โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นักกฎหมาย ชี้ "เงินบริจาค - เงินวัด" แยกไม่ชัดเสี่ยงถูกดำเนินคดี

Thai PBS

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 07.50 น. • Thai PBS
นักกฎหมาย มองปม “เงินบริจาค - เงินวัด” ชี้ ต้องแยกชัดเจน หากนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อาจถูกดำเนินคดี เผยกรณีวัดตั้งมูลนิธิเพื่อสะดวกต่อการช่วยเหลือสาธารณประโยชน์ พร้อมชี้ “วุฒิทางโลก” ไม่เกี่ยวข้องใช้กรณีพิจารณา “สมณศักดิ์”

จากกรณีการตรวจสอบเงินการใช้บริจาควัดพระบาทน้ำพุ และมูลนิธิ ว่าใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบวุฒิการศึกษาของ หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี

ล่าสุด วันนี้ (20 ส.ค.2568) นายประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม "มหาหมี" กล่าวในช่วงจับตาสถานการณ์ ทางไทยพีบีเอสว่า เบื้องต้นต้องให้ความเป็นธรรมกับวัดพระบาทน้ำพุ และหลวงพ่ออลงกต และมูลนิธิทั้ง 6 แห่ง เพราะขณะนี้ยังไม่ถูกแจ้งข้อหาใด ๆ และกระบวนการสอบของคณะสงฆ์ยังไม่ได้ข้อยุติว่าท้ายที่สุดท่านมีความผิดทางพระธรรมวินัย หรือ กฎหมายสงฆ์ หรือ กฎหมายบ้านเมืองแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามหากสมมติว่าข้อเท็จจริงชี้ว่า กระทำความผิดจริงจะเป็นความผิด 2 ส่วนคือ 1.ความผิดตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ และ 2.กฎหมายบ้านเมือง

กรณีที่ 1.ความผิดตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เนื่องจากหลวงพ่ออลงกตถือเป็นเจ้าพนักงานรัฐ ซึ่งถือว่าท่านได้รับการแต่งตั้งให้มีตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์ร่วมกับไวยาวัจกร ตาม ม.45 ของ พ.ร.บ.สงฆ์ ถือว่า เป็นเจ้าพนักงานตามความประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สงฆ์ หมายความว่า การกระทำการใด ๆ ของท่านในฐานะเป็นผู้แทนของวัด ตามมาตรา 31 วรรค 3 ของ พ.ร.บ.สงฆ์ ปี พ.ศ.2505 แก้ไขปี พ.ศ.2535 ในฐานะเป็นผู้จัดการนิติบุคคล ซึ่งก็คือวัด ก็ถือว่า ท่านจะต้องรับผิดและรับชอบในกิจการที่ท่านทำ

หากปรากฏว่า มีการกระทำโดยการใช้เงินบริจาค และ เงินของวัด หรือ เงินของมูลนิธิใด ที่ท่านไปเกี่ยวข้องผิดไปจากวัตถุประสงค์ต้องพิสูจน์เจตนาว่า ท่านไม่รู้ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือ ผิดเพราะระเบียบเงื่อนไขใด แต่ถ้ามีเจตนาก็จะมีความผิดฐานเจ้าพนักงานละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติโดยมิชอบหรือโดยทุจริต หรือจะมีความผิดเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ ซึ่งเป็นฐานความผิดนับเป็นกระทง นี่คือส่วนของหลวงพ่อกับวัด

รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม อธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกรณีดังกล่าวไม่ว่าจะเป็น คฤหัสถ์ ฆราวาส หรือ พระ เณร หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะมีความผิดฐานผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.86 โดยรับผิด 2 ใน 3 หรืออาจเป็นเจ้าพนักงานหรือบุคคลธรรมดายักยอกเบียดบังทรัพย์ในฐานะตัวการร่วมก็ได้

"วุฒิทางโลก" ไม่เกี่ยว กรณีขอ "สมณศักดิ์"

รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ยังกล่าวว่า กรณีวุฒิการศึกษาต่าง ๆ นั้น ขอเรียนในหลักการว่า การที่หลวงพ่ออลงกตจะมีวุฒิการศึกษาใด ก่อนที่จะมาเป็นภิกษุ โดยหลักการในพระพุทธศาสนา ในพระธรรมวินัย ใครมีหน้าที่การงาน ตำแหน่งใด ๆ มีวุฒิการศึกษาใดก็แล้วแต่เมื่อมาบวชนั้นสละทั้งหมด และมาเริ่มใหม่ในการศึกษาทางธรรม

