โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ห่วงใย ใส่ใจกัน ชวนเช็กลิสต์สัญญาณ "มะเร็งรังไข่"

Thai PBS

อัพเดต 11 ส.ค. 2568 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2568 เวลา 07.41 น. • Thai PBS
ชวนเช็กอาการแบบไหนเสี่ยง “มะเร็งรังไข่” โรคที่เกิดได้ในหญิงทุกวัย โดยเฉพาะสตรีสูงวัย ห้ามละเลย หมั่นสังเกตสัญญาณผิดปกติ แล้วจะทำอย่างไร ให้ห่างไกลโรค

อวัยวะแต่ละส่วนของร่างกายล้วนมีความสำคัญเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นหัวใจที่สูบฉีดเลือด ไตที่กรองของเสีย หรือ ลำไส้ที่ย่อยและดูดซึมสารอาหาร โรคร้ายก็มีแตกต่างกันไป ผู้ชายต้องระวังมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนผู้หญิงต้องระวัง "มะเร็งรังไข่" หนึ่งในโรคที่ต้องระวัง นั้นแพราะถือว่าเป็น "ภัยเงียบ" มักไม่แสดงอาการจำเพาะ และสามารถเกิดได้ในทุกช่วงวัย โดยพบมากในหญิงอายุ 50–60 ปี

มะเร็งรังไข่ มะเร็งที่เกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเนื้อเยื่อบริเวณรังไข่ (Ovary) หรือ ท่อนำไข่ (Fallopian Tube) ทำให้รังไขมีขนาดโตขึ้น

ข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ Cancer In Thailand Vol. XI ปี 2019– 2021 ระบุว่า อุบัติการณ์โรคมะเร็งรังไข่ในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ราว 3,000 คนต่อปี แม้จะพบบ่อยเป็นอันดับ 3 รองจาก "มะเร็งปากมดลูก" และ "มะเร็งมดลูก" แต่กลับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงที่สุดในบรรดามะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์สตรี

เรื่องนี้ไม่ได้อยู่แค่ในตัวเลข แต่โรคเหล่านี้มักมาแบบเงียบ กว่าหลายคนจะรู้ตัวก็เข้าสู่ระยะที่รักษายากแล้ว ก่อนที่จะถึงจุดนั้น การตรวจสุขภาพประจำปี การฟังสัญญาณจากร่างกาย และการใส่ใจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง คือเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด มาสำรวจภัยเงียบอย่าง "มะเร็งรังไข่" ว่าอาการแบบไหนที่ควรระวัง พร้อมวิธีรับมือและป้องกัน

"รังไข่" คือ มีหน้าที่อย่างไร ในร่างกาย

"รังไข่" (Ovary) เป็นอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง เป็นอวัยวะที่อยู่ภายในช่องท้องอยู่ติดกับมดลูกและมี 2 ข้าง "หน้าที่ของรังไข่" คือ การผลิตไข่และฮอร์โมนเพศหญิง เช่น เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน โดยเฉพาะ "เอสโตรเจน" ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เตรียมความพร้อมสำหรับการเจริญพันธุ์และการตั้งครรภ์

ภาพประกอบข่าว

"รังไข่" เป็นอวัยวะสำคัญของผู้หญิงทุกคน ดังนั้นหากเกิดความผิดปกติ ก็อาจนำไปสู่อันตรายต่อสุขภาพในอนาคตได้ เพื่อป้องกันและเฝ้าระวัง จึงควรสังเกตสัญญาณความผิดปกติ ดังนี้

เช็กสัญญาณเตือน "มะเร็งรังไข่"

มะเร็งรังไข่ มักไม่มีอาการที่ชัดเจน แต่หากใครมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม

  • ท้องอืดท้องเฟ้อเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ

  • รู้สึกแน่นอึดอัดในช่องท้อง

  • รู้สึกปวดท้องหรือปวดในอุ้งเชิงกราน หรือมีภาวะท้องมาน

  • รับประทานอาหารได้น้อยลง อิ่มเร็ว

  • ท้องโตกว่าปกติ คลำพบก้อนในช่องท้อง

หากมีอาการเหล่านี้แทบทุกวันหรือนานเกิน 2-3 สัปดาห์ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ปัจจัยเสี่ยงการเกิด "มะเร็งรังไข่"

