โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์เปิดแผนดันส่งออกข้าวปลายปี รักษาตลาดเดิม-ขยายตลาดใหม่สู่เป้า 7.5 ล้านตัน

Thairath Money

อัพเดต 01 ก.ย 2568 เวลา 12.11 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2568 เวลา 23.00 น.
ภาพไฮไลต์

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนการผลักดันการส่งออกข้าวไทยในช่วงที่เหลือของปี 68 ว่า ปีนี้ มีปัจจัยเสี่ยงมากมาย ที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวไทย โดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอก ที่ไทยไม่สามารถควบคุมได้ แต่กรมยังคงเป้าหมายการส่งออกไว้ตามเดิมที่ 7.5 ล้านตัน เนื่องจากจะเร่งเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมและผลักดันการส่งออกในช่วง 5 เดือนที่เหลือ (ส.ค.-ธ.ค.) ของปีนี้ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาตลาดเดิม และขยายตลาดใหม่ให้ได้

“ยอมรับว่า ปีนี้ การส่งออกข้าวไม่ง่ายเลย เพราะมีปัจจัยเสี่ยงมากมาย ที่ไทยไม่สามารถควบคุมได้ แต่ช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ กรมได้จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อผลักดันการส่งออกให้ได้ตามเป้าหมาย 7.5 ล้านตัน ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ เก็บภาษีตอบโต้ไทย 19% ราคาข้าวไทยยังสามารถแข่งขันได้ในตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะกับคู่แข่งสำคัญ อย่างเวียดนาม ที่ถูกเก็บภาษี 20% โดยช่วง 7 เดือนปีนี้ ไทยส่งออกข้าวไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 4.26% ปริมาณ 490,000 ตัน คาดว่า ทั้งปีนี้ น่าจะได้ใกล้เคียงปีก่อนที่ราวๆ 800,000 ตัน โดยส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมมะลิไทย 600,000 ตัน”
7 เดือนแรกส่งออกข้าว 4.3 ล้านตัน
สำหรับการส่งออกข้าวช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) ปี 68 มีปริมาณ 4.30 ล้านตัน มูลค่า 86,413 ล้านบาท หรือ 2,592 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยปริมาณ และมูลค่า ลดลง 25.09% และ 35.35% ตามลำดับ จากช่วงเดียวกันของปี 67 ที่ส่งออกได้ที่ 5.74 ล้านตัน มูลค่า 133,663 ล้านบาท หรือ 3,739 ล้านเหรียญฯ สำหรับข้าวที่ส่งออกมากที่สุด คือ ข้าวขาว 2.04 ล้านตัน ลดลง 44.72% ตามด้วย ข้าวหอมมะลิไทย 1.01 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.60%, ข้าวนึ่ง 690,000 ตัน เพิ่มขึ้น 21.05%, ข้าวหอมไทย 310,000 ตัน ลดลง 16.22%, ข้าวเหนียว 190,000 ตัน เพิ่มขึ้น 11.76% และข้าวกล้อง 60,000 ตัน เพิ่ม 500%

“แม้ปริมาณส่งออกลดลง แต่ไทยยังส่งออกข้าวไปตะวันออกกลางและยุโรปได้เพิ่มขึ้น ตลาดส่งออกสำคัญยังคงเป็นอิรัก โดยไทยส่งออกข้าวไปอิรักมากเป็นอันดับ 1 ที่ 630,000 ตัน คิดเป็น 14.65% ของปริมาณส่งออกข้าวไทยทั้งหมด เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อน รองลงมา คือ สหรัฐ 490,000 ตัน เพิ่มขึ้น 4.26%, แอฟริกาใต้ 410,000 ตัน เพิ่มขึ้น 2.50%, จีน 410,000 ตัน เพิ่มขึ้น 127.78% และเซเนกัล 190,000 ตัน ลดลง 13.64%”

นางอารดา กล่าวต่อถึงสาเหตุที่การส่งออกลดลงว่า มาจากผลผลิตข้าวโลกเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากถึง 17 ล้านตัน มาอยู่ที่ 541 ล้านตัน ขณะที่ อินเดีย ผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก กลับมาส่งออกตามปกติ และมีผลผลิตกว่า 150 ล้านตัน อีกทั้งยังมีสต๊อกในประเทศมากถึง 56 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15% ส่งผลให้สามารถแข่งขันด้านราคาในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี และยังเตรียมระบายสต๊อกข้าวกว่า 20 ล้านตันในเร็วๆ นี้ ซึ่งมีผลทำให้ราคาข้าวไทย และปากีสถานลดลงอย่างมาก เพราะส่งออกข้าวชนิดเดียวกัน

