โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สส. เกาหลีใต้รวมพลัง เสนอญัตติ ส่งทหารเข้าช่วยเหลือเหยื่อ รวมถึงตัดงบช่วยกัมพูชา หลังมีคนเกาหลีถูกลักพาตัวจำนวนมาก

BT Beartai

อัพเดต 15 ต.ค. 2568 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 08.44 น.
สส. เกาหลีใต้รวมพลัง เสนอญัตติ ส่งทหารเข้าช่วยเหลือเหยื่อ รวมถึงตัดงบช่วยกัมพูชา หลังมีคนเกาหลีถูกลักพาตัวจำนวนมาก

สส. เกาหลีใต้ เอาจริง ทั้งพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด รวมถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหาร และการพิจารณาตัดเงินทุนช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขปัญหาพลเมืองชาวเกาหลีใต้ที่ถูกลักพาตัวและกักขังในประเทศกัมพูชา

ซง ออน-ซอก หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (PPP) (ภาพจาก The Korea Herald)

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ซง ออน-ซอก (Song Eon-seog) หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (PPP) แนะให้รัฐบาลเข้าแทรกแซงโดยตรง และอ้างถึงความสำเร็จของปฏิบัติการ “รุ่งอรุณแห่งอ่าวเอเดน” ในปี 2554 ซึ่งหน่วยรบพิเศษของกองทัพเรือได้บุกชิงตัวประกันจากโจรสลัดโซมาเลีย เพื่อเป็นบรรทัดฐานว่าเกาหลีใต้เองก็มีความสามารถ และเจตจำนงในการใช้กำลังเพื่อปกป้องชีวิตพลเมือง

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้รัฐบาลทบทวน “ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA)” ที่มอบให้กัมพูชา หากรัฐบาลกัมพูชาแสดงท่าทีนิ่งเฉยหรือไม่ให้ความร่วมมือในการคลี่คลายปัญหา

อี ชิน-ฮวา ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ภาพจาก The Korea Herald)

อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวนี้สวนทางกับมุมมองของศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อี ชิน-ฮวา (Lee Shin-wha) โดยเธอเตือนว่าการใช้กำลังทหารไม่ใช่ทางออกในการช่วยเหลือชาวเกาหลีในต่างแดน เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อปัญหาทางการทูตแล้ว ยังอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี เธอเสนอให้ใช้มาตรการที่ชัดเจนแทน เช่น การตั้งหน่วยงานถาวรเพื่อดูแลความปลอดภัย

การส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนของเกาหลีใต้เข้าไปนั้น จำเป็นต้องมีกรอบความร่วมมือทวิภาคีที่แข็งแกร่งเป็นพื้นฐาน โดยเธอแนะนำว่า เกาหลีใต้ควรยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนที่ชัดเจนให้แก่กัมพูชา พร้อมกันกับการขอความยินยอมจากรัฐบาลกัมพูชาในการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจ

ซึ่งปัจจุบัน สถานการณ์ยังคงเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างแรงกดดันทางการเมืองที่ต้องการเห็นการตอบโต้อย่างเฉียบขาด กับแนวทางทางการทูต ที่ฝ่ายบริหารเชื่อว่าปลอดภัยและเหมาะสมกว่า ในการปกป้องพลเมืองและรักษาสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...