป้งจะรู้เลยว่า แป้งเป็นคนค่อนข้างเด็ดขาดนิดหนึ่ง ไม่ก็คือไม่ เพราะเราต้องเคารพตัวเอง”

และเธอยังลดทอนกีฬาโลดโผนลง “แต่ก่อนรู้สึกว่าอยากทำอะไรก็ทำ เพราะรู้สึกว่าชีวิตเรามีแค่ครั้งเดียว แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเวลาจะทำอะไรเราต้องคิดหน้าคิดหลังนิดหนึ่งว่า เราไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ

“บางทีหันไปมองลูก แล้วเหมือนเห็นตัวเองในเวอร์ชั่นมนุษย์จิ๋ว (หัวเราะเบาๆ) ตอนนี้คิดว่าอยากจะมีลูกอีกสักสองสามคน เพราะเป็นคนชอบเผื่อค่ะ ส่วนจะเป็นชายหรือหญิงแบบไหนก็ได้เลย เพราะถึงยังไงแป้งก็ใช้วิธีธรรมชาติอยู่แล้วค่ะ”

อมรพิมล วีรวรรณ

‘เราต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุข’

ช่างภาพหญิงสมัครเล่นที่ฝีมือไม่สมัครเล่นเลยท่านนี้ คือผู้ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข และการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด คุณอมรพิมล วีรวรรณ หรือคุณแหมว ในวัยแตะเลข 6 แต่ทว่ายังดูอ่อนกว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด

“ตอนนี้ 60 แล้ว ก็ต้องดูแลตัวเองให้สมกับวัยนะคะ” คุณแหมวบอก HELLO! พร้อมด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ “จริงๆ ดูแลตัวเองมาตั้งแต่อายุ 40 แล้ว แต่มาวันนี้ก็ต้องดูแลตัวเองมากเป็นพิเศษ ส่วนโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ก็ต้องทำค่ะ แต่ไม่ถึงกับตามเทรนด์สักเท่าไร

“ส่วนเรื่องรูปร่าง มีช่วงหนึ่งที่จำกัดอาหารแบบ IF (Intermitten Fasting) รู้สึกว่าได้ผลลัพธ์ดีแล้วก็เร็วด้วย แต่เราต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ก็ทำเท่าที่เราทำได้ค่ะ”

คุณแหมวพูดพลางยิ้ม และบอกว่าถ้าอยู่กรุงเทพฯ ทุกวันเสาร์จะตื่นตั้งแต่ตีห้า แล้วไปเดินที่สวนเบญจกิติ เดินรอบทะเลสาบและต่อด้วยบริเวณสวนป่า แต่ละครั้งจะลองเดินไม่ซ้ำเส้นทางกันจะได้ไม่เบื่อด้วย และจะตั้งเป้าเดินไว้ที่ 6 กม. แล้วกลับบ้านตอนเจ็ดโมงเพื่อว่าแดดจะได้ไม่ร้อน

‘เบลเซอร์’ เป็นซิกเนเจอร์

เมื่อถามถึงเรื่องการแต่งตัว คุณแหมวบอกว่า เธอเลือกที่จะแต่งกายสไตล์ smart casual เพราะระยะหลังมานี้ถ้าไม่ใช่งานกาลาดินเนอร์ คนทั่วไปมักจะไม่ค่อยเน้นการแต่งกายอย่างเป็นทางการมากนัก

“key piece ที่มีมากสุดก็น่าจะเป็นเบลเซอร์ แล้วแต่เดรสโค้ดของงาน ถ้าแคชวลหน่อย เสื้อตัวในอาจจะเป็นเสื้อคอกลม ใส่กับแจ็กเกตลินินที่เรามีค่อนข้างหลากหลาย เพราะชอบใส่มาตั้งแต่วัยทำงานแล้ว หรือถ้าเป็นงานที่ทางการหน่อยก็จะเลือกใส่กระโปรงชุดที่เข้ากับลักษณะของอีเวนต์

“ถ้าวันไหนอยากแต่งตัวง่ายๆ จะใส่ยีนส์กับเสื้อยืดสบายๆ หรือเสื้อที่มีดีไซน์นิดหนึ่ง”

“นอกจากนี้ยังเป็นคนชอบซื้อรองเท้า ก็จะมีครบทุกแนว แต่ตอนนี้ใส่ส้นเข็มไม่ได้แล้ว เพราะยืนนานๆ แล้วเมื่อย ส่วนรองเท้าผ้าใบจะใส่เวลาเดินทางเสียเป็นส่วนใหญ่”

