โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

โยธาฯยกเลิกสัญญา 2 ขาใหญ่รับเหมากาฬสินธุ์ 6 โครงการรวด พร้อมขึ้นบัญชีดำห้ามรับงานรัฐ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 พ.ค. 2567 เวลา 04.12 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2567 เวลา 04.12 น.

โยธาฯสั่งยกเลิกสัญญา 2 ขาใหญ่รับเหมากาฬสินธุ์ 6 โครงการรวด พร้อมขึ้นบัญชีดำห้ามรับงานรัฐ บี้ต่ออีก 2 โครงการให้จบ ภาคเอกชนร้องเอาผิด-จ่ายค่าปรับ

จากกรณีปัญหาการก่อสร้าง 7 ชั่วโคตร 8 โครงการใหญ่พัฒนาเมืองกาฬสินธุ์ ป้องกันน้ำท่วม ในงบประมาณ 545 ล้านบาท ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เกิดปัญหา 2 หจก. ก่อสร้างไม่เสร็จ เพราะหยุดก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งยังทำให้ชาวบ้านที่อาศัยในจุดก่อสร้างหวาดผวาจะเกิดน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก แม้ว่า นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง จะประกาศยกเลิกสัญญาไปแล้ว 2 โครงการ และจะทยอยยกเลิกสัญญาทั้งหมด 8 โครงการ ก็ยังไม่ทำให้ชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างสบายใจ เพราะยังไม่มีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร ยังคงออกมาเรียกร้องและให้ สำนักงาน ปปช.- สตง. ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าสอบสวนก่อนที่จะทำให้งบประมาณแผ่นดินเสียหายไปมากกว่านี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิจิตร งามชื่น โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ส่งเอกสารการยกเลิกสัญญาทางไลน์ ที่ลงนามโดยนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง สะบัดปากกาเซนชื่อยกเลิกสัญญาการก่อสร้างตามโครงการพัฒนาเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่ก่อสร้างไม่เสร็จ ผู้รับจ้างทิ้งงาน จนถูกชาวกาฬสินธุ์ประณามว่า “โครงการก่อสร้าง 7 ชั่วโคตร” การยกเลิกสัญญาครั้งนี้ เอกสารถูกส่งมาจำนวน 3 หน้ากระดาษ มีการยกเลิกในคราวเดียว 6 โครงการ คงเหลืออีก 2 โครงการฯ

โดยเอกสารฉบับแรก ที่ มท.0703.4/7768 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 ได้ยกเลิก 2 โครงการ รายละเอียดดังนี้ ตามที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ทำสัญญาว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ประชาพัฒน์ ทำงานก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ตามสัญญาจ้างเลขที่ 87/2562 ลงวันที่ 4 เมษายน 2562 และว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด เฮงนำกิจ ทำงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำปาว บริเวณซอยน้ำทิพย์ไปทางทิศเหนือ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ความยาว 937 เมตร ตามสัญญาจ้างเลขที่ 250/2564 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2564 เนื่องจากผู้รับจ้างมีผลงานก่อสร้างที่ล่าช้ากว่าแผนงานมาก ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองได้มีหนังสือเร่งรัด การดำเนินงานตามสัญญาจ้างอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้รับจ้างยังคงก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนงาน ส่งผลกระทบทำให้เกิดความเดือดร้อนความเสียหายต่อประชาชนเป็นอันมาก เป็นเหตุอันเชื่อได้ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด ประชาพัฒน์ และห้างหุ้นส่วนจำกัด เฮงนำกิจ ไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ประกอบกับ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการดำเนินการก่อสร้างที่ยังไม่แล้วเสร็จนั้น

ดังนั้นเพื่อเป็นประโยชน์สาธารณะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเสียหายของประชาชน กรมโยธาธิการและผังเมือง จึงได้บอกเลิกสัญญาจ้างเลขที่ 87/2562 ลงวันที่ 4 เมษายน 2562 และสัญญาจ้างเลขที่ 250/2564 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2564 ดังกล่าวข้างต้น และสัญญาแก้ไขทุกฉบับ ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 103 หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 108 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว1459 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ข้อ 5.2.3 และเงื่อนไขของสัญญา ข้อ 6 โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้บอกเลิกสัญญาดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 ทั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง จะดำเนินการเร่งรัดจัดจ้างหาผู้รับจ้างรายใหม่ เข้าดำเนินการต่อไป โดยในส่วนโครงการอื่นๆ ในจังหวัดกาฬสินธุ์ กรมโยธาธิการและผังเมืองอยู่ระหว่าง การพิจารณาตามระเบียบโดยเคร่งครัด