สาเหตุการเกิดมะเร็งรังไข่พบว่ามาจากหลายปัจจัย

  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งเต้านม

  • สตรีมีประจำเดือนเร็ว หมดประจำเดือนช้า

  • สตรีมีบุตรยาก

  • ภาวะอ้วน

  • ผู้ที่สูบบุหรี่

นอกจากนี้ "มะเร็งรังไข่" ยังพบบ่อยในกลุ่มโรคมะเร็งเต้านมและรังไข่ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (hereditary breast and ovarian cancer syndrome: HBOC) สัมพันธ์กับยีน BRCA ซึ่งเป็นยีนที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซม DNA หากยีนนี้กลายพันธุ์จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งรังไข่และมะเร็งเต้านมอย่างมีนัยสำคัญ หากตรวจพบยีนดังกล่าวในผู้ที่เป็นมะเร็งหรือสมาชิกครอบครัว จะมีการเฝ้าระวังที่ถี่ขึ้น หรือวางแผนการผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งในอนาคตได้

การวินิจฉัย "มะเร็งรังไข่"

พญ.วรางคณา โกละกะ แพทย์เฉพาะทางสาขามะเร็งวิทยานรีเวช สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้อธิบายไว้ว่า ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ที่มีประสิทธิภาพในระดับประชากรทั่วไป หรือแม้แต่การตรวจค่าสารบ่งชี้มะเร็งรังไข่ก็ยังไม่มีความแม่นยำนัก

ทั้งนี้การวินิจฉัยโรคขึ้นกับ อาการที่ผิดปกติร่วมกับผลตรวจภาพถ่ายทางรังสี การตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตามข้อบ่งชี้ และการผ่าตัดเพื่อนำก้อนมะเร็งออกและเพื่อกำหนดระยะโรค

ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติใด ควรเข้ารับคำปรึกษาและตรวจเพิ่มเติมจากแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวช เพื่อตรวจร่างกาย ตรวจภายในหรือตรวจภาพถ่ายวินิจฉัยอื่นๆเพิ่มเติม

การรักษาหลักในมะเร็งรังไข่

การรักษาหลักในมะเร็งรังไข่ ได้แก่ การให้เคมีบำบัด การให้ยามุ่งเป้า (Targeted therapy) ตามข้อบ่งชี้ หรือ การผ่าตัดและให้ยาเคมีบำบัดในช่องท้อง ซึ่งเป็นความหวังใหม่ในการรักษา เนื่องจากช่วยเพิ่มระยะเวลาโรคสงบ และอัตรารอดชีพได้ดี

ป้องกัน "มะเร็งรังไข่" อย่างไรบ้าง

เนื่องจากมะเร็งรังไข่ในระยะแรก ๆ มักไม่มีอาการ การป้องกันจึงทำได้ยาก ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการตรวจภายใน ประจำปีอย่างสม่ำเสมอ รักษาสุขภาพ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหากมีอาการผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

อ้างอิงข้อมูล : กรมการแพทย์, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย

อ่านข่าว : "คริสตัล พาเลซ" ชนะ "ลิเวอร์พูล" คว้าแชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์

ชาวกาซายื้อแย่งความช่วยเหลือ หลังวิกฤตมนุษยธรรมย่ำแย่

วอลเลย์บอลสาวไทย แพ้ เวียดนาม พลาดแชมป์ ซีวีลีก.2025

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ไต้ฝุ่นโนอึลถล่มจีน อพยพ 7 แสนคน ยกระดับเตือนภัยน้ำท่วมหลายมณฑล

53 นาทีที่แล้ว

JIC ไทยโต้ข้อมูล "กระสุนคลัสเตอร์" ของเขมรยังไม่มีการตรวจสอบร่วม

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"เนเน่" โชว์ดนตรีงานสายน้ำแห่งชีวิต เปิดประมูลเสื้อตัวแรกได้ 1.5 แสนบาท

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"นิรัตน์" ยันสอบท้องถิ่นสายบริหารโปร่งใส ติดตั้ง CCTV ถ่ายทอดสดตรวจคะแนน

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...