โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บจ.ที่เป็นธุรกิจครอบครัวมีสัดส่วน 76% ของบริษัทในตลาดหุ้นไทย คิดเป็นครึ่งหนึ่งของ Market Cap รวม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ก.ย 2568 เวลา 14.32 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2568 เวลา 04.04 น.

ในปี 2567 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีรายได้รวมสูงถึง 9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 48.5% ของจีดีพี ขณะที่ 76% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด คิดเป็น 50% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมทั้งตลาด (total market capitalization) โดยกระจายตัวในทั้ง SET และ mai และในทุกหมวดธุรกิจ

บทความโดย : สุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์ ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ในการศึกษานี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจครอบครัว (Family Business) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (ตลาดหุ้นไทย) จากข้อมูลรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนแต่ละบริษัทที่มีการปิดสมุดทะเบียนล่าสุดที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 จำนวน 850 บริษัท

ซึ่งพบว่า 646บริษัท หรือ 76% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในตลาดหุ้นไทยจัดเป็น ธุรกิจครอบครัว ตามคำนิยามธุรกิจครอบครัวในการศึกษานี้โดยบริษัทจดทะเบียนกลุ่มนี้มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมสูงถึง 50% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (total market capitalization)

นิยามของ "ธุรกิจครอบครัว" (Family business)

พิจารณาตามลำดับขั้น ดังนี้

  • คนในตระกูลถือครองหุ่นรวมกันมากกว่า 20% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียน
  • คนในตระกูลมีอำนาจบริหารจัดการ
  • คนในตระกูลจัดตั้งบริษัท และบริษัทนั้นถือครองหุ้นมากกว่า 25% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียน
  • คนในตระกูลจัดตั้งบริษัท และบริษัทถือครองหุ้นมากกว่า 25% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียน และไปถือครองหุ้นอื่นต่อ (บริษัทในเครือ)
  • บริษัทจดทะเบียน ที่เป็นบริษัทในเครือหรือบริษัทย่อยของบริษัทจดทะเบียนที่จักเป็นธุรกิจครอบครัว ถาม 4 รายการบ้างตัน ทั้งนี้ การนับจำนวนหุ้นที่ถือครอง จะพิจารณารวมการถือครองหุ้นทางอ้อม ผ่าน pyramid shareholding structure* ด้วย โดยใช้ฐานข้อมูลจากระบบ Corpus X ของบริษัท บิซิเนส ออนไลน์ จำกัด (มหาชน)

(pyramid shareholding structure หมายถึง การถือครองกิจการของผู้ถือหุ้นรายใหญ่, ผ่านบริษัทหนึ่งไปยังอีกบริษัทหนึ่งเป็นชั้นๆ ในแนวดิ่ง)

บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว

บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดประมาณครึ่งหนึ่งของภาพรวมทั้งตลาด และมีการระดมทุนต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทย เมื่อพิจารณาความยั่งยืนของกิจการ จากอายุกิจการนับตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน (ปี 2568) ของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว

ตามการศึกษานี้ พบว่า มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 36ปี โดยบริษัทจดทะเบียนที่มีอายุนับตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันมีอายุกิจการยาวนานที่สุดนานถึง 149 ปี หรือประมาณ 3 เท่าของอายุของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ณ สิ้นปี 2567 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว 642 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 8.51 ล้านล้านบาท คิดเป็น 50.4% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมทั้งตลาด (total market Capitalization) โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในช่วงปี 2561- 2567 ของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีอัตราเติบโตเฉลี่ย (Compound Annual Growth Rate) ปีละ 2.55%

ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 บริษัทจดทะเบียนที่เป็นธุรกิจครอบครัว 646 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 6.1 ล้านล้านบาท ลดลง 28.3% จากสิ้นปี 2567 จากการลดลงของราคาหลักทรัพย์เป็นสำคัญ สังเกตได้จาก SET Index ที่ลดลง 22.2% และเมื่อเปรียบเทียบขนาดกับตลาดรวม ธุรกิจครอบครัวมีสัดส่วนเฉลี่ย 48.2%

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา 77.1% ของมูลค่า IPO ทั้งหมด มาจากธุรกิจครอบครัว

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558 - 2567) มีบริษัทจดทะเบียนระดมทุนผ่านการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนครั้งแรก (Initial Public Offering: IPO) ในตลาดหุ้นไทยรวมทั้งหมด 315 บริษัท โดย 264 บริษัท จากทั้งหมด 314 บริษัทเป็นธุรกิจครอบครัว คิดเป็น 84.1% ของบริษัทที่ระดมทุนผ่านกิจกรรม IPO

ในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นธุรกิจครอบครัว หรือ กล่าวอีกทางหนึ่งได้ว่า มีความชัดเจนว่าธุรกิจครอบครัวอาศัยกลไกจากการระดมทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตของกิจการ

เมื่อพิจารณามูลค่าการระดมทุนหรือ มูลค่า IPO ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีมูลค่าระดมทุนรวมสูงกว่า 483,190 ล้านบาท หรือคิดเป็น 77.1% ของมูลค่า IPO ทั้งหมด
ซึ่งมีทิศทางเดียวกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ณ วันซื้อขายวันแรกที่มีมูลค่ารวม 2.24ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 74.7% ของ Market Capรวมของบริษัทที่ IPO ทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว

