โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

FPI รับเต็มอินเดียลดภาษี เร่งผลิตปั๊มรายได้เท่าตัว

ทันหุ้น

อัพเดต 23 ส.ค. 2568 เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2568 เวลา 16.50 น.

#FPI #ทันหุ้น – FPI โดดรับอินเดียเข้มนโยบายส่งเสริมใช้สินค้าในประเทศ เล็งปรับอัตราลดภาษีลง หนุนออเดอร์บริษัทร่วมทุนพุ่งแรง เร่งอัพกำลังผลิตรองรับต้นเดือนกันยายนนี้ ดันยอดขายต่อเดือนพุ่งขึ้นเท่าตัวทันที ชี้เดิมกลยุทธ์ถูกทาง หลังบริษัทย่อยใน-นอก ทำผลงานดีขึ้น ปักเป้ารายได้ทั้งปีแตะ 3 พันล้านบาท

นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ FPI เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า สถานการณ์ธุรกิจในอินเดียผ่านบริษัทร่วมทุนคือ FPI Auto Parts India Private Limited ถือเป็นเชิงบวกอย่างชัดเจนภายหลังจากรัฐบาลอินเดียมีนโยบายเร่งส่งเสริมการใช้สินค้าในประเทศมากขึ้น (Made in India) อย่างเต็มรูปแบบ และได้บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี หลังจากที่รัฐบาลอินเดียเผยแผนที่จะปรับลดอัตราภาษีสินค้า และ บริการ (GST) เป็น 5% และ 18% โดยยกเลิกอัตราภาษีที่ 12% และ 28%

@อินเดียเติบโต

ดังนั้นการใช้สินค้าใดๆ ที่ผลิตภายในประเทศอินเดียจึงมีความสะดวกและไม่ยุ่งยากเชิงขั้นตอน เมื่อเทียบกับสินนำเข้าอย่างมาก สอดรับกับบริษัทร่วมทุนที่มีฐานอยู่ในอินเดีย ซึ่งให้บริการออกแบบผลิตภัณฑ์และผลิตชิ้นส่วนยานยนต์พลาสติก กำลังอยู่ระหว่างเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมากสืบเนื่องจากได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมาก ยอดขายรวมต่อเดือนสำหรับไตรมาส 1 และ 2 ที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านรูปี และคาดการณ์ว่าในไตรมาส 3 และ 4 โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ยอดขายเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นเป็น 80-100 ล้านรูปีต่อเดือนได้

สำหรับสัดส่วนยอดขายในอินเดียปีนี้ คาดการณ์ประมาณ 900 ล้านรูปี หรือประมาณ 350-380 ล้านบาท ยังไม่มากนักเทียบกับเป้าหมายรายได้รวมของบริษัทในปี 2568 ไว้ที่ 3,000 ล้านบาท

“มีโปรเจ็กต์ใหม่ แม่พิมพ์เกือบ 50 ตัว ที่จะเริ่มในเดือนกันยายน บริษัทกำลังเร่งดำเนินการให้สายการผลิตเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อรองรับความพร้อมในต้นเดือนหน้า ซึ่งวอลุ่มงานจะสูงมากๆ บางไลน์ผลิตเสร็จเมื่อไหร่ก็จะเดินเครื่องทันทีใช้งานเต็ม 100% หรืออาจจะ 120% ด้วยซ้ำ”

@พิจารณาลงทุนเพิ่ม

บริษัทมองเห็นความเป็นไปได้ที่สัดส่วนรายได้จากอินเดียอาจเพิ่มสูงขึ้นในปีถัดๆ ไป ซึ่งที่ผ่านมาตลอด 2 ปี การเข้าไปลงทุนต่างๆ ในสายการผลิตใหม่และแม่พิมพ์น่าจะเพียงพอรองรับการเติบโตได้ถึงปี 2570 แต่เนื่องจากการใช้ประโยชน์โรงงานที่มีอยู่ 2 ไร่ใกล้เต็มพื้นที่แล้ว บริษัทจึงอาจพิจารณาซื้อที่ดินเพิ่มตามความเหมาะสมรองรับการขยายโรงงานในระยะต่อไป

นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ ยังเปิดเผยก่อนหน้านี้ด้วยว่า ผลการดำเนินงานที่อินเดียวในช่วง 2568 – 2570 คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 2,000 ล้านรูปี หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 740 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทในกลุ่มอื่นๆ ก็จะช่วยผลักดันการเติบโต เช่น RBS Plastic Innovation Company ซึ่งเริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อกลางปี 2567 สร้างรายได้ 24.6 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 0.3 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ ภายใต้กลยุทธ์การควบคุมต้นทุนและการวางรากฐานเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต ส่วนTharwat Alqata Industries Company Limited Liability ในประเทศซาอุดีอาระเบีย อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตก่อสร้างโรงงานและเตรียมเริ่มการก่อสร้างในเดือนกันยายน 2568 โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในไตรมาส 3/2569 ซึ่งจะช่วยเสริมกำลังการผลิตและขยายตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้การเติบโตของบริษัทย่อยในประเทศเริ่มกลับมามีกำไร และบริษัทย่อยในต่างประเทศมีผลขาดทุนลดลง แสดงถึงความสามารถในการปรับแผนและควบคุมการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...