โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘การบินไทย - YouTrip’ เผยครึ่งปีแรก ‘นักท่องเที่ยวไทย’ ไปต่างประเทศเพิ่ม 45% เน้นเที่ยวใน ‘เอเชีย’ เพราะประหยัด

Positioningmag

อัพเดต 03 ก.ย 2568 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2568 เวลา 11.36 น. • TopTen

ดูเหมือนคนไทยหลายคนจะยังฮีลใจ ด้วยการ ท่องเที่ยวต่างประเทศ แม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่สู้ดีนัก แต่ก็ปรับตัวโดยการเน้นปลายทางที่ คุ้มค่า มากขึ้น โดยทาง การบินไทย กับ YouTrip ได้มาร่วมกับเผยอินไซต์ของนักท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีแรกว่ามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ครึ่งปีแรกคนไทยเที่ยวนอกเพิ่มขึ้น +45%

จุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTrip ประเทศไทย เผยว่าในช่วงครึ่งปีแรกคนไทยเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น +45%เมื่อเทียบกับปีก่อน โดย 1 ใน 4ไปมากกว่า 1 ครั้ง และปลายทางที่คนไทยไปมากที่สุดคือประเทศในทวีปเอเชียแปซิฟิก คิดเป็นสัดส่วนถึง75%ตามด้วย ยุโรป (17.5%), อเมริกาเหนือ (4%) และตะวันออกกลาง (2.5%)
ขณะที่ประเทศปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 ยังคงเป็น ญี่ปุ่นแต่เทรนด์ที่เห็นคือ คนไทยเที่ยวเมืองรองมากขึ้น เช่น ฟุกุโอกะ, โอกินาว่าเพราะ ค่าใช้จ่ายถูกกว่าเมืองใหญ่ อีกประเทศที่มาแรงก็คือ จีน (+180%)โดยเมืองที่มีการไปท่องเที่ยวมากที่สุด ได้แก่ เซี่ยงไฮ้, ปักกิ่ง, กวางโจว, เฉิงตู ส่วนหนึ่งที่ประเทศจีนได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกก็คือฟรีวีซ่า ทำให้เดินทางสะดวก และถูก
“ซึ่งส่วนหนึ่งที่คนไทยนิยมท่องเที่ยวในเอเชียมากกว่า เพราะเดินทางไม่นาน และค่าใช้จ่ายถูกกว่า สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังอยากเที่ยว แต่เขาเที่ยวแบบชาญฉลาดมากขึ้น คือ หั่นเที่ยว ไม่หั่นทริป เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก ถ้าให้ประสบการณ์คล้าย ๆ กันแต่ถูกกว่า เขาก็อยากจะไปลอง”


จีนและประเทศเพื่อนบ้านกำลังมาแรง

สอดคล้องกับข้อมูลจากการบินไทยที่พบว่า ในช่วงครึ่งปีแรก โตเกียว ยังคงครองแชมป์ปลายทางอันดับ 1 แต่ สิงคโปร์ และเซี่ยงไฮ้ ขยับขึ้นมาเป็นที่ 2 และ 3 แทนที่ฮ่องกง และโอซาก้าส่วนโซลเกาหลีใต้หล่นจากที่ 5 ไปเป็นที่ 6


ที่น่าสนใจคือเมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ที่ได้รับความนิยมจากคนไทยเพิ่มขึ้นกว่า +100%ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ว่าเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับไทย โดยเฉพาะในด้านพระพุทธศาสนา รวมถึงยังมีความร่มรื่น อาหารอร่อย และใช้เวลาบินเพียง 2-3 ชั่วโมง ด้าน เซี่ยงไฮ้ประเทศจีนก็มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นกว่า +80%เช่นกัน โดยในปี 2568
“เทรนด์การเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยตอนนี้คือ ไปแบบปุบปับ ดังนั้น ประเทศในแถบเอเชียจึงเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะจีน สิงคโปร์ และมาเลเซีย โดยเฉพาะจีนที่ค่าใช้จ่ายถูก มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ แต่ก็มาพร้อมความทันสมัย” กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าว
[caption id="attachment_1536603" align="alignnone" width="1567"]

กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)[/caption]

ช้อปปิ้ง ยังเป็นพฤติกรรมจับจ่ายอันดับ 1

การซื้อของหรูและของสะสม เป็นพฤติกรรมอันดับ 1 ของคนไทย เช่น ของแบรนด์เนม และ pop mart ตามด้วยการใช้เงินไปกับ ประสบการณ์เพื่อแบ่งปันเรื่องราวหรือประสบการณ์ในการท่องเที่ยว ลงบนโซเชียล สุดท้าย อาหารการกินโดยคนไทย ไม่ได้กินพิเศษทุกมื้อ แต่สามารถทานอาหารข้างทาง ฟาสต์ฟู้ด หรือร้านสะดวกซื้อได้เพื่อใช้เงินกับการช้อปปิ้งและประสบการณ์
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังใช้เทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้รู้สึกคุ้มค่าที่สุด โดยเริ่มมีการ ใช้ AI เป็นตัวช่วยในการวางแผนทริปและพบว่า การ แลกเปลี่ยนเงินล่วงหน้า เพิ่มขึ้น +25%เมื่อเทียบกับปีก่อน เพื่อให้ได้เรทที่ดีที่สุด นอกจากนี้ ยังใช้สมาร์ตโฟนช่วยจัดการทุกเรื่องเกี่ยวกับทริป เช่น Cashless
“คนไทยท่องเที่ยวเพื่อให้รางวัลตัวเอง แต่บัดเจทก็มีส่วนคนไทยใช้จ่ายอย่างชาญฉลาดมากขึ้น วางแผนมากขึ้น ไม่ได้เอาถูกสุด แต่ต้องคุ้มค่า และสะดวก”
[caption id="attachment_1536604" align="alignnone" width="1567"]

จุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTrip ประเทศไทย[/caption]
อีกเทรนด์ที่เห็นคือ นักท่องเที่ยวไทยเน้น ท่องเที่ยวตามรสนิยมมากขึ้น ไม่ได้ท่องเที่ยวตามแลนด์มาร์คดัง ๆ อีกต่อไป เช่น ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ทำให้เกิดสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น
“ตอนนี้ เมอร์ไลออน (Merlion) ของสิงคโปร์อาจไม่ใช่แลนด์มาร์คสำคัญที่ต้องไปอีกต่อไป แต่คนเริ่มไปเที่ยวตามสิ่งที่อยากไป ไม่จำเป็นต้องไปสถานที่แมส ๆ เพราะคนไทยใช้โซเชียลเป็นหน้าต่างในการแสดงสเตตัส การเลือกเที่ยวจึงสำคัญกับคนไทยมาก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...