อาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีของปูติน อาจทำลายล้างเทียบกรณีทิ้งปรมาณู 'ฮิโรชิมา'
VoiceTV
อัพเดต 26 ก.ย 2565 เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2565 เวลา 11.25 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์โลกจับตาอย่างต่อเนื่องหลังมีความเคลื่อนไหวจากผู้นำรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีการกล่าวต่อประชาชนทั้งประเทศถึงการใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อปกป้องประเทศ โดยวลาดีเมียร์ ปูติน ย้ำว่ารัสเซีย "มีอาวุธทำลายล้างอยู่หลายชนิด" พร้อมย้ำว่า "นี่ไม่ใช่การขู่" และ "จะใช้ทุกวิถีทางที่สามารถทำได้"
คำถามสำคัญที่กำลังมีการพูดถึงขณะนี้คือ "อาวุธทำลายล้าง" ที่ว่าคืออะไรบ้าง และมีจำนวนมากเท่าใด
สหพันธ์นักวิทยาศาสตร์อเมริกัน หรือ FAS ชี้ว่า ปัจจุบันรัสเซียมีหัวนิวเคลียร์อยู่ใน 'ระบบอาวุธ' อยู่ทั้งสิ้น 4,477 หัว โดย 1,900 คือหัวขีปนาวุธแบบที่ไม่ใช่อาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ (Non-Strategic) ซึ่งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเป็นอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี (Tactical) ซึ่งนั่นคือตัวเลขการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ที่สูงมาก
แล้วอาวุธนิวเคลียร์แบบ Tactical และ Strategic ต่างกันอย่างไร?
CNN อธิบายว่า "หัวรบนิวเคลียร์ยุทธวิธี" (Tactical) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในวงจำกัดและเป้าหมายในสนามรบที่จำกัด เช่นการพุ่งเป้าถล่มกลุ่มรถถังในสงครามหรือถล่มเรือรบบรรทุกเครื่องบินในทะเล มีแรงระเบิดแบบ "ต่ำ" อยู่ที่ประมาณ 10-100 กิโลตัน
ขณะที่ "หัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์" (Strategic) แบบทรงประสิทธิภาพที่สุดของรัสเซียมีแรงระเบิดแบบ "สูง" อยู่ที่ประมาณ 500-800 กิโลตัน และถูกออกแบบมาเพื่อทำลายล้างเมืองทั้งเมือง
อย่างไรก็ตาม การที่มีการระบุว่า "หัวรบนิวเคลียร์ยุทธวิธี" (Tactical) มีแรงระเบิดแบบ "ต่ำ" อยู่ที่ประมาณ 10-100 กิโลตัน อาจจะไม่ถูกต้องเท่าใดนักเพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นได้มันไม่ได้ต่ำขนาดนั้น
ในปี 2488 ที่กองทัพสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดที่ถูกเรียกว่า "ลิตเติลบอย" (Little Boy) ในฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ระเบิดที่ถูกใช้มีแรงระเบิดอยู่ที่ 15-21 กิโลตันเท่านั้น แต่สามารถทำลายบ้านเมืองได้อย่างย่อยยับ
ความเสียหายในครั้งนั้นคือการทำให้ประชาชนต้องเสียชีวิตมากกว่า 105,000 รายในทันที โดยหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ เผยว่ามีผู้คนจำนวนหลายหมื่นรายต้องตายอย่างทรมาณในภายหลังเพราะการรับสารกัมมันตรังสีจากระเบิดปรมาณู ขณะที่ BBC ระบุว่าบางรายงานข่าวมีการระบุว่าผู้เสียชีวิตมีจำนวนมากกว่า 140,000 ราย
เมื่อดูจากตัวเลขดังกล่าวแล้วจะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นการใช้ "หัวรบนิวเคลียร์ยุทธวิธี" (Tactical) หรือ "หัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์" (Strategic) หายนะในลักษณะของ ฮิโรชิมา-นางาซากิ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ว่ารัสเซียจะเลือกใช้อาวุธนิวเคลียร์แบบใดก็ตาม
อเล็กซ์ เวลเลอร์สไตน์ ผู้อำนวยการการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากสถาบันเทคโนโลยี Stevens Institute of Technology ที่นิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐฯ ระบุว่าความแตกต่างของอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้อยู่ที่ "แรงระเบิด" แต่จริงๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับ "เป้าหมายของการโจมตี" ว่าผู้ใช้งานต้องการโจมตีในลักษณะใดมากกว่า