ทุกวันนี้คุณแหมวจะเดินทางเพื่อท่องเที่ยวและถ่ายรูป ก่อนไปแต่ละทริปก็ต้องทำการบ้านว่า ภูมิประเทศที่จะไปนั้นเป็นอย่างไร ต้องเดินเยอะขนาดไหน ต้องมีรองเท้ากันน้ำไหม เพราะฉะนั้นรองเท้าในแต่ละทริปจะไม่เหมือนกัน นอกจากนั้นเธอยังต้องตระเตรียมจัดเสื้อผ้าสวยๆ ไปด้วยทุกทริป

“เป็นคนเอนจอยการแต่งตัว ถึงแม้ทริปที่เราไปจะเป็นทริปถ่ายรูป ก็ยังอยากแต่งตัวให้มีสีสัน และถึงจะไม่มีใครคอยถ่ายรูปเราอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็ยังอยากแต่งตัวให้รู้สึกสดชื่น”

สำหรับเครื่องประดับ คุณแหมวเลือกที่จะใช้เพชรขาวเป็นหลัก แต่เพชรสีก็มีบ้าง

“อย่างเพชรสีชมพูนี่หาไม่ได้แล้ว ก็จะแพงที่สุด เห็นชิ้นเล็กๆ เนี่ย ฟังราคาแล้วจะเป็นลม ทุกวันนี้ก็จะซื้อเครื่องประดับให้ตัวเองบ้าง แต่จะเลือกชิ้นที่ใส่ได้จริง มีความ timeless และ elegance และเพชรนอกจากจะมีคุณค่าสูงขึ้นตามกาลเวลาแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่สามารถส่งต่อให้คนในครอบครัวที่เรารักจากรุ่นสู่รุ่นได้ และดีไซน์ยังบ่งบอกถึงรสนิยมของผู้สวมใส่ได้อีกด้วยค่ะ”

ถ่ายรูปเพื่อช่วยการกุศล

ด้วยความที่คุณแหมวผ่านการเรียนดีไซน์ที่ RISD มาก่อน จึงเคยมีประสบการณ์ถ่ายรูปมาตั้งแต่ตอนนั้น และในปัจจุบันนี้เธอได้หวนคืนมาจับกล้องอีกครั้ง

“แหมวเรียนทางด้านดีไซน์มา เพราะฉะนั้นก็จะมีความชอบศิลปะเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่ได้เรียนถ่ายรูปเป็นจริงเป็นจังอะไร แต่ชอบถ่ายรูปเป็นการส่วนตัว และเริ่มถ่ายรูปอย่างจริงจังเมื่อเกือบสิบปีที่แล้วค่ะ เริ่มจากกล้อง DSLR ตอนนี้เปลี่ยนมาใช้กล้องระบบ Mirrorless เพราะมีน้ำหนักเบากว่า เมื่อก่อนก็เคยใช้กล้องฟิล์ม ซึ่งต้องลุ้นว่าภาพที่ล้างออกมาจะเป็นยังไง แต่ในยุคนี้พัฒนาการของกล้องดิจิทัลรุ่นใหม่ๆ โอ้โห!! มันพัฒนาไปไกลสุดกู่เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการโฟกัส ความเร็วในการจับภาพ และอะไรต่อมิอะไร เขาพัฒนาตลอดเวลา ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราต้องคอยอัพเกรดอุปกรณ์อยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ได้ภาพที่ถูกใจและมีคุณภาพ

“เป็นคนชอบถ่ายภาพแลนด์สเคปที่พ่วงไปกับการเล่าเรื่องด้วยภาพ (storytelling) และสนใจการถ่ายแนว street photography ด้วย เพราะรู้สึกว่าอยากเก็บภาพความทรงจำ ณ โมเมนต์นั้นเอาไว้ เนื่องจากเป็นโมเมนต์ที่เราจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว แม้ว่าหลังจากนั้นเราจะกลับไปที่เดิม จุดเดิม แต่ภาพที่ได้ไม่มีทางเหมือนเดิม เพราะท้องฟ้าไม่เหมือนเดิม แสงไม่เหมือนเดิม บรรยากาศและผู้คนตรงนั้นก็แตกต่างไป ถ้าเราสามารถเก็บภาพตรงนั้นเอาไว้ มันจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีว่า เราได้ไปเห็นภาพนั้น และเก็บภาพนั้นเอาไว้ในคลังภาพของเรา แม้เมื่อเราไม่อยู่แล้ว ภาพถ่ายเหล่านั้นก็ยังเป็นภาพแห่งความทรงจำให้ลูกหลานได้ดูค่ะ