ประกอบกับ ผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของโลก อย่างอินโดนีเซีย ชะลอนำเข้า เนื่องจากปีก่อน ได้นำเข้าจำนวนมาก และรัฐบาลฟิลิปปินส์ ประกาศระงับการนำเข้าชั่วคราว 2 เดือนจนถึงวันที่ 30 ต.ค.68 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาข้าวเปลือกตกต่ำในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวในประเทศ ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อราคาข้าวในตลาดโลก อีกทั้งข้าวไทยยังมีความหลากหลายของพันธุ์ข้าวที่ตรงกับความต้องการของตลาดน้อยกว่าคู่แข่งอย่างเวียดนาม ที่มีข้าวขาวพื้นนุ่ม ส่งออกในราคาที่แข่งขันได้ และค่าเงินบาทแข็งค่ามาก ทำให้รายได้จากการส่งออกลดลง
เปิดแผนดันส่งออกข้าวช่วงปลายปี
อย่างไรก็ตาม เพื่อผลักดันการส่งออกข้าวไทยให้ได้ตามเป้าหมายที่ 7.5 ล้านตันในปีนี้ กรมการค้าต่างประเทศ ได้เตรียมแผนส่งเสริมการตลาดในช่วงปลายปี เพื่อกระตุ้นคำสั่งซื้อรองรับผลผลิตข้าวในประเทศ และยกระดับรายได้ของเกษตรกรไว้แล้ว ตามข้อสั่งการของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ โดยนางอารดา กล่าวว่า แผนส่งเสริมการตลาดดังกล่าว ได้แก่ 1.การเจรจาขยายตลาดและกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า โดยจะเร่งเจรจาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับรัฐบาลจีนในส่วนที่เหลืออีก 280,000 ตัน จากสัญญาทั้งหมด 1 ล้านตัน ซึ่งในเร็วๆ นี้ ตนเตรียมเดินทางไปจีนเพื่อเจรจากับคอฟโก รัฐวิสาหกิจของจีนที่นำเข้าข้าวไว้แล้ว อีกทั้งจะหารือกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ให้ช่วยผลักดันเรื่องนี้ด้วย รวมทั้งจะเดินหน้าขยายตลาดข้าวขาว และข้าวนึ่งไปยังตลาดที่มีความต้องการและมีศักยภาพ เช่น ซาอุดีอาระเบีย อิรัก

นอกจากนี้ จะจัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปญี่ปุ่น เพื่อเจรจาขยายตลาดและรักษาปริมาณการส่งออกข้าวไปญี่ปุ่นที่ปีละประมาณ 300,000 ไว้ให้ได้ และต้อนรับคณะผู้นำเข้าข้าวไทยจากฮ่องกง ที่จะเดินทางเยือนไทยในช่วงเดือนพ.ย.นี้ เพื่อให้คงนำเข้าข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง 2.การส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ข้าวไทยในงานแสดงสินค้านานาชาติ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสและขยายช่องทางตลาดของข้าวไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศให้เพิ่มขึ้น ได้แก่ งาน Fine Food Australia ณ นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย วันที่ 8-11 ก.ย.68, งาน China-ASEAN EXPO ณ เมืองหนานหนิง ประเทศจีน วันที่ 17-21 ก.ย.68, งาน ANUGA ณ เมืองโคโลญจน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี วันที่ 4-8 ต.ค.68, งาน Foodex Saudi ณ ซาอุดีอาระเบีย วันที่ 3-6 พ.ย.68, งาน China International Import Expo ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน วันที่ 5-10 พ.ย.68

3.การจัดงานประชุมข้าวนานาชาติ Thailand Rice Convention สัญจรในลักษณะการจัดสัมมนา ให้ความรู้เกษตรกร วันที่ 28-30 ส.ค.68 เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมข้าว ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการตลาด เพื่อให้ปรับตัวให้ทันภาวะการแข่งขันในตลาดโลก และพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถส่งออกและขยายตลาดข้าวได้เพิ่มขึ้น คงสถานะความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมข้าวและครัวอาหารของโลก

“จากแผนผลักดันการส่งออกทั้งหมดนี้ น่าจะทำให้การส่งออกข้าวไทยทั้งปี 68 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 7.5 ล้านตันได้ ส่วนการส่งออกมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ของไทยในปีนี้ ก็คาดว่า จะได้ตามเป้าหมายที่ 7.5 ล้านตันเช่นกัน เพราะกรมได้เร่งหาตลาดส่งออกใหม่ๆ ที่มีศักยภาพเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ ส่งออกได้แล้วถึง 5.62 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 35.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 67 ที่ส่งออกได้เพียง 4.14 ล้านตัน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พาณิชย์เปิดแผนดันส่งออกข้าวปลายปี รักษาตลาดเดิม-ขยายตลาดใหม่สู่เป้า 7.5 ล้านตัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...