คลังปรับคาดการณ์จีดีพีปี’68 เหลือ 2.2% ปี’69 ชะลอลงเหลือ 2.0% คงเดิม
สศค. กระทรวงการคลัง ปรับประมาณการจีดีพีปี’68 โต 2.2% ลดลงจากประมาณการเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ที่คาดโต 2.4% ชี้ไตรมาส 3/68 โตต่ำ-ภาคผลิตชะลอ คาด Q468 ฟื้นแตะ 1.8% จากมาตรการรัฐ พร้อมคาดปีนี้ขยายตัวคงเดิมที่ 2.0%
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.2% (ช่วงคาดการณ์ที่ 2.0-2.5%) ลดลงจากประมาณการครั้งก่อนที่ 2.4% ต่อปี (ณ ต.ค. 2568) ต่อเนื่องจากปี 2567 ที่ขยายตัว 2.5% โดยสาเหตุของการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2568 มาจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้
“ตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ที่สภาพัฒน์ประกาศออกมาอยู่ที่ 1.2% ซึ่งต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ทำให้ค่าเฉลี่ยการเติบโตทั้งปีต้องปรับลดลง” นายวินิจกล่าว
นอกจากนี้ ภาคการผลิตในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนมีการชะลอตัว จากปัจจัยพิเศษคือการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงปลายปี
อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 จะฟื้นตัวดีขึ้น โดยประเมินว่าอัตราการขยายตัวจะอยู่ที่ประมาณ 1.8% จากแรงสนับสนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ อาทิ โครงการคนละครึ่ง และการเพิ่มสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งช่วยกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่า 1 แสนล้านบาท ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การผลิต การจ้างงาน และการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยในภูมิภาคปรับตัวดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ “เที่ยวดีมีคืน” ทำให้ สศค. คาดว่าการบริโภคภาคเอกชนในปี 2568 จะขยายตัว 3.3% ขณะที่มูลค่าส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐตามดุลการชำระเงิน (Balance of Payments: BOP) จะขยายตัว 12.7% จากการเร่งส่งออกไปตลาดสหรัฐ และการเติบโตของตลาดศักยภาพใหม่
เช่น อินเดีย และจีน ส่วนมูลค่านำเข้าคาดว่าจะขยายตัว 13.8% ด้านการบริโภคภาครัฐคาดว่าจะขยายตัวที่ 0.5% การลงทุนภาครัฐคาดว่าจะขยายตัว 6.9% จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 และการลงทุนภาคเอกคาดว่าจะขยายตัว 2.9%
“แม้เศรษฐกิจในช่วงปลายปีจะเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้และปัจจัยชั่วคราวในภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวตามการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน แต่นโยบายการคลังได้ช่วยพยุงเศรษฐกิจให้เติบโตได้สูงกว่าช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา” นายวินิจกล่าว
สำหรับปี 2569 กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2.0% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ที่ 1.5-2.5%) แม้ภาคการส่งออกจะมีทิศทางชะลอความร้อนแรงลงจากปีก่อนหน้า แต่ยังคงสามารถประคองตัวได้โดยคาดว่ามูลค่าส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐ จะขยายตัวเล็กน้อยที่ 1.0% เติบโตในอัตราที่ชะลอลงตามทิศทางปริมาณการค้าโลกและผลของฐานที่สูงในปี 2568
ด้านมูลค่าการนำเข้าสินค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐจะขยายตัวที่ 3.9% โดยแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะเปลี่ยนผ่านสู่อุปสงค์ภายในประเทศและภาคบริการ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 35.5 ล้านคน ช่วยหนุนรายได้ภาคบริการให้ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัว 2.5% การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 3.2% ด้านการบริโภคภาครัฐคาดว่าจะขยายตัวที่ 1.3% ส่วนการลงทุนภาครัฐคาดว่าจะหดตัว 1.7% จากผลของช่วงเปลี่ยนผ่านงบประมาณปี 2570 ซึ่งอาจล่าช้าประมาณ 3 เดือน โดยจำเป็นต้องเร่งออกมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายเพื่อลดผลกระทบ
“สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 ปัจจัยสนับสนุนหลักยังมาจากภาคการท่องเที่ยว โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้น 7% อยู่ที่ประมาณ 35.5 ล้านคน จากปี 2568 ที่มีราว 33 ล้านคน รวมถึงแรงหนุนจากการส่งออกในช่วงต้นปี และการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มดีขึ้น จากคำขอส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI ที่อยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม ยังคงติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด รวมถึงผลกระทบจากความล่าช้าในการบังคับใช้พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งคาดว่าอาจล่าช้าประมาณ 3 เดือน และอาจส่งผลให้การลงทุนภาครัฐชะลอลงในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569” นายวินิจกล่าว
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ สศค. คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 จะอยู่ที่ 0.3% ต่อปี ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลประมาณ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.0% ของ GDP
“เรื่องเงินเฟ้อมีมติ ครม. ชัดเจนว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องพยายามดูแลให้เข้าสู่กรอบ โดยมีการหารือร่วมกันทุก 3 เดือน เพื่อประเมินสถานการณ์และหาแนวทางปรับให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 1.0-3.0% ซึ่งปัจจุบันยังต่ำกว่ากรอบ” นายวินิจกล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และประสานนโยบายการเงินและการคลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
“กระทรวงการคลังจะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพการคลังอย่างยั่งยืน ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ การดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ และการใช้จ่ายภาครัฐอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างพื้นที่ทางการคลังรองรับความผันผวนในอนาคต และเห็นถึงความจำเป็นในการเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และยกระดับนวัตกรรมให้สอดรับห่วงโซ่อุปทานโลก” นายวินิจกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คลังปรับคาดการณ์จีดีพีปี’68 เหลือ 2.2% ปี’69 ชะลอลงเหลือ 2.0% คงเดิม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net