ส่วนฉบับที่สอง ที่ 0703.4/7866 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ได้ยกเลิก 4 โครงการ มีรายละเอียดดังนี้ ตามที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ทำสัญญาว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ประชาพัฒน์ ทำงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมลำน้ำปาว หน้าวัดใต้โพธิ์ค้ำ จากสะพาน ค.ส.ล. ไปทางทิศใต้ฝั่งใต้ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ความยาว 1,141 เมตร ในวงเงินค่าก่อสร้าง 108,800,000 บาท (หนึ่งร้อยแปดล้านแปดแสนบาทถ้วน) ตามสัญญาจ้างเลขที่ 298/2562 ลงวันที่ 5 กันยายน 2562 และว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด เฮงนำกิจ ทำงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำชี วัดใหม่สามัคคี หมู่ที่ 13 ตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ความยาว 423 เมตร ในวงเงิน ค่าก่อสร้าง 59,306,000 บาท (ห้าสิบเก้าล้านสามแสนหกพันบาทถ้วน) ตามสัญญาจ้างเลขที่ 204/2563 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2563

งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำชี (ระยะที่ 2) วัดลำซีศรีวนาราม หมู่ที่ 5 ตำบลลำชี อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ความยาว 385 เมตร ตามสัญญาจ้างเลขที่ 205/2563 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2563 และงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมลำน้ำพาน หลังเทศบาลตำบลลำพาน บ้านวังยูง หมู่ที่ 5 อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ความยาว 526 เมตร ในวงเงินค่าก่อสร้าง 44,490,000 บาท (สี่สิบสี่ล้านสี่แสนเก้าหมื่นบาทถ้วน) ตามสัญญาจ้างเลขที่ 275/2564 ลงวันที่ 8 กันยายน 2564 จำนวนรวมทั้งหมด 4 โครงการ เนื่องจากผู้รับจ้างมีผลงานก่อสร้างที่ล่าช้ากว่าแผนงานมาก ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้มีหนังสือเร่งรัดการดำเนินงานตามสัญญาจ้างอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้รับจ้างยังคงก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนงาน ส่งผลกระทบทำให้เกิดความเดือดร้อนความเสียหายต่อประชาชนเป็นอันมาก เป็นเหตุอันเชื่อได้ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด ประชาพัฒน์ และห้างหุ้นส่วนจำกัด เฮงนำกิจ ไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ประกอบกับประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการดำเนินการก่อสร้างที่ยังไม่แล้วเสร็จ นั้น

ดังนั้น เพื่อเป็นประโยชน์สาธารณะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเสียหายของประชาชน กรมโยธาธิการและผังเมือง จึงได้บอกเลิกสัญญาจ้างเลขที่ 298/2562 ลงวันที่ 5 กันยายน 2562 สัญญาจ้างเลขที่ 204/2563 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2563 สัญญาจ้างเลขที่ 205 /2563 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2563 และสัญญาจ้างเลขที่ 275 /2564 ลงวันที่ 8 กันยายน 2564 ดังกล่าวข้างต้น และสัญญาแก้ไขทุกฉบับ ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 103 หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 108 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 04052 /ว 1459 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ข้อ 5.2.3 และข้อ 5.2.4 และเงื่อนไขของสัญญา ข้อ 6 โดยกรมโยธาธิการ และผังเมืองได้บอกเลิกสัญญาดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ทั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง จะดำเนินการเร่งรัดจัดจ้างหาผู้รับจ้างรายใหม่เข้าดำเนินการต่อไป โดยในส่วนโครงการอื่นๆ ในจังหวัดกาฬสินธุ์ กรมโยธาธิการและผังเมืองอยู่ระหว่างการพิจารณาตามระเบียบโดยเคร่งครัด

อย่างไรก็ตามรายงานแจ้งว่า ในส่วนโครงการที่ยังไม่ได้ยกเลิกที่เหลือ 2 โครงการประกอบด้วย 1.โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำชี บ้านหนองหวาย-บ้านหนองคล้า ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย ความยาว 300 เมตร งบประมาณ 39,525,000 บาท ผู้รับจ้าง หจก.เฮงนำกิจ เบิกจ่าย 3 ครั้ง จำนนวน 20,169,000 บาท คงเหลือ 17,285,000 บาท 2.โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแก่งดอนกลาง ความยาว 583 เมตร งบประมาณ 39,540,000 บาท ผู้รับจ้าง หจก.เฮงนำกิจ เบิกจ่าย 2 ครั้ง จำนวน 11,099,000 บาท คงเหลือ 28,441,000 บาท เพราะยังไม่หมดสัญญา ส่วนการยกเลิกสัญญา ทางกรมโยธาฯมีมาตรการที่สำคัญ คือการขึ้นแบล็คลิสต์ กับ หจก.ที่ทำงานล่าช้า และเกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อประชาชน เมื่อถูกยกเลิก จะถูกเวียนชื่อว่าเป็นผู้รับจ้างทิ้งงาน กรณี 2 รายนี้ ห้ามไปประมูลงานของกรมโยธาธิการและผังเมืองอีก ซึ่ง 2 หจก.ประชาพัฒน์และ หจก.เฮงนำกิจ ที่ถูกยกเลิกสัญญา จะไม่สามารถนำ หจก. ไปรับงานจากหน่วยงานภาครัฐอื่นได้อีก