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นว่า ในการพิจารณาเลื่อนสมณศักดิ์ของท่าน โดยปัจจุบันหลวงพ่อเป็นพระราชาคณะ "ชั้นราช" เดิมเป็นราชาคณะ "ชั้นสามัญ" ที่มีชื่อว่า "พระอุดมประชานารถ" ในสมัยราชการก่อน ซึ่งการขอสมณศักดิ์นั้นผู้โปรดเกล้าฯ คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งการขอจะต้องเขียนประวัติส่วนตัวของหลวงพ่อและส่งไปเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะจังหวัด ตามขั้นตอน ผ่านไปยังสำนักเลขาธิการ มหาเถรสมาคม ไปยังสำนักงานเลขาธิสำนักพระราชวัง นำขึ้นทูลเกล้าฯ และทรงลงพระปรมาภิไธย

ดังนั้น ต้องไปดูว่าหลวงพ่ออลงกตได้เขียนประวัติที่เป็นทางโลกไปด้วยหรือไม่หรืออ้างเอกสารทางโลกหรือไม่ เพราะระเบียบของคณะสงฆ์ไม่จำเป็นต้องอ้างวุฒิการศึกษาก่อนที่จะเข้ามาบวช อ้างเฉพาะเมื่อบวชโดยจบนักธรรม ตรี โท เอก และมีคุณูปการในการช่วยผู้ป่วย หรือคนเจ็บอย่างไร นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์

รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ยังอธิบายว่า การได้ตำแหน่งทางปกครองของพระมาจากพระรูปนั้นเป็นพระนักพัฒนา หรือเป็นพระเป็นนักปกครอง ซึ่งอาจไม่จบสูงก็ได้ ทั้งนี้ การศึกษาของสงฆ์มี 3 แผนก คือ 1.แผนกนักธรรม 3 ชั้น คือ นักธรรมตรี โท เอก แผนก 2 คือ บาลี มีตั้งแต่เปรียญที่ 1-9 ละ 3แผนกปริยัติสามัญ ซึ่งมีเรียนคล้ายกับทางโลกซึ่งมีการเรียนถึงระดับปริญญาตรี-โท ซึ่งการศึกษาที่ผ่าน 3 แผนกนี้เท่านั้น จึงจะพิจารณาประกอบการขอสมณศักดิ์

กรณีการอ้างวุฒิทางโลกนั้นเป็นเพียงองค์ประกอบ โดยอาจจะใส่เพื่อให้เห็นว่า มีความเหมาะสมหรือไม่เช่น จบนิติศาสตร์ คณะสงฆ์ก็เห็นว่า อาจมีความเหมาะสมในการเป็นพระนักปกครอง แต่ในทางสงฆ์จะดูว่า จบอะไรในทางธรรม ต้องไปดูว่าหลวงพ่ออลงกตนั้นท่านได้ใส่วุฒิการศึกษาทางโลกด้วยหรือไม่ซึ่งตรวจสอบได้ โดยมีหลักฐานอยู่ที่สำนักพุทธฯ

นอกจากนี้ ในกรณีหลวงพ่อหลวงพ่อนั้น แม้ว่าหลวงพ่อหรือบริวารของท่านเขียนในโปรไฟล์ว่า มีการศึกษาทางโลกแบบใด ๆ นั้น ตรงนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์เลย แต่เกี่ยวข้องหากหลวงพ่อใช้และกล่าวในที่ต่าง ๆ แล้วมีการใช้เอกสารนั้นเป็นเอกสาร หรือเมื่อพูดแล้วนำไปสู่การเลื่อมใสศรัทธาและได้ทรัพย์มาแต่ในข้อเท็จจริงต้องให้ความเป็นธรรมกับหลวงพ่อ เพราะเมื่อชาวบ้านที่บริจาคเงินถวายวัด ซึ่งคิดแต่เรื่องการช่วยผู้ติดเชื้อ HIV เพราะทำบุญกับคนป่วยผ่านต้นบุญคือ หลวงพ่ออลงกต ฉะนั้นอาจไม่สนใจว่า หลวงพ่อจะจบการศึกษาใดมา

"วัด-มูลนิธิ" ต้องแยกชัดเจน

นายประยุทธ ยังกล่าวถึงการตั้งมูลนิธิว่า ในส่วนของวัดซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน ซึ่ง พ.ร.บ.สงฆ์ กำหนดไว้ว่าการดำเนินกิจการของวัดต้องเป็นไปเพื่อกิจการของพระพุทธศาสนาอย่างเดียว

ทั้งนี้ การดำเนินกิจการใด ๆ ของวัด ในฐานะนิติบุคคลและมีผู้แทนผ่านเจ้าอาวาสต้องรายงานตรงไปยังคณะสงฆ์ ผ่านตามขั้นตอนซึ่งมีหลายขั้นตอนมาก

การดำเนินการของวัดต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ทางศาสนาอย่างเดียว จะไปดำเนินการด้วยวัตถุประสงค์อื่นไม่ได้

