โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดความเชื่อมโยงของ “สิงคโปร์” กับ “เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติกัมพูชา” ถูกจับตาอย่างเข้ม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ต.ค. 2568 เวลา 17.22 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2568 เวลา 10.22 น.

"เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติกัมพูชา" ถูกจับตาอย่างเข้มเชื่อมโยง "สิงคโปร์" กรณี “เฉิน จื้อ” และกลุ่ม Prince Group สะท้อนถึงเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติที่ซับซ้อนและโยงใยกับระบบการเงินระดับภูมิภาค จนกระทั่งกระทบถึงสิงคโปร์

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 เวลา 13.31 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติชาวกัมพูชาที่ถูกกล่าวหา พร้อมเครือข่ายของเขา ได้ตั้งสำนักงานครอบครัว (Family Office) ในประเทศสิงคโปร์ โดยอ้างว่ามีสิทธิได้รับการยกเว้นภาษี ขณะเดียวกันยังสร้างความสัมพันธ์กับบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจาก Temasek Holdings Pte นักลงทุนรายใหญ่ของรัฐสิงคโปร์ และทุ่มเงินหลายล้านดอลลาร์ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศดังกล่าว

บุคคลที่ถูกกล่าวถึงคือ Chen Zhi ประธานกลุ่ม Prince Holding Group ซึ่งทางการสหรัฐระบุว่าเป็นผู้นำหนึ่งในเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สหรัฐได้ประกาศคว่ำบาตรเฉินและผู้ร่วมขบวนการหลายราย รวมถึงชาวสิงคโปร์ 3 คน ในข้อกล่าวหาว่าใช้สกุลเงินดิจิทัลฟอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์ที่ได้จากกลโกงการลงทุนออนไลน์

แก๊งฟาร์มหมูและเส้นทางฟอกเงินผ่านสิงคโปร์

เครือข่ายของเฉินถูกกล่าวหาว่าใช้แรงงานบังคับในกัมพูชาเพื่อหลอกล่อเหยื่อทั่วโลกให้ลงทุน โดยสร้างความไว้วางใจจนเหยื่อฝากเงินเพิ่มขึ้น ก่อนจะดูดเงินทั้งหมดออกไปในรูปแบบที่เรียกว่า“pig butchering” หรือเชือดหมู ปัจจุบันคดีนี้ทำให้ทางการสิงคโปร์ต้องเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเงินของกลุ่มดังกล่าวภายในศูนย์กลางธุรกิจแห่งนี้

เฉิน จื้อ และผู้ร่วมงานคนสำคัญ เฉิน ซิ่วหลิง มีส่วนร่วมในการก่อตั้ง บริษัท DW Capital Holdings Pte ในปี 2561 โดยบริษัทอ้างว่าได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้โครงการ 13X tax incentive จากธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore – MAS) ซึ่งเป็นโครงการจูงใจสำหรับสำนักงานครอบครัวระดับสูง ซึ่งจากเว็บไซต์ทางการของ DW Capital ระบุว่า เฉิน จื้อ เป็นผู้ก่อตั้งและประธาน ขณะที่เฉิน ซิ่วหลิง ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่การเงิน (CFO) ตั้งแต่ปี 2564

โฆษกของ MAS กล่าวกับบลูมเบิร์กว่า “เรากำลังตรวจสอบว่ามีการละเมิดข้อกำหนดของ MAS เกี่ยวกับกรณีนี้หรือไม่”

กรณีนี้สะท้อนประเด็นซ้ำซ้อนที่สิงคโปร์ต้องเผชิญเกี่ยวกับบทบาทของประเทศในการเอื้อให้เกิดกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายในภูมิภาค เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีฟอกเงินครั้งใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์หลายราย ก็มีการใช้ Family Office เพื่อรับสิทธิยกเว้นภาษีเช่นเดียวกัน

ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าตำรวจสิงคโปร์จะเปิดการสอบสวนตามข้อกล่าวหาของสหรัฐหรือไม่

ความเชื่อมโยงกับ Temasek และ 17LIVE

เฉิน ซิ่วหลิง เคยเป็นกรรมการอิสระของบริษัท 17LIVE Group Ltd. ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดออนไลน์ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Temasek Holdings เธอลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ 17LIVE เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เมื่อเดือนธันวาคม 2566 หลังการควบรวมกับบริษัท Vertex Technology Acquisition Corp. (VTAC) ซึ่งเป็นบริษัท SPAC ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Temasek และบริษัทย่อย Vertex Ventures โดยตามรายงานประจำปีล่าสุด Temasek ยังคงถือผลประโยชน์ทางอ้อมใน 17LIVE ประมาณ 26%

โจจิ โคดะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ 17LIVE ระบุว่า เฉิน ซิ่วหลิง ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งในช่วงกระบวนการ de-SPAC และผ่านขั้นตอนตรวจสอบตามปกติ (due diligence) โดยบริษัทเพิ่งทราบถึงข้อกล่าวหาจากสหรัฐภายหลังจากการสอบถามของ Bloomberg เท่านั้น

“17LIVE ไม่เคยทำธุรกิจกับ DW Capital, เฉิน จื้อ หรือเฉิน ซิ่วหลิง …ทั้ง Temasek และ Vertex Ventures ก็ไม่มีส่วนร่วมในการเสนอชื่อหรือแต่งตั้งเธอเป็นกรรมการเช่นกัน”

อาณาจักรอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนในสิงคโปร์

กลุ่ม Prince ของเฉิน ยังมีความเชื่อมโยงกับหลายบริษัทในสิงคโปร์ในโครงการ Ream City มูลค่า 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา

โดยบริษัทลูกCanopy Sands Development Co. ได้ว่าจ้างบริษัท SJ Group ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Temasek ให้ดำเนินการวางผังแม่บท การออกแบบเมือง และวิศวกรรมชายฝั่ง

นอกจากนี้ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ CapitaLand Investment Ltd. ซึ่งมี Temasek เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ภายใต้หน่วยธุรกิจโรงแรม The Ascott Ltd. ก็ได้รับการว่าจ้างในปี 2567 ให้บริหารโรงแรมสองแห่งในกัมพูชา โดย Ascott ยืนยันว่าไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในทรัพย์สินดังกล่าว และกำลังทบทวนสถานการณ์ล่าสุดเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้อง

การลงทุนส่วนตัวในอสังหาริมทรัพย์หรู

ข้อมูลของ Bloomberg News ระบุว่า เฉิน จื้อ ใช้เงิน 17 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อเพนต์เฮาส์หรูที่โครงการ Gramercy Park ใกล้ย่านช็อปปิงออร์ชาร์ดของสิงคโปร์

ขณะที่ผู้ร่วมขบวนการอีกคนหนึ่งชื่อหลี่ เธ็ต (Li Thet) ซึ่งเป็นชาวกัมพูชาเช่นกัน ได้ซื้อคอนโดหรู Boulevard Vue มูลค่า 18.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในบริเวณใกล้เคียง

ก่อนหน้านี้กลุ่ม Prince ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงกับการฟอกเงินและอาชญากรรมตั้งแต่ปี 2567 ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท แต่ปัจจุบันเอกสารดังกล่าวได้ถูกนำออกจากระบบแล้ว และไม่สามารถติดต่อบริษัทเพื่อขอความเห็นเพิ่มเติมได้

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...