ด้าน นายชาญยุทธ โคตะนนท์ ประธานคณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคม ในการต่อต้านการทุจริต ปปท.เขต 4 ประจำ จ.กาฬสินธุ์ และที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ คณะ กธจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนขอขอบคุณ นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ได้ทำการยกเลิกสัญญาและได้ส่งเอกสารการยกเลิกสัญญาเป็นรายลักษณ์อักษร ทำให้เครือข่ายภาคประชาสังคม ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบมีความมั่นใจในระบบราชการมากยิ่งขึ้นในการที่จะผดุงความโปร่งใส ยุติธรรมรักษาเงินภาษีอากรของประชาชนคนไทย ที่จะเป็นการปิดช่องทางไม่ให้ 2 หจก. ไปประมูลงานและไปสร้างความเสียหายให้กับหน่วยงานราชการอื่นได้อื่น แต่สิ่งที่ต้องการต่อกระบวนการเอาผิดกับผู้รับเหมาก็คือการเรียกร้องค่าเสียหายจากงานที่ทิ้งไป เพราะโอกาสที่กรมโยธาฯ มอบให้ผู้รับจ้างเป็นสิทธิที่ควรได้จากมาตรการณ์ ว.1459 แต่กลับมาทิ้งงานที่ยังกระทบทำให้ผลงานที่ควรดีเมื่อค้างคาระหว่างการก่อสร้างก็จะทำให้เสื่อมคุณภาพ จึงขอให้พิจารณาในเรื่องของค่าเสียหายเป็นค่าปรับ นอกจากนี้เพื่อความยุติธรรมต่อกลุ่มแรงงานที่เข้ามารับจ้างแต่ยังไม่ได้รับค่าจ้างก็ขอให้ กรมโยธาธิการฯ หากแนวทางช่วยเหลือตามที่ได้รับปากเอาไว้ในที่ประชุมเมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านา เนื่องจากกลุ่มแรงงานที่เข้ามาทำงานถูกเบี้ยงค่าแรง ค่าวัสดุบางรายเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท เสมือนทำให้ครอบครัวแรงงานล้มละลายจึงขอให้พิจารณาในเรื่องนี้ด้วย

“ส่วนการที่จะมีผู้รับจ้างรายใหม่เข้ามาทำงานในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ หวังว่าคงไม่ใช่เครือข่ายขาใหญ่ หรือจะเป็นนอมินีที่อยู่ในเครือข่ายผู้ทิ้งงาน ก็ขอให้ออกประกาศประชาชนชาวกาฬสินธุ์ได้รับทราบโดยทั่วกันว่า หจก.ที่จะเข้ามาทำงานใหม่เป็นใคร มาจากไหน มีความมั่นคงทางการเงินจริงหรือไม่สามารถตรวจสอบได้ และควรที่จะขึ้นป้ายการเริ่มทำงานอย่างชัดเจน รวมถึงก่อนที่จะลงมือทำงานก็ควรที่จะแจ้งต่อชุมชน หมู่บ้านในรูปแบบประชาพิจารณ์ กับชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบ เพื่อชาวบ้านจะได้เตรียมตัวเข้าสู่โหมดการก่อสร้างใหม่อีกครั้ง ในส่วนอีก 2 โครงการที่เหลือ เครือข่ายภาคประชาสังคม ธรรมาภิบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบก็จะติดตามต่อไป” นายชาญยุทธ กล่าว

สำหรับปัญหานี้ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบยังคงเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทย เร่งหามาตรการณ์ในการติดตามปัญหาให้กับทางจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นไปได้ควรกำหนดแผนการเข้าดูแลในเรื่องความสะอาดของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการที่ถูกประนามว่า “โครงการ 7 ชั่วโคตร” นี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โยธาฯยกเลิกสัญญา 2 ขาใหญ่รับเหมากาฬสินธุ์ 6 โครงการรวด พร้อมขึ้นบัญชีดำห้ามรับงานรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...