โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดอลลาร์อ่อนค่า หลังสหรัฐเผยดัชนี CPI ต่ำกว่าคาด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 พ.ค. 2567 เวลา 13.47 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2567 เวลา 13.47 น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 13-17 พฤษภาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (13/5) ที่ระดับ 36.80/81บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/5) ที่ระดับ 36.72/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ได้แรงหนุนจากความเห็นของนางลอรี โลแกน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัสซึ่งระบุว่า

ยังไม่ชัดเจนว่านโยบายการเงินมีความเข้มงวดเพียงพอหรือไม่ที่จะลดอัตราเงินเฟ้อลงสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% และยังเร็วเกินไปที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ด้านนายราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดสาขาแอตแลนตากล่าวว่า เฟดยังคงมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ แม้กำหนดเวลาและขอบเขตของการปรับลดยังไม่แน่นอนก็ตาม

นอกจากนี้ นายออสเตน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโกกล่าวว่า เขาเชื่อว่านโยบายการเงินของสหรัฐค่อนข้างเข้มงวด ขณะที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก

โดยนายพาวเวลล์กล่าวในการประชุมประจำปีของสมาคมธนาคารต่างชาติที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ว่า เขาไม่คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก แม้ตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงกว่าคาดก็ตาม พร้อมกับกล่าวว่า เงินเฟ้อยังคงปรับตัวลงล่าช้ากว่าที่คาด ซึ่งจะทำให้เฟดต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีกระยะหนึ่ง

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ทั่วไปซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.2% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 1.8% ในเดือน มี.ค. อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายเดือน ดัชน่ PPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือน เม.ย.สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือน มี.ค. ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI)

ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 2.1% ในเดือน มี.ค. อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือน เม.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือน มี.ค. ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า

ดัชนีราคาผู้บริโภค CPI ทั่วไปซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้นที่ระดับ 3.4% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากที่เพิ่มขึ้นที่ระดับ 3.5% ในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไปปรับตัวขึ้นที่ระดับ 0.3% ในเดือน เม.ย. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.4% หลังจากที่เพิ่มขึ้นที่ระดับ 0.4% ในเดือน มี.ค. ดัชนี CPI เดือน เม.ย.ที่ออกมาต่ำกว่าคาดเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐเริ่มเข้าสู่ช่วงขาลงในไตรมาส 2 ปีนี้ และทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. และปรับลดอีกครั้งในเดือน ธ.ค.

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับลดประมาณการ GDP ไทยปี 2567 มาที่ 2.2-2.7% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิม หลังภาคการส่งออกมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้เพียง 0.5-1.5% ตามทิศทางการค้าโลกที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกันยังปรับลดประมาณการเงินเฟ้อมาที่ 0.5-1%

นอกจากนี้ นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC-CI0 เดือน เม.ย. 67 ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นของภาคธุรกิจและหอการค้าทั่วประเทศ จำนวน 369 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 23-30 เม.ย. 67 โดยดัชนีอยู่ที่ระดับ 55.3 เพิ่มขึ้นจากระดับ 55.2 ในเดือน มี.ค. 67 ทางด้านนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-12 พ.ค. 2567 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยประมาณ 13,157,997 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่อเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 631,249 ล้านบาท

โดยจำนวนนักท่อเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน จำนวน 2,853,844 คน มาเลเซีย จำนวน 1,710,560 คน รัสเซีย จำนวน 805,026 คน เกาหลีใต้ จำนวน 731,915 คน และอินเดีย จำนวน 722,195 คน สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติชาวเวียดนามเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว โดยเพิ่มขึ้น 67.02% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวเวียดนามขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอันดับที่ 4 จากเดิมในอันดับที่ 9 ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวตลาดอื่น ๆ ในเกือบทุกกลุ่มยังคงมีจำนวนลดลง จากการอยู่ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (LowSeason)

โดยนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มตลาดระยะไกล (Long Haul) และกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 19.50% และ 9.70% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาล ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย อาทิ การลงนามยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย-จีนที่มีผลช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว เพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และกระตุ้นให้สายการบิน เพิ่มจำนวนเที่ยวบิน รวมทั้งการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง หรือวีซ่าฟรี ให้แก่นักท่องเที่ยวอินเดีย ไต้หวันและคาซักสถาน

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.03-36.83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (17/5) ที่ระดับ 36.22/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (13/5) ที่ระดับ 1.0768/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/5) ที่ระดับ 1.0765/69 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 47.1 ในเดือน พ.ค. จากระดับ 42.9 ในเดือน เม.ย. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 46.4 ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 10 โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์การบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือน มิ.ย.

ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยในวันอังคาร (14/5) ว่า อัตราเงินเฟ้อของเยอรมนีขยับขึ้นเล็กน้อยแตะที่ 2.4% ในเดือน เม.ย. ซึ่งเท่ากับข้อมูลเบื้องต้น ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอรมนี ซึ่งได้รับการปรับให้สอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ ในสหภาพยุโรป (EU) ปรับตัวขึ้น 2.3% ในเดือน มี.ค.เมื่อเทียบรายปีในคืนวันพุธ (15/5) ทางยูโรโซนได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนเมษายนอยู่ที่ระดับ 2.2% เมื่อเทียบรายปี และเท่ากับในเดือนมีนาคม และดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนเมษายนอยู่ที่ระดับ 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน และเท่ากับในเดือนมีนาคม และมีการเปิดเผยการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานอยู่ที่ระดับ 0.3% เมื่อเทียบรายไตรมาส และตัวเลขดัชนีจีดีพีอยู่ที่ระดับ 0.4% เมื่อเทียบรายปี ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0764-1.0894 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (17/5) ที่ระดับ 1.0843/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันที่ (13/5) ที่ระดับ 155.87/81 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/5) ที่ระดับ 155.72/76 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าเงินเยน ปรับตัวอ่อนค่าแตะกรอบกลางของ 156 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ในวันอังคาร (14/5) เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐจะอยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์เอาไว้ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กระบุเมื่อวันจันทร์ (13/5) ว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อผู้บริโภคสำหรับช่วงหนึ่งปีข้างหน้าปรับตัวขึ้นในเดือน เม.ย.จากเดือนก่อนหน้า

นอกจากนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แนะนำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก โดยดำเนินการในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป หลังจากที่ BOJ ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ในการประชุมเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการ BOJ ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นสู่ระดับ 0 ถึง 0.1% จากระดับ -0.1% และประกาศยุตินโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี โดยที่ผ่านมา BOJ ได้ใช้นโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวผ่านการซื้อและขายพันธบัตรดังกล่าว นอกจากนี้ BOJ ได้ประกาศยุติการซื้อกองทุน ETF และ J-REITS ซึ่งเป็นกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่น และจะค่อย ๆ ปรับลดการซื้อตราสารหนี้เอกชน

โดยวางแผนว่าจะยุติการซื้อตราสารหนี้เอกชนภายในระยะเวลา 1 ปี อย่างไรก็ดี BOJ จะยังคงเข้าซื้อพันธบัตรของรัฐบาลญี่ปุ่นในวงเงินเท่ากับในช่วงที่ผ่านมา การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า BOJ ได้ตัดสินใจถอนนโยบายการซื้อสินทรัพย์และการผ่อนคลายนโยบายการเงินซึ่งดำเนินการเป็นเวลานานหลายสิบปี ซึ่งนโยบายเหล่านี้มีเป้าหมายที่จะพยุงเศรษฐกิจญี่ปุ่นให้รอดพ้นจากภาวะเงินฝืด ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 153.57-156.75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (17/5) ที่ระดับ 155.88/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์อ่อนค่า หลังสหรัฐเผยดัชนี CPI ต่ำกว่าคาด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...