“และที่ฟินกว่าการถ่ายแสงเหนือ ก็คือการถ่ายทางช้างเผือกซึ่งในเมืองไทยก็มีให้เห็นค่ะ สามารถถ่ายได้ตามเขตที่อยู่นอกเมือง ถ้าฟ้าเปิด ซึ่งสวยมาก แต่ถ้ามองด้วยตาเปล่าอาจจะไม่ชัดเท่าไร เพราะบ้านเรามักมีกลุ่มควัน ท้องฟ้าต้องเป็นคืนเดือนมืด ไม่มีแสงจันทร์รบกวน เวลาจะไปถ่ายก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ไปให้พร้อม ตามวันและช่วงเวลาในปฏิทินของการถ่ายภาพทางช้างเผือกที่มีช่างภาพทำไว้เป็นข้อมูลให้ทราบทุกปี เราก็จะเซฟเก็บไว้ว่าแต่ละเดือนมีวันไหนบ้าง”

และเมื่อปี 2024 คุณแหมวก็ได้มีโอกาสจัดแสดงผลงานภาพถ่ายเดี่ยวของตนเองเป็นครั้งแรก จากการเดินทางกว่า 12 ประเทศ ชื่อว่า EXPLORATION: Framing the World through My Lens

“ตอนแรกก็ไม่มั่นใจว่าเพื่อนอวยหรือเปล่า จนกระทั่งมีหลายฝ่ายให้การสนับสนุน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย คิดว่าอาจจะมีครั้งที่ 2”

สตินำพาชีวิต

ถามถึงแนวคิดและความสุขในการใช้ชีวิตทุกวันนี้ของคุณแหมว…ที่แท้แล้วคืออะไร เธอบอก HELLO! ว่า “จริงๆ แล้วเปลี่ยนไปแทบจะทุกปีเลยมั้ง เพราะเราได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากขึ้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึงคือ การมีสติ ต้องอย่ารีบด่วนตัดสินใจทำอะไรเร็วเกินไป ต้องค่อยๆ คิดค่อยๆ ทำ แล้วทุกวันนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือโซเชียลมีเดีย เพราะบางทีเราไม่ทันคิด แล้วมาเสียใจภายหลัง เราไม่ควรให้อารมณ์นำไปก่อน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันก็จะค่อยๆผ่านไป ทุกอย่างมีทางแก้ไข

ทุกวันนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือโซเชียลมีเดีย เพราะบางทีเราไม่ทันคิด เราไม่ควรให้อารมณ์นำไปก่อน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันก็จะค่อยๆ ผ่านไป ทุกอย่างมีทางแก้ไข

“สำหรับความสุขในชีวิตทุกวันนี้ เรียกว่าใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนๆ ก็มีความสุขดี และได้ดูแลคุณแม่ที่อยู่ในวัย 96 ปี ส่วนกับลูกเนี่ย ก็แต่งงานกันไปแล้ว แต่เราก็ไปทำกิจกรรมด้วยกันบ่อยๆ บางครั้งก็ไม่เข้าใจว่าคนกลุ่มเจน Y เจน Z เขาพูดอะไรกัน หรืออ่านสิ่งที่เขาเขียนหลายรอบก็ยังไม่เก็ต ต้องเขียนไปถามลูกว่าอันนี้เค้าหมายความว่าอะไร กลายเป็นว่าเราต้องตามพวกเขาให้ทัน

“ตอนนี้อะไรที่ทำให้ toxic หรือเห็นแล้วไม่สบายใจก็ไม่ต้องไปอ่านไม่ต้องไปดู เราไม่จำเป็นต้องติดตามทุกอย่างในโลกโซเชียล ตามแค่พอให้ไม่ตกข่าว แล้วก็ข้ามไป เราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ ควรหาเวลาไปเที่ยวเพื่อทำให้เราได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น พยายามไปที่ที่เราไม่เคยไป เพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ”

สถานที่ : โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...