นอกจากนี้ยังพบว่า ในช่วง 6เดือนแรกของปี 2568 ธุรกิจครอบครัวเข้าระดมทุนผ่านกิจกรรม IPO 4บริษัทจากทั้งหมด 5 บริษัทที่ทำ IPO หรือกล่าวได้ว่า 80.0% ของจำนวนบริษัทที่ระดมทุนผ่านกิจกรรม IPOทั้งหมด ซึ่งมูลค่าระดมทุนรวม 730 ล้านบาท คิดเป็น 63.5% ของมูลค่า IPO ทั้งหมด

ตลอดช่วงเวลาที่ทำการศึกษา คือ ในช่วงปี 2558 - มิถุนายน 2568 มีธุรกิจครอบครัวเข้าระดมทุนผ่านกิจกรรม IPOรวม 268 บริษัท จากทั้งหมด 319 บริษัท หรือคิดเป็น 84.0% ของจำนวนบริษัทที่ระดมทุนผ่านกิจกรรม IPOทั้งหมด

โดยมีมูลค่าระดมทุนรวมสูงกว่า 483,920 ล้านบาท หรือคิดเป็น 77.1% ของมูลค่า IPO ทั้งหมด ซึ่งมีทิศทางเดียวกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ณ วันซื้อขายวันแรกที่มีมูลค่ารวม 2.25ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 74.7% ของ Market Cap รวมของบริษัทที่ IPO ทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว

ในช่วงปี 2558 - 2567 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวระดมทุนในตลาดรอง 108 บริษัท รวม 410 ครั้ง ด้วยมูลค่า ระดมทุนรวม 351,131 ล้านบาท

นอกจากบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวจะระดมทุนผ่านกิจกรรม IPO แล้ว บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวที่เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นไทยในช่วงปี 2558 -2567 มีการระดมทุนในตลาดหุ้นผ่านตลาดรอง (Secondary offering) โดย 108 บริษัท (จากทั้งหมด 264 บริษัท) ระดมทุนในตลาดรอง 410 ครั้ง ด้วยมูลค่าระดมทุนรวม 351,131 ล้านบาท

นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่า 64 บริษัทที่เป็นบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นที่เป็นธุรกิจครอบครัวได้ระดมทุนในตลาดรองในช่วง 2 - 3 ปีแรกที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นไทย

เมื่อพิจารณาศักยภาพของการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว จากรายได้รวมในช่วงปี 2560 - 2567 พบว่า รายได้รวมของบริษัทจดทะเบียนกลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 8.25%

โดยจากผลประกอบการล่าสุด ปี 2567 ของ 642 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว มีรายได้รวมสูงถึง 9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 48.28% ของรายได้รวมของบริษัทจดทะเบียนรวมทั้งตลาด หรือเติบโตเฉลี่ยต่อปี 49.37% ในช่วงปี 2560 - 2567

กำไรของธุรกิจครอบครัวโตได้มากกว่าจีดีพีประเทศ

เมื่อพิจารณาการมีส่วนร่วม (contribution) ของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวในตลาดหุ้นไทยต่อเศรษฐกิจไทย พบว่า

ในปี2567 รายได้รวมของบริษัทจดทะเบียนจัดเป็นธุรกิจครอบครัวในตลาดหุ้นไทย คิดเป็น 48.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) หรือเฉลี่ย 40.5% ในช่วงปี 2560 - 2567

อาจกล่าวได้ว่า ธุรกิจครอบครัวมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น ควรส่งเสริมสามารถระดมทุนเป็นวงกว้างเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อพิจารณาการเติบโตของกำไรสุทธิและสินทรัพย์รวมของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า สินทรัพย์รวมของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวเติบโตสูงมาก เฉลี่ยปีละ 9.63% สะท้อนว่า การระดมทุนในตลาดหุ้นไทยมีส่วนช่วยให้ธุรกิจครอบครัวสามารถจัดหาเงินทุนเพื่อขยายกิจการในระยะยาว ขณะที่อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิค่อนข้างต่ำเฉลี่ยปีละ 3.05% แต่สูงกว่าการเติบโตของ GDP ที่เติบโต (CAGR) เฉลี่ยปีละ 2.64%

ปี 2567 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวจำนวน 641 บริษัท จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลรวมสูงกว่า 126,035 ล้านบาท คิดเป็น 37.92% ของภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในตลาดหุ้นไทยที่จ่ายให้ภาครัฐในปี 2567 หรือ 16.35% ของภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งระบบที่กรมสรรพากรจัดเก็บในปี 2567

นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศผ่านการจ้างงาน โดยในปี 2567 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว จำนวน 642 บริษัท มีจำนวนพนักงานรวม 1.48 ล้านคนเพิ่มขึ้น 1.8% จากปี 2566 ซึ่งจำนวนพนักงานของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวนี้ คิดเป็น 9.3% ของจำนวนพนักงานที่เป็นลูกจ้างภาคเอกชนทั้งหมดในปี 2567

เมื่อพิจารณาการจ้างงานรายกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า จำนวนพนักงานของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีสัดส่วนค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนพนักงานทั้งหมดในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรและอาหาร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มบริการ ที่มีการจ้างพนักงานในสัดส่วนที่มากกว่า 80% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นๆ

บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวใช้กลไกตลาดทุนเพื่อระดมทุนขยายกิจการ ทั้งผ่านกิจกรรม IPO และระดมทุนเพิ่มเติมในตลาดรอง และมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในฐานะผู้จ่ายภาษีและผู้จ้างงาน ดังนั้น ภาครัฐควรสนับสนุนให้ธุรกิจครอบครัวสามารถแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...