รองประธานมูลนิธิ ทนายกองทัพธรรม ยังกล่าวว่า การดำเนินการของวัดนั้นมีหลายขั้นตอนคล้ายกับระบบราชการ จึงเป็นที่มาของการที่วัดหรือพระ ที่ทำงานเกี่ยวกับการช่วยเหลือสาธารณะ เช่น หลวงพ่ออลงกต หลวงพ่อพยอม หลวงพ่อสมบูรณ์ หลวงพ่อเณร ที่สร้างโรงพยาบาล หลายแห่งจึงจัดตั้งมูลนิธิขึ้นมา

คิดว่า หลวงพ่ออลงกตคงมองว่า การดำเนินการผ่านกิจการของวัดมีความยุ่งยากจึงตั้งมูลนิธิขึ้นมาเป็นนิติบุคคลแยกออกมาจากวัด ทั้งนี้ มูลนิธินั้นห้ามทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับศาสนาล้วน และต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่หากจะเกี่ยวข้องกับศาสนาได้แต่ต้องเกี่ยวกับสาธารณชน

ดังนั้น การจัดตั้งมูลนิธิจึงง่ายกว่าในการทำกิจกรรมช่วยเหลือชาวบ้าน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่นิยมของวัดที่จะจัดตั้งมูลนิธิขึ้นมา เพียงแต่วัดพระบาทน้ำพุ นั้นจัดตั้งหลายแห่ง โดยตามกฎหมายอาจจะให้ 1 ต่อ 1 แห่ง คือ วัดละ 1 แห่ง แต่ก็มีกรณีวัดไร่ขิงก็มีการจัดตั้ง 3 มูลนิธิแต่ก็แยกวัตถุประสงค์ชัดเจน เช่น มูลนิธินี้ดูแลโรงพยาบาล อีกแห่งดูแลโรงเรียน และอีกแห่งดูแลวัด แต่จริง ๆ ต้องตั้งเพียง 1 แห่งเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นายประยุทธ ยังกล่าวว่า เงินบริจาคเพื่อกิจการของวัดต้องใช้เพื่อกิจการศาสนาของวัดเท่านั้น แต่หากบริจาควัดและนำเงินไปให้มูลนิธิไม่สามารถทำได้เพราะต้องแยกนิติบุคคล และเงินรายได้ของมูลนิธิต้องปิดงบประมาณปลายปีและต้องตรวจสอบโดยกรมสรรพากรซึ่งวัดไม่ต้อง ดังนั้นจะใช้ผสมปนเปกันไม่ได้ ต้องแยกบัญชีชัดเจน ซึ่งหากโยงเป็นใยแมงมุม ถือว่า ผิดวัตถุประสงค์ และอาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีได้

อ่านข่าว : เปิดใจ "หลวงพ่ออลงกต" สาเหตุลาออกเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ

"สุชาติ" ขีดเส้น 10 วัน สอบถือครองที่ดิน-เส้นทางเงินวัดพระบาทน้ำพุ

ผู้เสียหายแจ้งความ "พระอลงกต-วัดพระบาทน้ำพุ" ออกใบอนุโมทนาบัตรไร้วันที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

นายกฯ ให้คำมั่น 3 แนวทาง แก้วิกฤตพลังงาน ลดภาระประชาชน

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ครม.นัดพิเศษตั้ง "วันนอร์-เพิ่มพูน-อรรถพล" นั่งที่ปรึกษานายกฯ

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ ลุยแก้วิกฤตพลังงาน จี้ รมต.เข้ากระทรวงลุยงานทันที

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ในหลวง" พระราชทานพระราชดำรัส ครม.ใหม่ ทำหน้าที่เพื่อ ปชช.- ปชต. นำพาประเทศพ้นอุปสรรค

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

สมุทรสงครามจัด “Day Trip แรลลี่” 1 วัน เที่ยว 6 จุด สัมผัสวิถีชีวิต-อาหารท้องถิ่น

77kaoded

‘อนุทิน’ พร้อมงัด พ.ร.ก.ปี 16 คุมเข้มค่าการกลั่น ดันคนละครึ่งพลัส ลดรายจ่าย

ฐานเศรษฐกิจ

สะเทือนวงการขายตรง! อดีตเบอร์ 1 "โค้ชเชษฐ์-นัตตี้" ควงทนายวิฑูรย์ ฟ้องยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ เรียกค่าเสียหาย 1.1 พันล้าน แฉโดนเทไม่เป็นธรรม!

สยามนิวส์

“คลองไส้ไก่” โพธาราม แลนด์มาร์กคลายร้อนสุดฮิต เด็กแห่เล่นสไลเดอร์ธรรมชาติ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

77kaoded

Y.M.C.A. เชียงราย ชวนเครือข่ายถก ‘ศูนย์เรียนรู้รับมือวิกฤตโลกร้อน’ สร้างต้นแบบชุมชนยั่งยืน

77kaoded

"ผบ.นย." ต่อสายตรงขอโทษ "กัน จอมพลัง" สยบดรามาบิ๊กทหารเรือล้ำเส้น

Amarin TV
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...