โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โหดจัด! ชายอินเดีย ถูกงูกัดเเต่แค้นจัดกัดหัวงูคืนขาดกระจุย

อีจัน

อัพเดต 24 ก.ย 2568 เวลา 16.55 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2568 เวลา 09.55 น. • อีจัน

โหดเกินไปเล้ว!!! กัดหัวงูขาดเพราะแค้นที่โดนกัด

เรื่องนี้เกิดขึ้นหลายวันแล้วค่ะ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ก.ย.68 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า มีเคสหนึ่งในประเทศอินเดียที่แปลกมาก เมื่อชายในติรูปาตี รัฐอานธรประเทศ กัดหัวงูพิษขาดหลังจากถูกงูกัด แถมยังเอางูไปไว้ข้างเตียงแล้วนอนทับซากงูอีกด้วย หลายคนตั้งข้อสงสัยแล้วเขาทำไปเพื่ออะไรกัน?

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พยานผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ชายคนดังกล่าว ชื่อ เวงกะเทช ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ระหว่างเดินทางกลับบ้าน แต่เขากลับถูกงูพิษกัดและด้วยความแค้นเขาจึงจับงูไว้ในมือและกัดหัวงูขาด จากนั้นจึงนำงูที่ตายแล้วกลับบ้านและนอนทับซากงู

หลังจากนั้นเขาเริ่มมีอาการทรุดลง คนในครอบครัวเลยรีบนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลศรีกาลาฮัสตีเพื่อรับการรักษา แพทย์ประจำเวรได้ประเมินอาการของเขาทันที แต่เนื่องจากสถานการณ์รุนแรง จึงตัดสินใจส่งตัวเขาไปโรงพยาบาลติรุปาติ รุยอา ในวันถัดไปเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน และตอนนี้อยู่ในความดูแลขอแพทย์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ชาวบ้านกังวลเกี่ยวกับการดื่มเหล้าจนขาดสติ ถึงขั้นกัดหัวงูมันไม่ถูกต้อง และได้แนะนำว่าการถูกงูกัด โดยเฉพาะงูพิษ จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน และเตือนว่าการกระทำที่แบบชายคนดังกล่าวอาจถึงแก่ชีวิตได้ โดยเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตกใจให้แก่ชาวบ้าน เพราะหลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่น่าขนลุกและยากมากที่จะเกิดขึ้นจริงๆได้

ลูกเพจล่ะคะ คิดว่าอย่างไรบ้าง? ช็อกมั้ยกับเหตุการณ์นี้

ที่มา: เว็บไซต์ต่างประเทศ https://www.etvbharat.com/en/!state/drunk-man-in-andhra-bites-off-snake-head-sleeps-on-carcass-rushed-to-tirupati-hospital-enn25091901902

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...