โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พัฒนาการของเครื่องบินขับไล่ไอพ่น สุดยอดเทคโนโลยีด้านทหารในแต่ละยุค

Thai PBS

อัพเดต 08 พ.ย. 2564 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 13.30 น. • Thai PBS

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นหนึ่งในเทคโนโลยีด้านการทหารที่ถูกนำมาใช้งานในหลายประเทศตลอดช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ในช่วงปี 1990 ได้มีการแบ่งหมวดหมู่ของเครื่องบินขับไล่ไอพ่นออกเป็น 6 ยุคด้วยกันเพื่อง่ายต่อการจัดหมวดหมู่และทำความเข้าใจประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องบินขับไล่ไอพ่นได้อย่างถูกต้อง ในยุคเริ่มแรกของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไอพ่นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการรบทางอากาศแต่ในเวลาต่อมาได้รับการปรับแต่งให้ใช้งานกับเครื่องบินขนส่งพลเรือนและกลายเป็นรูปแบบการเดินทางขนส่งที่มีความสำคัญของโลกรูปแบบหนึ่ง

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นยุคที่ 1 (ระหว่างปี 1940-1950)

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นในยุคแรก ๆ เทคโนโลยีส่วนใหญ่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีเครื่องบินไอพ่นในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวอย่างเครื่องบินขับไล่ไอพ่นยุคที่ 1 เช่น North American F-86 Sabre, Mikoyan-Gurevich MiG-15 และ MiG-17 เนื่องจากเป็นเครื่องบินรบในยุคแรกจึงไม่มีการติดตั้งเทคโนโลยีเรดาร์ อาวุธส่วนใหญ่ใช้ปืนกลและปืนใหญ่อากาศเริ่มมีการทดสอบใช้จรวดแต่ยังขาดความแม่นยำและไม่มีการนำวิถีที่มีประสิทธิภาพ

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นยุคที่ 2 (ระหว่างปี 1950-1960)

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นยุคนี้เริ่มมีการติดตั้งเทคโนโลยีเรดาร์บนเครื่องบินเพื่อค้นหาศัตรูบนท้องฟ้า เริ่มมีการติดตั้งอาวุธจรวดนำวิถีด้วยอินฟราเรดแต่ยังคงมีการติดตั้งปืนกลอากาศและปืนใหญ่อากาศ เครื่องยนต์ไอพ่นได้รับการปรับแต่งให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นสามารถบินได้ทะลุกำแพงเสียง เครื่องบินขับไล่ไอพ่นในยุคนี้ เช่น Lockheed F-104 Starfighter, Northrop F-5, Mikoyan-Gurevich MiG-19 และ MiG-21

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นยุคที่ 3 (ระหว่างปี 1960-1970)

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นในยุคนี้ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพสามารถบินได้คล่องตัวมากขึ้นรวมไปถึงติดตั้งอาวุธที่มีความทันสมัย จรวด AIM-7 Sparrow, AA-7 Apex สามารถโจมตีเครื่องบินฆ่าศึกโดยไม่จำเป็นต้องมองเห็นกันในระยะสายตา การบินด้วยความเร็วเหนือเสียงกลายเป็นเรื่องปกติ เครื่องบินขับไล่ไอพ่นในยุคนี้ เช่น Mikoyan-Gurevich MiG-23, McDonnell Douglas F-4 Phantom II, Dassault Mirage III

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นยุคที่ 4 (ระหว่างปี 1970-1980)

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นในยุคนี้เริ่มมีการนำระบบอิเลคทรอนิกส์ที่มีความซับซ้อนเข้ามาใช้งานในการควบคุมบังคับเครื่องบิน การแสดงผลข้อมูลบนแผ่นกระจกเพื่อระบุเป้าหมายในการสู้รบ รูปแบบของเครื่องบินได้รับการปรับแต่งให้รองรับหลักอากาศพลศาสตร์มากขึ้น เริ่มมีการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้าใช้ในการคำนวณออกแบบพัฒนาเครื่องบิน เครื่องบินขับไล่ไอพ่นในยุคนี้ เช่น Mikoyan-Gurevich MiG-29, Sukhoi Su-27, McDonnell Douglas F/A-18 Hornet, General Dynamics F-16 Fighting Falcon, Dassault Mirage 2000

