ผู้สูงอายุควรขับรถเองไหม ?
ผู้สูงอายุขับรถได้ไหม? มักเป็นคำถามของหลายๆ คนว่า การที่อายุมากขึ้น ร่างกายบางส่วนเสื่อมสภาพลงตามวัย จะส่งผลกระทบต่อการขับรถหรือไม่
การเป็นผู้สูงอายุ แม้ว่าร่างกายจะเสื่อมถอยลง หรือไม่แข็งแรงเหมือนช่วงวัยหนุ่มสาว แต่ผู้สูงอายุจำนวนมากก็ยังต้องการใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป อยากทำอะไรเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น อยากไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง ทำให้มักจะเห็นผู้สูงอายุออกไปเที่ยว ซื้อของ หรือทำกิจกรรมต่างๆ ภายนอกบ้านโดยไม่มีคนดูแล ซึ่งผู้สูงอายุบางคนก็เลือกใช้วิธีการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ แต่ผู้สูงอายุบางคนก็ขับรถด้วยตนเอง หลายคนที่พบเห็นจึงเกิดคำถามว่า จริงๆ แล้วผู้สูงอายุขับรถได้ไหม และขับรถแบบไหนถึงจะปลอดภัย
ในความเป็นจริงแล้วเรื่องของอายุไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการขับรถ แต่ข้อจำกัดสำคัญ คือ สภาพร่างกาย เพราะหากสภาพร่างกายไม่มีความพร้อมในขณะขับขี่ ย่อมจะเกิดอันตรายได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้ยิน หรือระบบประสาท
จากเหตุการณ์ชายวัย 68 ปี ขับรถชนคนเดินเท้าเสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บ 4 คน ที่กรุงโซล ของเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2567 ที่ผ่านมา ถือเป็นการจุดประเด็นถกเถียงในสังคมเกาหลีใต้ขึ้นมาว่า ผู้สูงอายุควรขับรถเองหรือไม่ ขณะที่ประเทศไทยเองก็มีอุบัติเหตุที่มีผู้สูงอายุเป็นผู้ขับขี่รถนับครั้งไท่ถ้วนเช่นกัน อีกทั้งประเทศไทยยังมีใบขับจี่ตลอดชีพด้วย
แม้ว่าในปี 2546 จะมีการยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพไปแล้ว แต่ก็ยังมีประชาชนกว่า 12 ล้านคนที่มีใบขับขี่ตลอดชีพ โดยมีการแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 เพื่อปรับปรุงอายุใบอนุญาตขับรถให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวไม่ได้กำหนดให้ยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพที่ได้ทำไปก่อนแล้ว และกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลเพียงว่าใบอนุญาตขับรถยนต์ที่ออกก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุใบอนุญาตหรือใบอนุญาตขับรถยนต์ จึงมีผลทำให้ใบขับขี่ตลอดชีพยังใช้ต่อไปได้
ขณะเดียวกันหากพิจารณาเปรียบเทียบอัตราการเปลี่ยนแปลงในทุกช่วงอายุ ระหว่างปี 2565 ถึง 2566 พบว่า ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุฯ เพิ่มขึ้นสูงสุด คือ "กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป รองลงมาเป็นอายุระหว่าง 60 - 69 ปี และอายุต่ำกว่า 15 ปี ร้อยละ 10.1 ตามลำดับ ซึ่งอุบัติเหตุส่วนใหญ่ล้วนเกิดขึ้นจากตัวผู้ขับขี่เองมากถึงร้อยละ 75.213
ทั้งนี้ เมื่อปี 2563 ประเทศไทย โดยกรมขนส่งทางบกมีแนวคิดจะเรียกผู้ที่มีใบขับขี่ตลอดชีพที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป กลับมาทดสอบสมรรถภาพความพร้อมในการขับรถอีกครั้ง ทำให้เกิดคำถามตามมาจากผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และจะได้รับผลกระทบอย่างไรหากนโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่ก็ต้องหันหลังกลับไม่ยึดคืนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพและไม่เรียกผู้มีใบอนุญาตขับรถตลอดชีพทั้งหมดมาทดสอบสมรรถภาพของร่างกายใหม่หรือทดสอบขับรถใหม่ แต่จะมีการศึกษาว่าจะทำอย่างไรที่คัดกรองผู้ที่ร่างกายเสื่อมสมรรถภาพหรือมีสภาวะโรคที่แพทย์วินิจฉัยแล้วเห็นว่ามีผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่อย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลที่ว่าผู้สูงอายุควรขับรถเองหรือไม่นั้น ก็ย่อมมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บางก็บอกว่าผู้สูงอายุบางคนมีศักยภาพเพียงพอที่จะขับขี่รถด้วยตนเอง แต่บางคนก็ไม่ได้มีศักยภาพมากพอที่จะขับรถเอง แต่ศักยภาพเหล่านี้ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุที่มากขึ้น ส่วนใหญ่มักเกิดมาจากสภาพร่างกายที่อ่อนแรงลงตามวัย โรคภัยต่างๆ ที่แต่ละคนประสบพบเจอไม่เหมือนกัน เหล่านี้จึงทำให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ของผู้สูงอายุไม่เท่ากัน