โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ครม.ไฟเขียว “ท่าเรือแหลมฉบัง A0” LCMTเดินหน้าสิ้นสุดสัญญาปี 2577

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ก.ค. 2567 เวลา 15.52 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2567 เวลา 01.10 น.

ครม.อนุมัติสัญญาบริหารท่าเทียบเรือ เอ 0 กับแอลซีเอ็มที ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยให้สัญญาเก่าที่ทำไว้ตั้งแต่ปี 2547 มีผลบังคับใช้ต่อไปจนสิ้นสุดสัญญาปี 2577 ยืนยันสัญญาเอกชนร่วมงานรัฐมูลค่าเกิน 1,000 ล้าน ผ่าน พ.ร.บ.ร่วมทุนแล้ว ให้ดำเนินการต่อจนจบอายุสัญญาเดิม 30 ปี

วันที่ 30 กรกฎาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวเกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้ความเห็นชอบแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมของโครงการท่าเทียบเรือ เอ 0 ท่าเรือแหลมฉบัง โดยการให้สัญญามีผลใช้บังคับต่อไป ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยเป็นไปตามรายงานผลการศึกษาวิเคราะห์ด้านการเงินและด้านกฎหมายตามที่คณะกรรมการพิจารณากำหนดแนวทางการดำเนินโครงการลงทุนบริหารและประกอบการท่าเทียบเรือ เอ 0 และท่าเรือแหลมฉบัง

ทั้งนี้ จากเดิมคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อ 10 สิงหาคม 2553 มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนในการดำเนินการตามกฎหมายของโครงการท่าเทียบเรือ และหากพบว่าโครงการใดมีมูลค่าโครงการเกินกว่า 1,000 ล้านบาท ให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535

ซึ่งต่อมากระทรวงคมนาคมตรวจสอบแล้วพบว่า โครงการท่าเทียบเรือ เอ 0 ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นโครงการที่การท่าเรือประเทศไทย (กทท.) ทำสัญญาลงทุน บริหาร และประกอบการท่าเทียบเรือ เอ 0 กับบริษัท แอล ซี เอ็ม ที จำกัด (บริษัท) โดยมีกำหนดระยะเวลา 30 ปี เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2577 และเป็นโครงการท่าเทียบเรือที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท

จึงต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 (ที่ใช้บังคับในขณะนั้น) ซึ่งมาตรา 72 บัญญัติ ให้ในกรณีที่ปรากฏว่าโครงการใดต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 แต่มิได้ดำเนินการหรือดำเนินการไม่ถูกต้องหรือครบถ้วนในขั้นตอนใด ให้รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการยกเลิก การแก้ไขสัญญา และการให้สัญญามีผลใช้บังคับต่อไป

ดังนั้น กทท. จึงว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทำรายงานวิเคราะห์ด้านกฎหมายและด้านการเงินของโครงการดังกล่าว ซึ่งที่ปรึกษาเห็นควรให้สัญญาลงทุนมีผลใช้บังคับต่อไปจนสิ้นสุดสัญญา เนื่องจากโครงการท่าเทียบเรือ เอ 0 มีอัตราผลตอบแทน (Internal Rate of Return : IRR) สูงกว่าที่ กทท.คาดหวัง และการยกเลิกหรือแก้ไขสัญญาอาจนำมาสู่ข้อพิพาทจนทำให้บริการสาธารณะหยุดลงและส่งผลกระทบต่อประชาชนได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการตามมาตรา 72 ดังกล่าว มีมติเห็นชอบการให้สัญญามีผลใช้บังคับต่อไป ตามที่สัญญาลงทุนจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ตุลาคม 2577 ซึ่งตามนัยมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 บัญญัติให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำแนวทางการดำเนินโครงการต่อเนื่องจากโครงการร่วมลงทุนภายหลังจากสัญญาร่วมลงทุนสิ้นสุด

โดยเปรียบเทียบกรณีที่หน่วยงานของรัฐดำเนินการเองและกรณีที่ให้เอกชนร่วมลงทุนเสนอรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดอย่างน้อย 5 ปี ก่อนที่สัญญาร่วมลงทุนจะสิ้นสุดลง ดังนั้น กระทรวงคมนาคม และ กทท. จึงควรศึกษาแนวทางการดำเนินโครงการที่เป็นไปได้และเหมาะสมสำหรับสัญญาลงทุนดังกล่าว เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่สัญญาลงทุนจะสิ้นสุดลง โดยดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงประโยชน์ของรัฐ ความต่อเนื่องในการให้บริการสาธารณะ และผลกระทบต่อประชาชนเป็นสำคัญ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครม.ไฟเขียว “ท่าเรือแหลมฉบัง A0” LCMTเดินหน้าสิ้นสุดสัญญาปี 2577

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...