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นยุคที่ 4.5 (ระหว่างปี 1980-1990)

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นในยุคนี้ได้รับการพัฒนามาจากเครื่องบินขับไล่ไอพ่นยุคที่ 4 แต่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นทั้งในด้านของการออกแบบและอาวุธโจมตี มีขีดความสามารถในการรบหลายรูปแบบและเริ่มมีการนำวัสดุที่สามารถลดการสะท้อนของเรดาร์เข้ามาใช้งานทำให้สามารถหลบหลีกการตรวจจับของเรดาร์ในระหว่างการบินสู้รบ เริ่มมีการติดตั้งระบบเรดาร์บนเครื่องบินมีความสามารถในการตรวจสอบมองหาเครื่องบินฆ่าศึกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เครื่องบินขับไล่ไอพ่นในยุคนี้ เช่น Eurofighter Typhoon, JAS 39 Gripen, Dassault Rafale

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นยุคที่ 5 (ระหว่างปี 2005-ปัจจุบัน)

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นในยุคนี้มีการติดตั้งเทคโนโลยีล่องหนเต็มรูปแบบสามารถหลบหลีกการตรวจจับของเรดาร์ได้มากขึ้นเป็นเครื่องบินขับไล่ไอพ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน เริ่มมีการนำหน้าจอแสดงผลไปติดตั้งเข้ากับหมวกของนักบิน (Helmet-mounted display) อาวุธจรวดถูกซ่อนเอาไว้ในบริเวณลำตัวของเครื่องบินเพื่อหลบหลีกการสะท้อนของเรดาร์เครื่องบินสามารถทำความเร็วได้มากกว่าความเร็วเสียง เครื่องบินขับไล่ไอพ่นในยุคนี้บางรุ่นสามารถบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่ง เช่น Lockheed Martin F-35 Lightning II, Sukhoi PAK FA, Chengdu J-20

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นยุคที่ 6 (โครงการในอนาคต)

เครื่องบินขับไล่ไอพ่นยุคนี้ได้รับการจัดให้เป็นเครื่องบินขับไล่ไอพ่นแห่งโลกอนาคตติดตั้งเทคโนโลยีการรบขั้นสูงสุด สามารถหลบหลีกการตรวจจับของเรดาร์ เครื่องบินบางรุ่นได้รับการออกแบบให้สามารถบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่ง ปฏิบัติการรบร่วมกับเครื่องบินรบไร้คนขับโดรนบินควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องบินสามารถทำความเร็วได้มากกว่าความเร็วเสียง อย่างไรก็ตามเครื่องบินรบรุ่นนี้มีแผนเข้าประการในกองทัพต่างอย่างน้อยในปี 2030 เนื่องจากเทคโนโลยีหลายอย่างอยู่ในช่วงของการวิจัยพัฒนาเพิ่มเติม

 

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สธ.เดินหน้า 1 ตำบล 1 อาสาพยาบาล เริ่มปีงบฯ 69 ค่าตอบแทน 15,000 บาท/เดือน

35 นาทีที่แล้ว

ลดเผาภาคเกษตร จะเปลี่ยนไป? ถ้ามี กม.อากาศสะอาด (15 พ.ค.69) I ตรงประเด็น

44 นาทีที่แล้ว

“ณัฐพงษ์” ถามรัฐบาล ทำไมร่างแก้ รธน.-PRTR ไม่ได้ไปต่อ (15 พ.ค.69) I ตรงประเด็น

47 นาทีที่แล้ว

"Lil X" เดินจับมือพ่อเข้างานเลี้ยงระดับรัฐ ชาวเน็ตจีนเอ็นดูทั้งประเทศ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไอที ธุรกิจ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...